<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ - วัดพระธรรมกาย</title>
	<atom:link href="https://dhammakaya.com/category/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<description>&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;</description>
	<lastBuildDate>Sat, 06 Jul 2024 04:15:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>

<image>
	<url>https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/07/cropped-fl2-32x32.png</url>
	<title>เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ - วัดพระธรรมกาย</title>
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</title>
		<link>https://dhammakaya.com/7240</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 16:13:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางมหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=7240</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7240">วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</h3>
<p>วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานที่สำคัญ 1 ใน 6 แห่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร บนเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่เกิดในเพศสมณะของท่าน วัดสองพี่น้องเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในปี พ.ศ.2212 (ในรัชสมัยของสมเด็จพระนาราย์มหาราช) ประวัติของวัดพบในจารึกเจ้าแม่ดุสิต พูดถึงอาจารย์พิรอด หรืออาจารย์คง ซึ่งต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงนิมนต์ไปอยู่กรุงศรีอยุธยา ที่มาของชื่อ “สองพี่น้อง” เล่าสืบกันมาว่า มีช้างสองเชือก เข้าใจว่าเป็นพี่น้องกัน เดินมาจากพุม่วง หรือป่าต้น ในอำเภออู่ทอง ซึ่งเป็นที่อาศัยของช้างของพระมหากษัตริย์ ในหน้าแล้งมักจะมาหากินแถวนี้ ทางดินที่ช้างเดินย่ำเป็นที่ลุ่ม จนกลายเป็นคลอง จึงเรียกว่า “คลองสองพี่น้อง” เมื่อครั้งที่สุนทรภู่บวชเป็นพระภิกษุ ได้ล่องเรือผ่านมาพักแรมที่วัดสองพี่น้อง มีบันทึกไว้ในนิราศสุพรรณ ซึ่งเขียนเป็นโคลง กล่าวถึงว่า ได้นำมะพร้าวอ่อนและกล้วยถวายที่ศาล ความว่า…</p>
<ul>
<li>สรวงจ้าวพร้าวอ่อนกล้วย ด้วยเอย</li>
<li>เชิญพี่น้องสองเสวย สว่างร้อน</li>
<li>แรกมาอย่าถือเลย ลุกระโทษ โปรดพ่อ</li>
<li>ขอแร่แม่เก็จก้อน กับเต้าเจ้ายางฯ</li>
</ul>
<p>วัดสองพี่น้องเป็นที่กล่าวถึงกันมากในสมัยหลวงพ่อเหนี่ยง อินฺทโชโต หรือพระครูวินยานุโยค ท่านได้บูรณปฏิสังขรณ์สร้างความเจริญให้กับวัดเป็นอย่างมาก คู่กับหลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ ซึ่งมีความสามารถในการอบรมสั่งสอน ลูกศิษย์ของท่าน เช่น พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น) หรือ สมเด็จป๋า วัดโพธิ์</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-7241 size-medium" title="วัดสองพี่น้อง สุพรรณบุรี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04.jpg 1000w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>วัดสองพี่น้องมีอายุมานานกว่า 340 ปีแล้ว สิ่งก่อสร้างเดิมๆได้พังทลายไปตามกาลเวลา พระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง มีอายุกว่า 80 ปีแล้ว เป็นอาคารทรงไทยตามแบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย อาคารพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน หลังคาซ้อนสองชั้นลดสามชั้น มุงกระเบื้อง หน้าบรรณเป็นปูนปั้นเจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดพระเมาลี พนังด้านหน้าพระอุโบสถเขียนภาพพุทธประวัติตอนต่างๆ เช่น ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา, ธิดาพญามารมายั่วยวน, โปรดปัญจวัคคีย์ เป็นต้น ผนังด้านหลังพระอุโบสถด้านนอก เขียนภาพตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์ ผนังรายรอบพระอุโบสถด้านใน เขียนเรื่องราวสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีนาค, ยักษ์, คนธรรพ์ และสัตว์หิมพานต์อื่นๆ กำลังเหาะเหินเดินอากาศอย่างเริงร่า ที่ผนังด้านขวาพระประธาน เขียนเรื่องราวพระอาทิตย์ทรงรถ ผนังด้านซ้าย เขียนรูปพระจันทร์ทรงรถ ด้านหลังพระประธานมีวิมานต่างๆ เขาพระสุเมรุ และพระอินทร์ เขียนโดยศิลปินในยุคปัจจุบัน พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร อยู่เบื้องซ้ายขวา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-7246 size-medium" title="วัดสองพี่น้อง สุพรรณบุรี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03.jpg 1000w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ด้านหน้าพระอุโบสถมีโกศบรรจุอัฐิบูรพาจารย์ ตั้งไว้เป็นที่เคารพ เคียงข้างกับพระอุโบสถมีวิหารทรงไทย อาคารก่ออิฐถือปูน หน้าบรรณมีขนาดใหญ่ด้านบนสุดเป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร และมีหงส์ทองยืนบนฐานบัว ตบแต่งส่วนว่างของหน้าบรรณด้วยจานชามกระเบื้องเบญจรงค์และกระเบื้องจีนที่ยังคงความสมบูรณ์ มีเรือนไทยอยู่บริเวณด้านหน้าศาลาอเนกประสงค์ใช้เป็นที่ต้อนรับพระอาคันตุกะและใช้ในงานสำคัญของวัด ตรงด้านทางออกของวัดมีพระธาตุเจดีย์ศรีสังฆราชา อุภัยภาดารามสถิต ประดับลวดลายงดงาม คล้ายเจดีย์วัดโพธิ์ เป็นที่บรรจุอัฐิของสมเด็จพระสังฆราชปุ่น หรือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ หรือ สมเด็จป๋า วัดโพธิ์ ซึ่งเคยบวชอยู่ที่นี่ วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการคัดเลือกจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประจำปี พ.ศ.2543 (ในปี พ.ศ.2543 กรมการศาสนายังอยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในปี พ.ศ.2545 กรมการศาสนาได้แยกออกจากกระทวงศึกษาธิการ และแบ่งออกเป็น 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีฐานะเท่ากับกรม ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี และกรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม)</p>
<h5 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-7247 size-medium" title="พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1-221x300.jpg 221w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1-150x204.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1.jpg 300w" sizes="(max-width: 221px) 100vw, 221px" /></h5>
