<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ประวัติวัด - วัดพระธรรมกาย</title>
	<atom:link href="https://dhammakaya.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<description>&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;</description>
	<lastBuildDate>Sun, 31 Mar 2024 06:16:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>

<image>
	<url>https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/07/cropped-fl2-32x32.png</url>
	<title>ประวัติวัด - วัดพระธรรมกาย</title>
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัดพระธรรมกาย</title>
		<link>https://dhammakaya.com/269</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/269#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:29:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ประวัติวัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธรรมกาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=269</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดพระธรรมกาย ปณิธานในการสร้าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/269">วัดพระธรรมกาย</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>วัดพระธรรมกาย</h3>
<h5>ปณิธานในการสร้างวัดพระธรรมกาย</h5>
<p>ความตั้งใจแน่วแน่ของคณะผู้บุกเบิกสร้างวัด คือการอบรมศีลธรรมแก่ประชาชน เพื่อสร้างสันติสุขให้แก่ชาวโลก จึงมีแนวทางสำคัญ คือ</p>
<ul>
<li>สร้างวัดให้เป็นวัด คือ เป็นวัดที่สะอาด สงบ ร่มรื่น เหมาะสมแก่การประพฤติปฏิบัติธรรมของประชาชน</li>
<li>สร้างพระให้เป็นพระ คือ ฝึกอบรมพระภิกษุ ให้ถึงพร้อมด้วยศีลาจารวัตร และคุณธรรมภายใน เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธา สามารถเป็นครูสอนศีลธรรมให้แก่ประชาชนได้</li>
<li>สร้างคนให้เป็นคนดี คือ สร้างคนดีมีศีลธรรม มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-6736 size-full" title="อุโบสถวัดพระธรรมกาย" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-1m-1.jpg" alt="" width="800" height="533" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-1m-1.jpg 800w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-1m-1-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-1m-1-768x512.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-1m-1-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-1m-1-696x464.jpg 696w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>ด้วยเหตุนี้ วัดพระธรรมกายจึงมุ่งเน้นการอบรมธรรมะทั้งภาคปริยัติและ ปฏิบัติ ให้แก่พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ตลอดจนสาธุชนผู้สนใจศึกษาธรรมะทุกท่านตลอดมา รวมทั้งเน้นในเรื่องของความสะอาด ความสงบ ความร่มรื่น ร่มเย็น และมีนโยบายหลักในการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน ซึ่งเน้นความประหยัด ความประณีต คงทนถาวร และประโยชน์ในการใช้งานเป็นหลัก หลักการของวัดพระธรรมกายมุ่งที่ศีลธรรม ไม่ได้เป็นเพียงศาสนสถาน หรือสถานที่สำหรับการประกอบพิธีกรรมเท่านั้น สรุปได้ว่า “วัดคือโรงเรียนสอนศีลธรรมให้กับ มหาชน” การฝึกคนจำนวนมาก โดยเฉพาะเยาวชนของชาติ หากได้รับการสอนและการปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังแล้ว ก็จะเป็นผู้รักศีลธรรม สนใจธรรมะ และจะช่วยดึงให้ห่างพ้นจากอบายมุขและยาเสพติด</p>
<h5>จากวันวานถึงวันนี้</h5>
<p>วัดพระธรรมกายในวันนี้ ได้ผ่านวันเวลาอันยาวนานมาถึง 4 ทศวรรษ โดยมุ่งมั่นในภารกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย เพื่อสันติสุขแก่มวลมนุษยชาติตลอดมา ย้อนไปในวันวาน ผืนดินที่ก่อตั้งวัดพระธรรมกายเป็นเพียงท้องนากว้างไกลสุดสายตา ระยิบระยับด้วยเปลวแดด ปราศจากต้นไม้น้อยใหญ่และถาวรวัตถุใดๆ ในยามค่ำคืนมีเพียงดาวพราวแสงเต็มผืนฟ้า</p>
