<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>จันทร์ ขนนกยูง - วัดพระธรรมกาย</title>
	<atom:link href="https://dhammakaya.com/tag/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<description>&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Jun 2024 04:52:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>

<image>
	<url>https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/07/cropped-fl2-32x32.png</url>
	<title>จันทร์ ขนนกยูง - วัดพระธรรมกาย</title>
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง</title>
		<link>https://dhammakaya.com/264</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/264#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:29:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คุณยายจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณยายอาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[จันทร์ ขนนกยูง]]></category>
		<category><![CDATA[มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=264</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/264">มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง</h3>
<p>คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เกิดเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2452 ซึ่งตรงกับ วันพุธ ขึ้น 10 ค่ำ เดือนยี่ ปีระกา ที่อำเภอนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม คุณยายเป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้องชายหญิงทั้งหมด 9 คน มีบิดาชื่อ พลอย มีมารดาชื่อ พัน ประกอบอาชีพทำนา ฐานะของครอบครัวจัดอยู่ในระดับปานกลาง มารดาของคุณยาย เป็นผู้ที่มีฐานะดีกว่าบิดา ในสมัยเด็กมีความใกล้ชิดกับมารดามากกว่าบิดา มารดาเป็นคนใจดี ชอบทำขนมให้ลูกๆรับประทาน ส่วนบิดาเป็นคนติดสุรา จึงมักทะเลาะกับมารดาอยู่เสมอ</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-265" title="มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-02a.jpg" alt="" width="300" height="375" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-02a.jpg 680w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-02a-240x300.jpg 240w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-02a-150x188.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-02a-300x375.jpg 300w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ด้วยเหตุที่บิดาติดสุรา เมื่อมึนเมามักบ่นพึมพำ มารดารู้สึกรำคาญ จึงตะโกนออกไปว่า “ไอ้นกกระจอก อาศัยรังเขาอยู่” เมื่อบิดาของคุณยายได้ยินก็โกรธจัด จึงถามลูกๆว่าได้ยินที่แม่ด่าว่าพ่อไหม คุณยายไม่อยากให้บิดาและมารดาทะเลาะกัน จึงกล่าวว่า มารดากล่าวเช่นนั้นคงไม่ได้หมายถึงบิดา ทำให้บิดาโกรธมากจึงแช่งว่า “ขอให้หูหนวก 500 ชาติ” ทำให้คุณยายกลัวมาก เพราะเชื่อว่าคำพูดของบิดามารดานั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ หากแช่งลูกอย่างไรย่อมจะเป็นเช่นนั้น<br />
ประมาณ ปี พ.ศ.2464 ในขณะนั้นคุณยายอายุได้เพียง 12 ปี คุณพ่อของคุณยาย เสียชีวิตลง ในขณะที่คุณยายกำลังดูแลที่นา เมื่อคุณยายกลับมาถึงบ้าน ทราบข่าวแล้ว จึงเสียใจมาก เนื่องจากยังไม่ได้ขอขมาพ่อก่อนท่านตาย ซึ่งความรู้สึกกลัวคำแช่งของบิดายังคงติดอยู่ในใจของคุณยายตลอดมา</p>
<p>ประมาณ ปี พ.ศ.2470 เมื่อคุณยายอายุได้ 18 ปี มีข่าวร่ำลือว่า หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือที่รู้จักกันในอีกนามหนึ่ง คือ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สามารถสอนคนให้เข้าถึงธรรมกายได้ และเมื่อเข้าถึงธรรมกายแล้ว จะสามารถไปนรก, สวรรค์ ไปนิพพานได้ ไปพบพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือญาติมิตรที่ตายไปแล้วก็ได้ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณยายปรารถนาที่จะศึกษาวิธีการนั่งสมาธิเพื่อไปขอขมาบิดาในปรโลกเพื่อให้ตนไม่ต้องหูหนวกในชาติต่อๆไป คุณยายจึงคาดหวังว่า จะต้องไปพบหลวงปู่วัดปากน้ำให้ได้ จากนั้นจึงได้เริ่มถือศีล 5 เป็นปกติ และรอคอยจนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร</p>