<h5>ชีวิตสมณะ พระผู้ปราบมาร</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ใช้ชีวิตอยู่กับการค้าข้าวเลี้ยงโยมแม่และครอบครัวเรื่อยมา จนกระทั่งอายุย่างเข้า 19 ปี ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งเป็นจุดหักเหให้ท่านเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างจากคนทั่วไป กล่าวคือ วันหนึ่งหลังจากค้าข้าวเสร็จ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯและลูกน้องได้นำเรือเปล่ากลับบ้าน ในคืนนั้นล่องเรือไปด้วยความยากลำบาก เพราะน้ำในคลองไหลเชี่ยว แต่ก็พยายามถ่อเรือต่อไป จนมาถึงคลองเล็กๆสายหนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางลัด ชาวบ้านเรียกคลองนี้ว่า “คลองบางอีแท่น<sup>1</sup>” อยู่เหนือตลาดใหม่ แม่น้ำนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม คลองนี้เป็นคลองเปลี่ยวและมีโจรผู้ร้ายชุกชุม ในขณะนั้นมีเรืองเพียงลำเดียวเท่านั้นที่แล่นเข้าไปในคลอง เมื่อเรือแล่นเข้าไปได้เล็กน้อย ท่านก็กลัวว่าจะโดนโจรปล้นและทำร้าย ถ้าโจรปล้นจริงๆ ท่านจะโดนทำร้ายก่อน เพราะยืนอยู่ทางท้ายเรือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจึงเกิดความคิดขึ้นว่า “อ้ายน้ำก็เชี่ยว อ้ายคลองก็เล็ก อ้ายโจรก็ร้าย ท้ายเรือเข้าก็ไล่เลี่ยกับฝั่ง ไม่ต่ำไม่สูงกว่ากันเท่าไรนัก น่าหวาดเสียวอันตราย เมื่อโจรมาก็ต้องยิงหรือทำร้ายคนท้ายก่อน ถ้าเขาทำเราเสียได้ก่อน ก็ไม่มีทางที่จะสู้เขา ถ้าเราเอาอาวุธปืนแปดนัดไว้ทางหัวเรือ แล้วเราไปถือเรือทางลูกจ้างเสีย เมื่อโจรมาทำร้าย เราก็จะมีทางสู้ได้บ้าง” เมื่อคิดดังนั้นแล้ว จึงหยิบปืนยาวบรรจุกระสุนแปดนัด ไปอยู่หัวเรือ บอกให้ลูกเรือมาถือท้ายเรือแทน ขณะถ่อเรือแทนลูกจ้างอยู่นั้น ท่านพลันเกิดความคิดขึ้นมาว่า “คนพวกนี้ เราจ้างเขาคนหนึ่งๆ เพียง 11-12 บาทเท่านั้น ส่วนตัวเราเป็นเจ้าของทั้งทรัพย์ทั้งเรือ หากจะโยนความตายไปให้ลูกจ้างก่อน ก็ดูจะเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์มากเกินไป ทำอย่างนี้ไม่ถูก ไม่สมควร” เมื่อเกิดจิตเมตตาและนึกตำหนิตัวเองเช่นนี้ ท่านจึงตัดสินใจเด็ดขาดลงไปว่า “ทรัพย์ก็ของเรา เรือก็ของเรา เราควรตายก่อนดีกว่า ส่วนลูกจ้างนั้น เมื่อมีภัยมาถึง เขาควรจะได้หนีเอาตัวรอด ไปทำมาหาเลี้ยงบุตรภรรยาของเขาได้อีก” เมื่อตกลงใจเช่นนั้น จึงเรียกลูกเรือให้มาถ่อเรือแทน ส่วนตัวเองก็ถือปืนคู่มือกลับมานั่งท้ายเรือตามเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7242 size-medium" title="แผนที่เส้นทางทางน้ำ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-300x217.jpg" alt="" width="300" height="217" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-300x217.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-768x555.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-150x108.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-696x503.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>เรือยังคงแล่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างที่คิด เมื่อเรือแล่นมาใกล้จะออกจากคลอง จนเห็นปากทางออก ก็รู้ได้ว่าปลอดภัยแล้ว แต่ในใจของท่านยังคิดถึงความตายอยู่ตลอดเวลา และทันใดนั้น ธรรมสังเวชก็เกิดขึ้นในใจของท่านว่า “การหาเงินหาทองนี้ลำบากจริงๆเจียวหนา บิดาของเราก็หามาดังนี้ เราก็หาซ้ำรอยบิดา ตามบิดาบ้าง เงินแลทองที่หากันทั้งหมดด้วยกันนี้ ต่างคนก็ต่างหา ไม่มีเวลาหยุดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าใครไม่เร่งรีบหาให้มั่งมี ก็เป็นคนต่ำและเลว ไม่มีใครนับถือแลคบหา เข้าหมู่เขาก็อายเขา เพราะเป็นคนจนกว่าเขา ไม่เทียมหน้าเทียมบ่าเทียมไหล่กับเขา ปุรพชนต้นสกุลของเราก็ทำมาดังนี้ เหมือนๆกันจนถึงบิดาของเรา แลตัวของเรา ก็บัดนี้ปุรพชนแลบิดาของเราไปทางไหนหมด ก็ปรากฏแก่ใจว่าตายหมดแล้ว แล้วตัวของเราเล่า ก็ต้องตายเหมือนกัน” เมื่อคิดถึงความตายขึ้นมาอย่างนี้ก็เริ่มกลัว และนึกถึงความตายที่จะมาถึงตัวเองต่อไปอีกว่า “เราต้องตายแน่ๆ บิดาเราก็มาล่องข้าว ขึ้นจากเรือก็เจ็บมาจากตามทางแล้ว ขึ้นจากเรือข้าวไม่ได้กี่วันก็ถึงแก่กรรม เมื่อถึงแก่กรรมแล้ว เราที่ช่วยพยาบาลอยู่ ไม่ได้เห็นเลยที่จะเอาอะไรติดตัวไป ผ้าที่นุ่งแลร่างกายของแก เราก็ดูแลอยู่ ไม่เห็นมีอะไรหายไป ทั้งตัวเราแลพี่น้องของเราที่เนื่องด้วยแก ตลอดถึงมารดาของเราก็อยู่ ไม่เห็นมีอะไรเลยที่ไปด้วยแก แกไปผู้เดียวแท้ๆ ก็ตัวเราเล่าต้องเป็นดังนี้ เคลื่อนความเป็นอย่างนี้ไปไม่ได้แน่” เมื่อท่านคิดอย่างนี้แล้ว ท่านก็นอนแผ่ลงไปที่ท้ายเรือ แกล้งทำเป็นตาย ลองดูว่าถ้าตายแล้วจะเป็นอย่างไร ท่านก็นอนคิดว่าตัวเองตายอย่างนั้นจนเผลอสติไปสักครู่หนึ่ง เมื่อได้สติรู้สึกตัวก็รีบลุกขึ้นจุดธูปอธิษฐานจิตว่า “ขออย่าให้เราตายเสียก่อน ขอให้ได้บวชเสียก่อนเถิด ถ้าบวชแล้วไม่สึกตลอดชีวิต” นับจากวันนั้น คำอธิษฐานยังคงฝังแน่นอยู่ในใจของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯตลอดมา ความคิดที่จะบวชตลอดชีวิตยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่ด้วยภาระที่ต้องเลี้ยงโยมแม่ ทำให้ยังไม่สามารถบวชได้</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงตั้งใจทำมาหากิน และขยันเก็บเงินเก็บทองจนมีเงินเก็บได้มากพอสมควร ที่ทำให้โยมแม่และพี่น้องมีเงินทองใช้จ่ายอย่างสะดวกสบายไม่ลำบากในอนาคต เมื่อหมดภาระเรื่องเงินทองแล้ว จึงตัดสินใจบวชทันที ในขณะนั้นท่านอายุย่าง 22 ปี พอถึงเดือน 8 ข้างขึ้น หลังจากขนข้าวลงเรือจนเต็มลำแล้ว ก็ให้ลูกน้องนำข้าวไปขายให้โรงสีในกรุงเทพฯ ส่วนตัวท่านก็เข้าวัดเป็นนาค เพื่อเตรียมตัวบวชที่วัด โดยมีพระปลัดยัง<sup>2</sup> เจ้าอาวาสวัดสองพี่น้องในขณะนั้น เป็นผู้สอนท่องคำขออุปสมบท ซักซ้อมพิธีอุปสมบทและสอนพระวินัยให้ เมื่อถึงต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2499 พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้อุปสมบท ณ วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับฉายาว่า “จนฺทสโร” โดยมี พระอาจารย์ดี วัดประตูสาร อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินยานุโยค (เหนี่ยง อินฺทโชโต) วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์</p>
<p>ด้วยความที่เป็นผู้มีความทรงจำดี พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจึงสามารถท่องบทสวดมนต์และพระปาฏิโมกข์ได้หมด สำหรับการศึกษาในช่วงพรรษาแรก ท่านได้เรียนคันถธุระและวิปัสสนาธุระควบคู่กันไป เมื่อเรียนด้านคันถธุระไปได้ระยะหนึ่ง ท่านก็สงสัยว่า คำว่า “อวิชฺชาปจฺจยา” แปลว่าอะไร ด้วยความสงสัยที่ผุดขึ้นมาในใจเหมือนกับปริศนาที่ต้องตอบให้ได้ ท่านมีความรู้สึกว่า คำๆนี้มีความหมายสำคัญต่อตัวท่าน จึงไปถามพระภิกษุที่อยู่ในวัด เมื่อถามใครก็ไม่มีใครรู้คำแปล มีพระรูปหนึ่งบอกว่า “เขาไม่แปลกันหรอกคุณ อยากรู้ก็ต้องไปเรียนที่บางกอก” เมื่อได้ฟังดังนั้น ทำให้ท่านเกิดแรงบันดาลใจที่จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เพราะต้องการจะรู้คำแปลให้ได้ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสองพี่น้อง เป็นเวลา 1 พรรษา หลังจากปวารณาพรรษาแล้ว ท่านได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม</p>
<ul>
<li>1 คลอบางอีแท่น มีชื่อทางราชการว่า คลองลัดบางแท่น อยู่ในเขตอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม</li>
<li>2 นายสำรวย มีแก้วน้อย</li>
</ul>
<p>อ้างอิง:</p>
<ul>
<li>ปฏิปทามหาปูชนียาจารย์ (GL 305) Dhammakaya Open University, California, USA</li>
<li>รายการไปวัดไปวา ออกอากาศทาง DMC (เครือข่ายโทรทัศน์ของวัดพระธรรมกาย)</li>
</ul>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7240">วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</title>