<p>ในวันมาฆบูชาที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2513 หมู่คณะผู้มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย หลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งขณะนั้นเพิ่งบวชได้เพียง 1 พรรษา คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง (อายุ 61 ปี) และ<img decoding="async" class="alignleft wp-image-6737 size-full" title="สภาธรรมกายสากล" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-9m-300x200-1.jpg" alt="" width="300" height="200" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-9m-300x200-1.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/watphradhammakaya-9m-300x200-1-150x100.jpg 150w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" />ศิษยานุศิษย์ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันขุดดินก้อนแรก ก่อสร้างพุทธจักรปฏิบัติธรรมขึ้นบนที่ดินที่ได้รับบริจาคจากคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี จำนวน 196 ไร่ (ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมได้รับวิสุงคามสีมา และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระธรรมกาย” เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2524)</p>
<p>ขณะเริ่มสร้างวัด คุณยายอาจารย์ฯ มีเงินทุนเริ่มแรกเพียง 3,200 บาท ซึ่งแทบไม่ต่างอะไรกับการสร้างวัดด้วยมือเปล่า ครั้งนั้นมีลูกศิษย์ถามท่านว่า “เรามีเงินทุนอยู่เพียงเท่านี้ จะสร้างวัดสำเร็จได้อย่างไร” คุณยายอาจารย์ฯ ถามกลับไปว่า “ถ้าเราจะสร้างคนให้เป็นคนดี มีศีลธรรม ยอมอุทิศชีวิตให้พระศาสนามาสักคนหนึ่งจะต้องใช้เงินสักเท่าไร” ศิษย์คนนั้นตอบว่า “หมดเงินไปเป็น 100 ล้าน ก็ยังไม่แน่ว่าจะสร้างมาได้สักคน” คุณยายอาจารย์ จึงพูดว่า “ตอนนี้ยายมีคนดีๆอย่างพวกคุณมานั่งอยู่ตรงหน้านี้แล้วตั้ง 11 คน แสดงว่ายายมีทุนอยู่แล้วไม่น้อยกว่า 1,000 ล้าน ยายต้องสร้างสำเร็จแน่”</p>
<p>เมื่อมีทั้งที่ดินและหมู่คณะที่พร้อมจะทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาแล้ว การหาทุนสร้างวัดก็เริ่มขึ้น โดยการช่วยกันเขียนหนังสือตามหาผู้ที่เคยทำบุญร่วมกันมาในอดีตชาติให้ได้มาสร้างบารมีร่วมกันอีกในชาตินี้ และอธิษฐานให้ผู้มีบุญเหล่านั้นมีโอกาสอ่านหนังสือเล่นนี้ ที่มีชื่อว่า “เดินไปสู่ความสุข” หลังจากหนังสือเล่มนี้เผยแพร่ออกไป ก็เริ่มมีสาธุชนเดินทางไปร่วมทำบุญสร้างวัด บางท่านก็ส่งเงินไปทำบุญทางไปรษณีย์ จนกระทั่งพอมีทุนดำเนินการก่อสร้างวัด</p>
<p>ผลงานชิ้นแรกของหมู่คณะ ก็คือ การขุดคูรอบพื้นที่ เพื่อกั้นอาณาเขต และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นแก่ญาติโยมว่าจะมีการสร้างวัดบนพื้นที่แห่งนี้จริงๆ ในระยะแรก การสร้างวัดเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง ขาดแคลนทั้งกำลังทรัพย์และกำลังคน ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม คือ กำลังใจเท่านั้น อาหารการกินขณะนั้นก็มีแต่น้ำพริกจิ้มกับผักบุ้งและดอกโสนที่เก็บมาจากท้องนาเป็นหลัก</p>
<p>ปี พ.ศ.2518 อาคารหลังแรก คือ อาคารจาตุมหาราชิกาได้ก่อสร้างขึ้น เพื่อรองรับสาธุชนที่ไปปฏิบัติธรรมที่วัด ต่อมาเมื่อสาธุชนเหล่านี้ได้รับความสุขจากการทำสมาธิ  ก็ชักชวนกันเข้าวัดมากขึ้นจนอาคารหลังนี้ไม่พอรองรับ ต้องนั่งสมาธิกันใต้ต้นไม้ บางครั้งก็โดนแดด โดนฝน ทางวัดจึงสร้างสภาธรรมกายสากลหลังคาจากขึ้น เพื่อให้สาธุชนมีที่นั่งเพียงพอ หลังจากนั้นไม่กี่ปี ผู้คนก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ทางวัดจึงสร้างสภาธรรมกายสากลและมหารัตนวิหารคดขึ้นเพื่อรองรับ การสร้างอาคารสถานที่ต่างๆในวัดพระธรรมกาย จึงเป็นการสร้างตามความจำเป็นในการใช้งาน โดยยึดหลัก “ประหยัดสุด ประโยชน์สูง และคงทนถาวร”</p>