		<link>https://dhammakaya.com/7231</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 15:54:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คลองลัดบางนางแท่น จังหวัดนครปฐม]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางมหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=7231</guid>

					<description><![CDATA[<p>อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น วั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7231">อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</h3>
<p>วัดพระธรรมกาย จัดพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรก สถาปนาอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ณ คลองบางนางแท่น จังหวัดนครปฐม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7233 size-medium" title="อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01-150x99.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01.jpg 650w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>พิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ ในครั้งนี้ (วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2558) ได้รับความเมตตา หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์นำบูชาพระรัตนตรัย และนำปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา โดยมีการถ่ายทอดสดพิธีกรรมจากห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ไปยังสถานที่ประกอบพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ คลองบางนางแท่น จังหวัดนครปฐม โดยได้รับความเมตตาจาก พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยพระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี, พระเดชพระคุณพระเทพสุวรรณโมลี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี, พระเดชพระคุณพระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยพระมหาเถรานุเถระ ได้โปรยรัตนชาติเป็นปฐมเริ่ม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7234 size-medium" title="อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02-150x99.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02.jpg 650w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>จากนั้น ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ ได้แก่ กัลยาณมิตรอธิราช, กัลยาณมิตรพรภัทรา, กัลยาณมิตรอนันยา พันธเสน รับแผ่นทองจากพระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว) นำไปปิดที่เสาเข็มมงคล ก่อนที่จะเริ่มประกอบพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติของสาธุชนผู้บุญทุกท่านที่ได้เดินทางมาร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้</p>
<p>ในภาคค่ำ คณะสงฆ์ และสาธุชนผู้มีบุญ ได้ร่วมกันประกอบพิธีจุดโคม และร่วมกันสวดมนต์ บทชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) และบทธัมมจักกัปวัตตนสูตร และได้ร่วมกันลอยกระทงธรรม</p>
<p>คลางบางนางแท่น คือ สถานที่ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร ได้ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต</p>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7231">อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</title>
		<link>https://dhammakaya.com/7220</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 15:39:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เส้นทางมหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัสแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=7220</guid>

					<description><![CDATA[<p>อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7220">อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</h3>
<p>วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2535 ถือเป็นก้าวแรกของการสถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ณ แผ่นดินรูปดอกบัว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ได้พร้อมใจกันน้อมถวายที่ดินอันเป็นแผ่นดินบ้านเกิดของท่าน แด่พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อสร้างอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญ 1 ใน 6 แห่ง ที่เกี่ยวเนื่องกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ บนเส้นทางมหาปูชนียาจารย์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7223 size-medium" title="แผ่นดินรูปดอกบัว" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-300x245.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-768x628.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-150x123.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-696x569.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>นับแต่นั้นเป็นต้นมา การดำเนินงานการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ก็ได้เริ่มต้นขึ้น</p>
<ul>
<li>วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2547 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 120 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) บรรดาศิษยานุศิษย์นำโดยพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้จัดพิธีหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ขนาด 1 เท่าครึ่ง ด้วยทองคำบริสุทธิ์ เพื่อจะอัญเชิญไปประดิษฐานในอนุสรณ์สถาน ณ แผ่นดินบ้านเกิดของท่าน</li>
<li>วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2549 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 122 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) พิธีวางมณีบรมจักรพรรดิ โดยถือเป็นปฐมเริ่มในการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
<li>วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2550 พิธีตอกเสาเข็มต้นแรก อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
<li>วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 พิธีตอกเสาเข็มต้นสุดท้าย อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
<li>วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2550 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 123 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) พิธีประดิษฐานดวงแก้วมณีบรมจักรพรรดิ และพิธีครอบเสามงคล รอบเสาไม้เรือนเกิดของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ</li>
<li>วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2553 (วันครูวิชชาธรรมกาย) บรรดาศิษยานุศิษย์ตลอดจนลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯทั่วโลก ต่างพร้อมเพรียงกันประกอบพิธีอัญเชิญรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ ก่อนที่จะอัญเชิญท่านไปประดิษฐาน ณ อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ที่สร้างเสร็จแล้ว ณ แผ่นดินรูปดอกบัว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</li>
<li>วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2553 สาธุชนผู้มีบุญทั้งหลายต่างร่วมใจกัน ปิดแผ่นทองยอดมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย</li>
<li>ในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2553 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 126 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) พิธีแห่งประวัติศาสตร์ สถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
</ul>
<h5 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7224 size-medium" title="พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></h5>
<h5>ปฐมวัย พระผู้ปราบมาร</h5>
<p>พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีชื่อเดิมว่า “สด มีแก้วน้อย” เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2427 ตรงกับวันแรม 6 ค่ำ เดือน 11 ปีวอก ณ หมู่บ้านเหนือ ฝั่งตรงข้ามวัดสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โยมพ่อชื่อ เงิน แซ่จิ๋ว โยมแม่ชื่อ สุดใจ มีแก้วน้อย ครอบครัวของท่านเป็นคหบดี ทำการค้าในคลองสองพี่น้อง และอำเภอใกล้เคียง ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา รวม 5 คน คือ</p>
<ul>
<li>นางดา เจริญเรือง</li>
<li>พระมงคลเทพมุนี (สด มีแก้วน้อย)</li>
<li>นายใส มีแก้วน้อย</li>
<li>เด็กชายผูก มีแก้วน้อย (เสียชีวิตเมื่ออายุ 1 ขวบ)</li>
<li>นายสำรวย มีแก้วน้อย</li>
</ul>
<h5>เมื่อแรกเกิดมีความอดทนเป็นเลิศ</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเล่าเรื่องในวัยเด็กของท่านว่า โยมแม่บอกว่าตอนเกิด ท่านไม่ร้องสักแอะ ไม่เหมือนกับเด็กทั่วไปที่เมื่อแรกเกิดต้องร้องทุกคน บางคนเชื่อว่าเด็กเกิดมาไม่ร้อง ต้องเป็นใบ้แน่ๆ แต่เมื่อถึงกำหนดอายุที่จะพูด ท่านก็พูดได้เป็นปกติ การที่ท่านไม่ร้องเมื่อแรกเกิดไม่ได้แสดงว่าท่านจะเป็นใบ้ แต่แสดงถึงคุณลักษณะประการหนึ่งของผู้ที่จะเป็นครูบาอาจารย์ของชาวโลกในวันข้างหน้า คือ ความอดทน การเกิดนั้นเป็นทุกข์ เพราะเป็นสิ่งที่ยากที่ใครจะอดทนได้ เป็นความทุกข์ทรมานขนาดที่ทำให้ทารกแรกเกิดลืมเหตุการณ์ในภพชาติก่อนๆของตนได้หมดสิ้นทีเดียว ทารกเมื่อแรกปฏิสนธิในครรภ์มารดานั้น ต้องอยู่ที่คับแคบมาก ใต้กระเพาะอาหาร เหนือลำไส้ ท่ามกลางหน้าท้องและกระดูกสันหลัง อยู่ในที่มืดสนิท จะขยับเคลื่อนไหวกาย คู้หรือเหยียดอวัยวะก็ทำไม่ได้ ต้องนอนคุดคู้อยู่ในครรภ์มารดา ทนทุกข์ทรมานตลอด 10 เดือน<sup>1</sup> แม้จะพบกับความทุกข์ถึงขนาดนั้น ท่านก็ยังมีขันติอดทน ทั้งนี้เพราะบุญบารมีที่ท่านได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน</p>
<h5>สอนตัวเองได้ตั้งแต่เล็ก</h5>
<p>สมัยที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯยังเป็นเด็กเล็กๆ ช่วงที่ยังไม่อดนม ก่อนที่โยมแม่จะออกไปขายข้าวนอกบ้าน จะเอาท่านใส่เปลไว้ที่บ้าน แล้วเอาข้าวเย็นปั้นเป็นก้อนให้ท่านดูดเล่นแก้หิว ในขณะนั้นท่านรู้เรื่องโดยตลอด และได้สอนตัวเองว่า “ตอนนี้เราอย่าเพิ่งหิวเลยนะ อย่าเพิ่งไปกวนแม่เลย ดูดข้าวก้อนนี้แทนข้าวเย็นไปก่อน” ท่านสอนตัวเองได้ตั้งแต่ยังไม่อดนม การสอนตัวเองได้ ก็เป็นคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นครูบาอาจารย์ คอยอบรมสั่งสอนผู้อื่นอีกประการหนึ่ง</p>
<h5>ยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์</h5>
<p>ในช่วงวัยเด็ก พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเป็นเด็กน่ารัก ไปบ้านไหนมักจะมีคนมาขออุ้ม อุ้มแล้วก็หอมแก้มท่านเล่น เวลาถูกหอมแก้มทีไร ท่านสะดุ้งทุกที ท่านไม่ต้องการให้ผู้หญิงถูกเนื้อต้องตัวตั้งแต่ยังเด็ก และคอยระวังอยู่เสมอ แสดงให้เห็นว่าท่านไม่มีความยินดีในเพศตรงข้ามตั้งแต่เยาว์วัย และมีอุปนิสัยยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์มาข้ามภพข้ามชาติ</p>
<h5>มีใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเป็นผู้มีใจคอเด็ดเดี่ยวมั่นคง เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้ว จะพยายามทำให้สำเร็จ ถ้ายังไม่สำเร็จจะไม่ยอมเลิกเด็ดขาด ตั้งแต่สมัยที่บ้านของท่านยังทำนาและค้าข้าว ท่านมักจะช่วยโยมพ่อโยมแม่เลี้ยงวัว เมื่อวัวพลัดหลงไปในฝูงวัวของคนอื่น ท่านจะไปตามวัวกลับมาจนได้ ไม่ว่าวัวจะหลงไปทางไหน หรือจะต้องตามจนมืดค่ำเพียงใด ถ้าไม่ได้วัวมา จะไม่ยอมกลับ</p>
<h5>ตั้งมั่นในพระรัตนตรัย</h5>
<p>ปกติพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจะช่วยโยมพ่อพายเรือค้าข้าว วันหนึ่งพอผ่านไปถึงหน้าศาลเจ้าที่ใครๆก็ว่าเฮี้ยนมาก ใครผ่านไปจะต้องเอาของไปเซ่นไหว้ แต่ท่านกลับคิดว่า “นี่ไม่ใช่พระรัตนตรัย ทำไมต้องไหว้ เราไม่เซ่น เราไม่ไหว้” วันหนึ่งเมื่อเรือผ่านศาลเจ้า ท่านรู้สึกแน่นท้องขึ้นมาทันที แต่ท่านก็อดทนไม่ยอมแพ้ เพราะคิดว่า “มันของเราแท้ๆนี่ เรื่องอะไรจะต้องเอาไปเซ่น เอาไปไหว้ ทำแล้วก็ไม่ได้บุญ บีบได้บีบไป จุกได้จุกไป เดี๋ยวมันก็หายจุก” ซึ่งครั้งนั้นท่านมีความคิดว่า สักวันหนึ่งข้างหน้าถ้าเข้าถึงพระรัตนตรัย จะกลับไปที่ศาลเจ้านั้น ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าพระรัตนตรัยเข้าถึงได้อย่างไร แต่จิตใต้สำนึกของท่านบอกอย่างนี้</p>
<h5>มีเมตตา</h5>
<p>โยมพี่สาว<sup>2</sup> ของท่านเล่าว่า ตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็ก เมื่อออกไปไถนา ท่านจะคอยสังเกตดวงตะวันว่า ใกล้เวลาเพลแล้วหรือยัง เมื่อพี่สาวของท่านเห็นก็จะตำหนิท่านว่า เกียจคร้าน คอยดูแต่ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิกงาน แต่ความจริงแล้วท่านถือคติของคนโบราณที่ว่า การไถนาจนถึงเวลาตีกลองเพล (11.00 น.) ซึ่งเรียกว่า “เพลคาบ่าวัว” ถือว่าบาปมาก ท่านจึงไม่อยากจะใช้แรงงานวัวจนเลยเพล นี่เป็นความเมตตาของท่านที่มีต่อสัตว์ หลังจากเลิกไถนาแล้ว ท่านจะนำวัวไปอาบน้ำจนเย็นสบาย แล้วจึงปล่อยให้ไปกินหญ้าเป็นอิสระตามใจชอบ ถ้าได้ทำอย่างนี้ท่านจะรู้สึกสบายใจ และมักจะร้องเพลงไปด้วย เนื้อหาของเพลงมักจะวนเวียนอยู่กับพระนิพพาน ดังนี้ “เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำอะไร อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย เลิกอยากลาหยอก รีบออกจากกาม เดินตามขันธ์สามเรื่อยไป เสร็จกิจสิบหก ไม่ตกกันดาร เรียกว่านิพพานก็ได้”</p>
<h5>การศึกษาในวัยเด็ก</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯช่วยโยมพ่อโยมแม่ทำงานตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จนอายุได้ประมาณ 9 ปี โยมแม่ได้ส่งท่านให้ไปเรียนหนังสือกับน้าชาย<sup>3</sup> ซึ่งบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดสองพี่น้อง เริ่มต้นเรียนจากหนังสือ ปฐม ก กา ตามหลักสูตรการศึกษาในสมัยนั้น ต่อมาไม่นานพระน้าชายได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดหัวโพธิ์ ตำบลหัวโพธิ์ อำเภอสองพี่น้อง ท่านได้ตามไปเรียนหนังสือต่อที่นั่นด้วยประมาณ 7-8 เดือน จากนั้นพระน้าชายก็ย้ายไปจำพรรษาที่วัดกัลยาณมิตร ธนบุรี แล้วจึงลาสิกขา ส่วนท่านไปเรียนต่อที่วัดบางปลา<sup>4</sup> อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กับพระอาจารย์ทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส ขณะนั้นท่านอายุได้ 11 ปี นอกจากท่านจะเขียนอักษรขอมได้แล้ว ยังสามารถอ่านหนังสือพระมาลัย<sup>5</sup> ซึ่งเขียนเป็นอักษรขอมได้คล่อง ท่านตั้งใจเรียนและมีผลการเรียนดี เพราะเป็นคนมีนิสัยทำอะไรทำจริงมาตั้งแต่เล็กๆ ท่านใช้เวลาเรียนอยู่ที่นั่น 2 ปี จึงกลับไปช่วยโยมพ่อโยมแม่ค้าข้าวที่บ้านเกิดตามเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7225 size-medium" title="พิธีตอกเสาเข็มต้นแรก มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<h5>สืบสานมโนปณิธานพระผู้ปราบมาร</h5>