<p>ในขณะที่กล้าไม้และเสาเข็มแต่ละต้นหยั่งลงในผืนดิน ธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ถูกปลูกฝังลงในใจของมหาชนควบคู่กันไป ตามแนวคิด “สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ และสร้างคนให้เป็นคนดี”</p>
<p><em>จากไร้ที่ดิน&#8230;กลายมาเป็นผืนดินอันกว้างใหญ่</em></p>
<p><em>จากผืนนาที่แห้งแล้งว่างเปล่า&#8230; กลายเป็นพุทธสถานที่สง่างาม</em></p>
<p><em>จากพระภิกษุ 1 รูป&#8230; กลายเป็นหลักสิบ หลักร้อย หลักพัน&#8230; และจะเพิ่มมากขึ้น</em></p>
<p><em>จากสาธุชนจำนวนร้อย&#8230; กลายเป็นจำนวนพัน หมื่น แสน และจำนวนล้านในอนาคต</em></p>
<p>ทุกอณูของผืนดิน ทุกสิ่งก่อสร้าง ทุกกิจกรรมงานบุญ และทุกสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในวัดแห่งนี้ ไม่ใช่ผลงานของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นผลงานของคณะพระภิกษุ สามเณร และสาธุชนทุกยุคทุกสมัย ที่ฟันฝ่ามรสุมน้อยใหญ่ร่วมกันมาครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่คณะยุคบุกเบิกที่ต้องอาศัยความศรัทธา ความมานะบากบั่น และความอดทนอย่างแรงกล้า จึงสามารถทำให้ภาพแห่งความฝันที่จะสร้างวัดให้ได้สักแห่งหนึ่ง กลายมาเป็นความจริงที่ปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมดังเช่นปัจจุบัน</p>
<h5>ประวัติโดยสังเขป</h5>
<p>วัดพระธรรมกาย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2513 สังกัดมหานิกายแห่งคณะสงฆ์ไทย ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มี หลวงพ่อธัมมชโย ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสและอธิบดีสงฆ์ของวัด และ หลวงพ่อทัตตชีโว ดำรงตำแหน่งรองเจ้าอาวาส</p>
<p>วันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2520 – ประกาศเป็นวัดตามกฎหมายโดยกระทรวงศึกษาธิการ ในชื่อ “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดวรณีธรรมกายาราม” และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระธรรมกาย”<img decoding="async" src="คลังภาพ" alt="" /></p>
<p>วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2552 – ได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดโดยสมบูรณ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา</p>
<p>วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2552 – ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 ตอนที่ 15</p>
<p>ปัจจุบันมี พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ (รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก) เป็นเจ้าอาวาส (รับตราตั้งเป็นเจ้าอาวาสจากเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2560)</p>
<h5>มูลนิธิธรรมกาย</h5>
<p>มูลนิธิธรรมกาย จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 เดิมใช้ชื่อว่า “มูลนิธิธรรมประสิทธิ์” โดยจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ณ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2513 เมื่อสร้างวัดพระธรรมกายเสร็จ ได้ขอแก้ไขเอกสาร เปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิพระธรรมกาย” เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ.2525 ณ ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี และเพื่อไม่ให้สับสนกับชื่อวัด จึงจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อจาก “มูลนิธิพระธรรมกาย” เป็น “มูลนิธิธรรมกาย” โดยได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ตามหนังสือที่ ศธ 1304/6088 ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2528</p>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/269">วัดพระธรรมกาย</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/269/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