<p>การสถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ณ แผ่นดินรูปดอกบัว แสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญของพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน ที่เริ่มต้นแผ่ขยายพระพุทธธรรมคำสอนไปสู่ชาวโลก โดยเฉพาะหลักการปฏิบัติที่จะทำให้มวลมนุษย์เข้าถึงธรรม เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติ ทั้งรู้และทั้งเห็นธรรม และเข้าถึงพระธรรมกายซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของทุกๆคน จนสามารถเป็นพยานแห่งการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เป็นสัจธรรมที่สามารถพิสูจน์ได้โดยไม่จำกัดกาลสมัย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7227 size-medium" title="เสาเรือนเกิดหลวงปู่วัดปากน้ำฯ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้มุ่งมั่นสานต่อมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ไปทั่วโลก โดยสอนการปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกายให้แก่พระภิกษุ, สามเณร, อุบาสก, อุบาสิกา และสาธุชนทั้งหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายท่านได้พบกับความสุขอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน และอีกหลายท่านมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีเยี่ยม มีโอกาสได้ศึกษาวิชชาธรรมกายที่ลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นไป ผลการปฏิบัติธรรมของหลายๆท่าน ได้รับการนำเสนอต่อชาวโลกในรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ผ่านทางดีเอ็มซี (DMC)<sup>6</sup> อยู่เป็นประจำ วิธีการปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้ค้นพบนี้ ปัจจุบันกำลังแผ่ขยายไปทุกทวีปทั่วโลก ชาวต่างชาติ ต่างภาษา หรือแม้จะต่างศาสนา ต่างความเชื่อ หากได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักวิชชาแล้ว ต่างล้วนพบกับประสบการณ์ภายใน สามารถเข้าถึงความเป็นตัวของตัวเองที่แท้จริงได้ และพบกับความสุขภายในตนได้ จนกระทั่งก่อให้เกิดความปรารถนาอยากจะให้ชาวโลกทั้งหลายเข้าถึงประสบการณ์แห่งการปฏิบัติธรรมเช่นเดียวกับตน เมื่อการปฏิบัติธรรมเช่นนี้แผ่ขยายไปกว้างไกลเท่าใด สิ่งที่จะมีขึ้นในใจของทุกคนอย่างหนึ่งก็คือ ความเคารพเทิดทูน ความศรัทธา และความกตัญญูกตเวทิตาอย่างเปี่ยมล้นต่อพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และในที่สุดย่อมปรารถนาที่จะมาเห็นแผ่นดินบ้านเกิดของท่าน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่า บุคคลเช่นพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯนั้นมีตัวตนอยู่จริง สิ่งที่ท่านค้นพบมีความประเสริฐจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7226 size-medium" title="มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ด้วยคุณธรรมอันเลิศและคุณวิเศษในตัวของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งหลายทั่วโลกจึงพร้อมใจสถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ให้ยิ่งใหญ่งดงาม เป็นศรีสง่าแห่งแผ่นดิน และเป็นสิ่งบันดาลใจให้อนุชนรุ่นหลังที่จะเกิดตามมาในอนาคตอีกนานนับพันปีได้มาศึกษาและเรียนรู้การปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย ตลอดจนเกิดความรักหวงแหนในแผ่นดินไทย ที่จะยังคงมีพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง เป็นปิ่นนานาอารยประเทศ และเป็นศูนย์กลางแผ่ขยายสันติสุขอันไพบูลย์แห่งการเข้าถึงธรรมภายใน ไปสู่โลกอนาคตอีกยาวนาน ตราบนิรันดร์</p>
<ul>
<li>1 วิสุทธิมรรคแปล ภาค 3 ตอน 1 มก.</li>
<li>2 นางดา เจริญเรือง</li>
<li>3 น้าชายของท่านชื่อ นะ มีแก้วน้อย</li>
<li>4 เหตุที่ท่านไปเรียนที่วัดบางปลา เพราะบ้านเกิดโยมพ่อของท่านอยู่ที่บางปลา</li>
<li>5 หนังสือพระมาลัย เป็นเรื่องราวของพระอรหันต์องค์หนึ่ง ได้ขึ้นไปบนสวรรค์และลงไปโปรดสัตว์ในนรก เมื่อกลับมายังโลกมนุษย์ จึงเทศน์สั่งสอนประชาชนให้ละชั่วกลัวบาป หมั่นทำบุญให้ทาน</li>
<li>6 ดีเอ็มซี (DMC) เป็นเครือข่ายโทรทัศน์ของวัดพระธรรมกาย</li>
</ul>
<p>อ้างอิง:</p>
<ul>
<li>126 ปี พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) “วันแห่งการแสดงความกัตญญูแด่พระผู้ปราบมาร” โดย พระสมศักดิ์ จนฺทสีโล (วารสารอยู่ในบุญ)</li>
<li>ปฏิปทามหาปูชนียาจารย์ (GL 305) Dhammakaya Open University, California, USA</li>
</ul>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7220">อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เส้นทางมหาปูชนียาจารย์</title>
		<link>https://dhammakaya.com/321</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/321#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:28:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เส้นทางมหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[พระมงคลเทพมุนี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=321</guid>

					<description><![CDATA[<p>เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ เส้นทาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/321">เส้นทางมหาปูชนียาจารย์</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>เส้นทางมหาปูชนียาจารย์</h3>
<p>เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ คือ เส้นทางของสถานที่สำคัญ 7 แห่ง ที่เกี่ยวเนื่องกับพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร และสถานที่สำคัญแต่ละแห่งบนเส้นทางมหาปูชนียาจารย์นี้ จะเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ซึ่งบรรดาศิษยานุศิษย์ได้พร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำบริสุทธิ์ เพื่อแสดงถึงความรัก ความเคารพ และความกตัญญูต่อพระคุณอันไม่มีประมาณของท่าน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-322 size-full" title="เส้นทางมหาปูชนียาจารย์" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/map-1.jpg" alt="" width="1000" height="707" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/map-1.jpg 1000w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/map-1-300x212.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/map-1-768x543.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/map-1-150x106.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/map-1-696x492.jpg 696w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p>เส้นทางมหาปูชนียาจารย์ มีสถานที่สำคัญ ดังต่อไปนี้</p>
<h5>สถานที่เกิดรูปกายเนื้อ: อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</h5>
<p>สถานที่เกิดรูปกายเนื้อของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) คือ แผ่นดินรูปทรงดอกบัว มีน้ำล้อมรอบ มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี คณะศิษยานุศิษย์ได้จัดสร้าง “มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี” รูปทรงภูเขาทองแปดเหลี่ยม ภายในบันทึกประวัติการสร้างบารมีของท่าน<img loading="lazy" decoding="async" class="alignright wp-image-324 size-medium" title="อนุสรณ์สถานฯ พระมงคลเทพมุนี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phramongkolthepmuni-1-300x225.jpg" alt="" width="300" height="225" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phramongkolthepmuni-1-300x225.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phramongkolthepmuni-1-150x113.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phramongkolthepmuni-1-265x198.jpg 265w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phramongkolthepmuni-1.jpg 501w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />ตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย ปัจฉิมวัย บริเวณกลางวิหารประดิษฐานรูปหล่อทองคำ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เพื่อให้สาธุชนได้กราบไหว้ นำแบบอย่างคุณธรรมของท่านมาเป็นกำลังใจ และเป็นแบบแผนในการสร้างบารมีต่อไป</p>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้ถือกำเนิดขึ้นบนแผ่นดินกลางน้ำ รูปทรงดอกบัว ริมคลองสองพี่น้อง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดสองพี่น้อง ในท้องที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ท่านได้เรียนหนังสือเป็นครั้งแรกเมื่ออายุ 9 ปี ที่วัดสองพี่น้อง ซึ่งน้าชายของท่านได้บวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดแห่งนี้ ต่อมา พระน้าชายของท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดหัวโพธิ์ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจึงติดตามไปเรียนหนังสืออยู่ในสำนักของพระภิกษุ จากนั้น ท่านได้ย้ายจากวัดหัวโพธิ์ไปเรียนหนังสือที่สำนักของพระอาจารย์ทรัพย์ เจ้าอาวาสวัดบางปลา</p>
<h5>สถานที่ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต: คลองลัดบางนางแท่น จังหวัดนครปฐม</h5>
<p>เมื่อวันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2558 คณะศิษยานุศิษย์ได้พร้อมใจกันประกอบพิธีสถาปนามหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) อนุสรณ์สถานที่ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต ณ คลองลัดบางนางแท่น ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ณ บริเวณสถานที่แห่งนี้ คือ สถานที่ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ได้ตั้งมโนปณิธานว่า &#8220;จะบวชตลอดชีวิต&#8221; โดยในขณะนั้น ท่านมีอายุ 19 ปี</p>
<h5>สถานที่เกิดในเพศสมณะ: วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</h5>
<p>วัดสองพี่น้องเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในปี พ.ศ.2212 (ในรัชสมัยของสมเด็จพระนาราย์มหาราช) ปัจจุบันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างในพื้นที่ ที่มาของชื่อ “สองพี่น้อง” เล่าสืบกันมาว่า มีช้างสองเชือก เข้าใจว่าเป็นพี่น้องกัน เดินมาจากพุม่วง หรือป่าต้น ในอำเภออู่ทอง ซึ่งเป็นที่อาศัยของช้างของพระมหากษัตริย์ ในหน้าแล้งมักจะมาหากินแถวนี้ ทางดินที่ช้างเดินย่ำเป็นที่ลุ่ม จนกลายเป็นคลอง จึงเรียกว่า “คลองสองพี่น้อง”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-325 size-medium" title="วัดสองพี่น้อง สุพรรณบุรี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-11-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-11-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-11-150x99.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-11.jpg 569w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) อุปสมบทเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2449 ขณะมีอายุย่างเข้า 22 ปี ณ พัทธสีมาวัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มีฉายาว่า “จนฺทสโร” พระอาจารย์ดี วัดประตูสาร อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวินยานุโยค (เหนี่ยง อินฺทโชโต) วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์, พระอาจารย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์</p>
<p>เมื่ออุปสมบทแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสองพี่น้อง เป็นเวลา 1 พรรษา หลังจากปวารณาพรรษาแล้ว ท่านได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม</p>
<h5>สถานที่เกิดด้วยกายธรรม (ธรรมกาย) หรือสถานที่บรรลุธรรม: วัดโบสถ์บน บางคูเวียง</h5>
<p>วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยฝั่งตะวันตก บริเวณหมู่ 4 ตำบลบางคูเวียง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย วัดแห่งนี้ยังคงอนุรักษ์โบราณสถานไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ คงไว้ซึ่งภูมิปัญญาและศิลปะอันงดงามล้ำค่าของบรรพบุรุษไทย ประวัติความเป็นมาของวัด และผู้สร้างวัด ไม่ปรากฏแน่ชัด แต่มีเรื่องเล่าในหนังสือวัดทั่วราชอาณาจักร เล่ม 2 (พิมพ์เมื่อ พ.ศ.2526) ความว่า “&#8230;พระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเคยเสด็จมาประทับอยู่บริเวณที่ตั้งวัดแห่งนี้ ภายหลังทรงยกที่ดินให้สร้างเป็นวัด โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างถาวรวัตถุที่เป็นศิลปกรรมแบบอยุธยา มีเอกลักษณ์ คือ พระอุโบสถเป็นรูปทรงเรือสำเภา อันหมายถึงการเดินทางสัญจรและการค้าในอดีต วัดโบสถ์บน บางคูเวียง สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ.2300 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อประมาณปี พ.ศ.2310”</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignright wp-image-326 size-medium" title="วัดโบสถ์บน บางคูเวียง" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-2-300x173.jpg" alt="" width="300" height="173" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-2-300x173.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-2-150x86.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-2.jpg 569w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />ในพรรษาที่ 11 พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพนุนี (สด จนฺทสโร) ได้ไปจำพรรษา ณ วัดโบสถ์บน บางคูเวียง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 พ.ศ.2460 ท่านตั้งใจที่จะกระทำความเพียรอย่างอุกฤษฏ์ตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องจากท่านดำริว่า “เราบวชมาจวนจะครบ 12 พรรษาแล้ว วิชชาของพระพุทธเจ้า เรายังไม่ได้บรรลุเลย ทั้งๆที่การศึกษาของเราก็ไม่เคยขาดเลยสักวัน ทั้งคันถธุระและวิปัสสนาธุระ อย่ากระนั้นเลย เราควรจะรีบกระทำความเพียรให้รู้เห็นของจริงในพระพุทธศาสนาเสียที” เมื่อกลับจากบิณฑบาตแล้ว ท่านก็รีบจัดการภารกิจต่างๆให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่มีเรื่องกังวลใจ จากนั้นจึงได้เจริญภาวนาในพระอุโบสถ โดยตั้งใจว่าหากไม่ได้ยินเสียงกลองเพล จะไม่ยอมลุกจากที่ เมื่อตั้งใจแล้วก็หลับตาภาวนา “สัมมา อะระหัง” เรื่อยไป จนกระทั่งความปวดเมื่อยเริ่มทวีขึ้นเป็นลำดับ อาการกระสับกระส่ายเริ่มติดตามมา จิตก็ซัดส่ายกระวนกระวายจนเกือบจะหมดความอดทน แต่เมื่อได้ตั้งสัจจะไว้แล้ว ท่านจึงทนนั่งต่อไป เมื่อไม่สนใจความปวดเมื่อยของสังขาร ในที่สุดใจก็ค่อยๆสงบลงทีละน้อย แล้วรวมหยุดเป็นจุดเดียวกัน เห็นเป็นดวงใสบริสุทธิ์ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ใจชุ่มชื่นเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก</p>
<p>เย็นวันนั้น หลังจากได้ฟังพระปาฏิโมกข์พร้อมกับเพื่อนสหธรรมิกแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้รีบทำภารกิจส่วนตัว สรงน้ำให้ร่างกายสดชื่นดีแล้ว จึงเข้าไปในพระอุโบสถแต่เพียงรูปเดียว เมื่อกราบพระประธานแล้วก็ได้ตั้งสัตยาธิษฐานว่า “ขอให้พระพุทธองค์ทรงพระเมตตา โปรดประทานธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วแก่ข้าพระพุทธเจ้า แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดก็ยินดี ถ้าหากการบรรลุธรรมของข้าพระองค์ฯ จักเกิดโทษแก่พระศาสนาก็ขออย่าได้ทรงประทานเลย แต่ถ้าจะเป็นคุณแก่พระศาสนาแล้ว ขอได้โปรดประทานแก่ข้าพระองค์ฯ ด้วยเถิด ข้าพระพุทธเจ้าจะขอรับเป็นทนายพระศาสนาต่อไปจนตลอดชีวิต”</p>
<p>เมื่อได้ตั้งสัตยาธิษฐานแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯก็เริ่มนั่งหลับตา ขณะนั้นมดที่อยู่ในช่องแผ่นหินที่ท่านนั่ง กำลังไต่ขึ้นมารบกวน ท่านจึงหยิบขวดน้ำมันก๊าดขึ้นมา เพื่อจะทารอบบริเวณที่ท่านนั่งเพื่อกันมด แต่แล้วก็คิดได้ว่า “ชีวิตของเรา เราได้สละแล้วเพื่อการบำเพ็ญเพียร แต่เหตุไฉนจึงยังกลัวมดอยู่อีก” จึงวางขวดน้ำมันก๊าดลงแล้วเจริญกัมมัฏฐานต่อไป จนถึงยามดึกจึงได้เริ่มเห็นดวงปฐมมรรค หรือดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ เมื่อได้รู้เห็นธรรมะแล้วท่านจึงได้เข้าใจว่า “พระธรรมนี้เป็นของลึกซึ้งยิ่งนัก ยากที่มนุษย์จะเข้าถึง การจะเข้าถึงได้นั้น จำ, เห็น, คิด, รู้ ต้องหยุดเป็นจุดเดียวกัน เมื่อหยุดแล้วจึงดับ เมื่อดับแล้วจึงเกิด ถ้าไม่ดับก็ไม่เกิด นี่เป็นของจริง ของจริงต้องอยู่ตรงนี้ ถ้าไม่ถูกส่วนนี้เป็นไม่เห็นเด็ดขาด” เมื่อมองเรื่อยไปก็เห็นดวงใหม่ผุดซ้อนขึ้นมาแทนที่ดวงเก่า แต่ใสสว่างมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็เห็นกายต่างๆไปตามลำดับจนกระทั่งถึง “ธรรมกาย”</p>
<h5>สถานที่เผยแผ่วิชชาธรรมกาย (ครั้งแรกหลังจากบรรลุธรรม): วัดบางปลา</h5>
<p>วัดบางปลา ตั้งอยู่ที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เป็นวัดเก่าแก่ ไม่สามารถค้นหาหลักฐานได้ว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่จากสภาพความเก่าแก่ของวิหาร และจากคำบอกเล่าที่บอกสืบต่อกันมา พอจะสรุปความได้ว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (ประมาณอายุของวัดจากวิหารเก่าแก่ซึ่งมี<img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-327 size-medium" title="วัดบางปลา" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-3-300x173.jpg" alt="" width="300" height="173" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-3-300x173.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-3-150x86.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-3.jpg 569w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />ลักษณะคล้ายกับศิลปะในสมัยอยุธยาตอนปลาย-ช่วงต้นรัตนโกสินทร์ และจากเอกสารบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอายุของวัด คือ นิราศของสุนทรภู่ ซึ่งได้กล่าวไว้ในตอนที่ล่องเรือผ่านมาทางปากคลองบางปลา) เนื่องจากพื้นที่ตั้งของวัดแห่งนี้อยู่ติดกับแม่น้ำนครชัยศรี และคลองบางปลา (ปากคลอง) ชาวบ้านจึงมักเรียกว่า &#8220;วัดบางปลา&#8221; จนติดปาก กลายเป็นชื่อของวัดมาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p>เมื่อเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) มุ่งมั่นในการเจริญภาวนาเพื่อไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม เมื่อยิ่งปฏิบัติก็ยิ่งลึกซึ้ง จนกระทั่งออกพรรษาและรับกฐินแล้ว ท่านจึงได้ลาเจ้าอาวาสวัดโบสถ์บน บางคูเวียง ไปพักที่วัดบางปลาซึ่งท่านเห็นในสมาธิว่า ณ วัดแห่งนี้จะมีผู้บรรลุธรรมกายตามอย่างท่านได้ ท่านได้สอนภาวนาที่วัดบางปลา จนมีพระภิกษุสามารถเจริญรอยตามท่านได้ 3 รูป และคฤหัสถ์ 4 คน</p>
<h5>สถานที่ค้นคว้าและเผยแผ่วิชชาธรรมกาย (จนกระทั่งมรณภาพ): วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ</h5>
<p>วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ ณ ที่ราบลุ่มบางกอก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ริมคลองหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ ซึ่งเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม ก่อนที่จะมีการขุดคลองลัดหน้าวัดอรุณราชวราราม และกลายเป็นลำแม่น้ำเจ้าพระยาในปัจจุบัน เนื่องจากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ตั้งอยู่บริเวณปากคลองด่านที่แยกไปจากคลองบางหลวง ชื่อของวัดจึงถูกเรียกขานตามตำบลที่ตั้งว่า “วัดปากน้ำ” ซึ่งชื่อนี้มีปรากฏเรียกใช้ในจดหมายเหตุโบราณหลายฉบับ แต่ได้พบชื่อของวัดที่แปลกออกไปในแผนที่กรุงเทพฯ พ.ศ.2453 และ พ.ศ.2474 ว่า “วัดสมุทธาราม” แต่ไม่เป็นที่นิยมเรียกขานกัน คงเรียกว่า “วัดปากน้ำ” มาโดยตลอด ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีการขุดคลองภาษีเจริญที่ข้างวัดด้านทิศตะวันตก วัดจึงมีลำน้ำหลักล้อมอยู่ทั้ง 3 ด้าน ส่วนด้านทิศใต้เป็นคลองเล็กแสดงอาณาเขตของวัดในสมัยนั้น</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-328 size-medium" title="วัดปากน้ำภาษีเจริญ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-8-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-8-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-8-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-8.jpg 569w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นวัดโบราณ สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง (ระหว่าง พ.ศ.2031-พ.ศ.2172) สถาปนาโดยพระราชวงศ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏพระนามแน่ชัด เป็นวัดประจำหัวเมืองธนบุรี ปรากฏในตำนานเรื่องวัตถุสถานต่างๆ หลักฐานทางโบราณวัตถุและโบราณสถานภายในวัดมีอายุย้อนไปถึงสมัยอยุธยาตอนกลาง (สถาปัตยกรรมและศิลปวัตถุที่อยู่คู่วัดมา ตัวอย่างเช่น หอพระไตรปิฎก, ตู้พระไตรปิฎกทรงบุษบก ล้วนเป็นฝีมือช่างหลวงในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แม้พระอุโบสถก็ใช้วิธีการก่อสร้างในสมัยนั้น)</p>
<p>เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้มารับตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้กวดขันพระภิกษุ-สามเณรให้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด มีการสอนสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน, ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม ด้วยการตั้งสำนักเรียน ทั้งนักธรรมและบาลี, สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้น ทำให้มีพระภิกษุ-สามเณรและสาธุชนเข้ามาขอศึกษาและปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จึงเจริญขึ้นมาโดยลำดับ จนกลายเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์กลางการศึกษาบาลี</p>
<p>แม้ภารกิจด้านการบริหาร การปกครอง และการพัฒนาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จะมีมากสักเพียงใดก็ตาม แต่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯก็ไม่เคยละทิ้งการปฏิบัติธรรม รวมถึงการเผยแผ่วิชชาธรรมกาย เพราะท่านถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ในขณะที่ท่านศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายและสั่งสอนผู้อื่นให้บรรลุธรรมกายไปด้วยนั้น ท่านได้คัดเลือกผู้ที่มีผลการปฏิบัติดีเยี่ยม ทั้งที่เป็นพระภิกษุ, สามเณร, แม่ชี, อุบาสก และอุบาสิกา จำนวนหนึ่ง เพื่อรวมกลุ่มศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นไป เรียกว่า “การทำวิชชาปราบมาร”</p>
<p>เพื่อให้การทำงานค้นคว้าวิชชาธรรมกาย เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในสถานที่ที่เป็นสัดเป็นส่วน เหมาะสมแก่การเจริญสมาธิภาวนา ในปี พ.ศ.2474 ขณะที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯอายุได้ 47 ปี ท่านได้สร้างอาคารเพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายขึ้นภายในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในสมัยนั้นเรียกว่า “โรงงานทำวิชชา” ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างพระอุโบสถกับวิหาร ใกล้หอไตร เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น ภายในระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างมีท่อต่อถึงกันสำหรับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯใช้ &#8220;สั่งวิชชา&#8221; ลงมาทางท่อนี้ ซึ่งผู้อยู่เวรก็จะได้ยินโดยทั่วกัน และจะเจริญวิชชาตามคำสั่งนั้นๆ มีผู้อยู่เวรทำวิชชากะละประมาณ 10 คน ตัวเรือนโรงงานทำวิชชา มีขนาดไม่กว้างใหญ่นัก ชั้นล่างตั้งเตียงเป็น 2 แถว ซ้ายและขวา ข้างละ 6 เตียง ตรงกลางเว้นเป็นทางเดิน พอให้เดินได้สะดวก ชั้นล่างสำหรับฝ่ายแม่ชี และอุบาสิกา ใช้นั่งเจริญวิชชาและเป็นที่พักอาศัยด้วย มีผู้อยู่เวรที่ไม่พักในโรงงานทำวิชชาบ้างแต่ก็เพียงไม่กี่คน ระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างไม่มีบันไดเชื่อมต่อกัน และทางเข้าออกก็แยกกันคนละทาง ชั้นบนมีทางเข้าต่างหาก ใช้เป็นที่เจริญวิชชาสำหรับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ และพระภิกษุ, สามเณร ที่อยู่เวรทำวิชชา</p>
<p>ต่อมาภายหลัง ได้มีโรงงานทำวิชชาเพิ่มขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้างยาวพอสมควร ตรงกลางมีฝากั้น แบ่งเป็น 2 ห้องแยกขาดจากกัน โดยมีประตูเข้าออกคนละทาง ส่วนหน้าเป็นที่สำหรับแม่ชีและอุบาสิกา ส่วนหลังเป็นที่สำหรับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ พระภิกษุและสามเณร เวลา “สั่งวิชชา” พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจะพูดผ่านฝากั้นห้องนี้ ทั้งสองฝ่ายจึงเพียงแต่ได้ยินเสียงซึ่งกันและกันเท่านั้น</p>
<h5>สถานที่ขยายวิชชาธรรมกาย (เผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ไปทั่วโลก): วัดพระธรรมกาย</h5>
<p>ในบรรดาศิษย์ของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในการศึกษาวิชชาธรรมกาย ชั้นสูง ท่านเคยได้รับคำชมจากพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯว่า &#8220;ลูกจันทร์นี้&#8230;หนึ่งไม่มีสอง&#8221; ภายหลังจากที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯมรณภาพแล้ว คุณยายอาจารย์ได้เผยแผ่วิชชาธรรมกายสืบต่อมาตามคำสั่งของท่าน จนกระทั่งมีนิสิตผู้ซึ่งรักการปฏิบัติธรรมอย่างทุ่มเทชีวิตจิตใจ มาฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณยายอาจารย์ และมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีเยี่ยม ต่อมา นิสิตผู้นั้นได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ มีฉายาว่า &#8220;ธัมมชโย&#8221; นับแต่นั้นมา หลวงพ่อธัมมชโยได้อบรมสั่งสอนธรรมปฏิบัติแก่สาธุชนที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ในเขตวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ โดยมีผู้สนใจมาปฏิบัติธรรมกับท่านอย่างมากมาย</p>
<p>ในปี พ.ศ.2513 หลวงพ่อธัมมชโย, คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และหมู่คณะ ได้ก่อตั้งวัดพระธรรมกายขึ้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และเพื่อรองรับงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ไปทั่วโลก โดยมีปณิธานอันแน่วแน่ที่จะ &#8220;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ และสร้างคนให้เป็นคนดี&#8221;<img loading="lazy" decoding="async" class="alignright wp-image-329 size-medium" title="วัดพระธรรมกาย" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-5-300x173.jpg" alt="" width="300" height="173" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-5-300x173.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-5-150x86.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/temple-5.jpg 569w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>เพื่อเป็นการแสดงความรัก ความเคารพ และความกตัญญูต่อพระคุณอันไม่มีประมาณของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) บรรดาศิษยานุศิษย์โดยการนำของหลวงพ่อธัมมชโย ได้พร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ด้วยทองคำบริสุทธิ์ ประดิษฐานในมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ 2,000 ไร่ของวัดพระธรรมกาย</p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา หลวงพ่อธัมมชโยได้สอนการฝึกสมาธิแนววิชชาธรรมกาย ตามที่พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ได้ค้นพบ จนมีผู้เข้าถึงความสุขภายในจากการทำใจหยุดใจนิ่งเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่พระภิกษุ, สามเณร, อุบาสก, อุบาสิกา ไปจนถึงสาธุชนทั้งหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายท่านมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีเยี่ยม มีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นไป หลวงพ่อธัมมชโยได้อุทิศชีวิตสานต่อมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ไปทั่วโลก เพื่อให้สันติสุขที่แท้จริงบังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/321">เส้นทางมหาปูชนียาจารย์</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/321/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