<p>ปี พ.ศ.2478 เมื่อคุณยายอายุได้ 26 ปี จึงตัดสินใจลาแม่และพี่น้อง เพื่อจะหาหนทางไปพบหลวงปู่วัดปากน้ำ โดยมอบทรัพย์สมบัติ อันได้แก่ที่ดินที่เป็นส่วนของท่านให้กับพระน้องชายซึ่งพิการ และแก้วแหวนเงินทองทั้งหมดให้กับพี่น้อง หลังจากคุณยายมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯแล้ว ได้สืบทราบว่าที่บ้านคุณนายเลี้ยบ สิกาญจนานันท์ เศรษฐีย่านสะพานหัน เป็นอุปัฏฐากสำคัญที่ไปทำบุญที่วัดปากน้ำกันเป็นประจำ จึงไปสมัครเป็นคนรับใช้ที่บ้านหลังนี้ ในช่วงเวลาที่คุณยายมาอยู่บ้านคุณนายเลี้ยบนั้น คุณนายเลี้ยบได้เชิญคุณยายทองสุก สำแดงปั้น มาสอนธรรมะที่บ้าน คุณยายจึงหาโอกาสเข้าไปปฏิบัติรับใช้คุณยายทองสุกอย่างดี จนคุณยายทองสุกรู้สึกเอ็นดู และขออนุญาตเจ้าของบ้านให้คุณยายได้เรียนธรรมปฏิบัติด้วย ดังนั้นทุกๆวันคุณยายจะรีบทำงานบ้านให้เสร็จอย่างรวดเร็ว เพื่อหาโอกาสไปนั่งปฏิบัติธรรม คุณยายปฏิบัติธรรมด้วยความตั้งใจจริง จนได้เข้าถึงธรรมกาย และเมื่ออาศัยพระธรรมกายเดินฌานสมาบัติจนชำนาญแล้ว คุณยายทองสุกจึงสอนให้คุณยายไปหาพ่อด้วยการใช้วิชชาธรรมกาย คุณยายได้เอาบุญที่เข้าถึงธรรมกายช่วยพ่อให้พ้นจากนรก และได้มีโอกาสขอขมาพ่อในคราวนั้น</p>
<p>ปี พ.ศ.2481 คุณยายขออนุญาตคุณนายเลี้ยบมาปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำ เมื่อได้พบหลวงปู่วัดปากน้ำครั้งแรก หลวงปู่ก็ทักขึ้นว่า “มึงมันมาช้าไป” ที่ท่านทักอย่างนี้ก็เพราะท่านรอคอยมานานแล้วว่า ผู้ที่มีพื้นฐานในการปฏิบัติธรรมวิชชาธรรมกายชั้นสูงได้นั้น เมื่อไรจะมาสักที แล้วหลวงปู่วัดปากน้ำก็ส่งคุณยายเข้าโรงงานทำวิชชา (ห้องปฏิบัติธรรมเพื่อศึกษาวิชชาธรรมกายชั้นสูง) ทันที ประมาณ เดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2484 การนั่งปฏิบัติธรรมศึกษาวิชชาธรรมกายชั้นสูงในสมัยสงครามโลกนั้น จะนั่งติดต่อกันตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นผลัดละ 6 ชั่วโมง ด้วยความตั้งใจจริงของคุณยาย ทำให้ท่านศึกษาวิชชาธรรมกายได้อย่างเชี่ยวชาญยิ่ง และได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าผลัด ท่านทำหน้าที่ด้วยความเพียรยิ่งกว่าใคร ถึงแม้จะหมดหน้าที่ในผลัดของตนแล้ว ท่านก็ยังนั่งร่วมกับผลัดต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง เพื่อรอรับความรู้ที่หลวงปู่วัดปากน้ำจะถ่ายทอดให้หัวหน้าผลัดคนใหม่ แล้วจึงไปพัก เป็นเช่นนี้สม่ำเสมอ ญาณทัสสนะของคุณยายจึงแจ่มแจ้งชัดเจนยิ่งนัก ดังนั้น ไม่ว่าหลวงปู่วัดปากน้ำจะสั่งอะไรก็ตาม คุณยายก็สามารถทำได้ตามนั้นทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อหลวงปู่วัดปากน้ำท่านเห็นดังนี้ จึงได้รำพึงขึ้นมาในท่ามกลางกลุ่มผู้ปฏิบัติธรรมด้วยกันว่า “ลูกจันทร์นี่ หนึ่งไม่มีสอง”</p>
<p>ปี พ.ศ.2497 หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เรียกประชุมลูกศิษย์ทั้งหมด เพื่อประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่า อีก 5 ปี ท่านจะมรณภาพ และให้ลูกศิษย์ช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก เพราะสำคัญและมีประโยชน์มาก วิชชานี้สามารถช่วยคนทั้งโลกได้</p>
<p>ปี พ.ศ.2502 หลวงปู่วัดปากน้ำมรณภาพลง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2502 เวลาบ่าย 3 โมงเศษ หลังจากนั้นบรรดาลูกศิษย์นักปฏิบัติธรรมวิชชาธรรมกายชั้นสูงทั้งหลาย ต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ส่วนคุณยายยังคงอาศัยอยู่กับคุณยายทองสุกที่บ้าน 3 ชั้น ในวัดปากน้ำ ปฏิบัติกิจภาวนา และช่วยปรนนิบัติดูแลคุณยายทองสุกเช่นเดิม<br />
ปี พ.ศ.2503 คุณยายทองสุกล้มป่วยลงด้วยโรคมะเร็งมดลูกระยะสุดท้าย ซึ่งในสมัยนั้นนอกจากจะไม่มียาดีที่รักษาให้หายแล้ว ยังมีกลิ่นเหม็นรุนแรงเป็นที่น่ารังเกียจ แต่คุณยายไม่เคยรู้สึกหรือแสดงท่าทีรังเกียจคุณยายทองสุกเลยแม้สักครั้ง กลับขยันหมั่นทำความสะอาด เช็ดถูตัว ซักเสื้อผ้าให้คุณยายทองสุกเสียจนสะอาดสะอ้าน นำน้ำอบไทยมาพรมดับกลิ่นให้ เพื่อที่ว่าในเวลาที่ลูกศิษย์ของคุณยายทองสุกที่มีอยู่ทั่วประเทศมาเยี่ยม จะได้ไม่มีกลิ่นอันอาจเป็นเหตุให้ศิษย์เหล่านั้นรังเกียจ คุณยายดูแลปรนนิบัติคุณยายทอกสุกอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งคุณยายทองสุกสิ้นชีวิต ปี พ.ศ.2506 คุณยายระลึกถึงคำสั่งของหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ให้เผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ทำให้คุณยายต้องแสวงหาและรอคอยผู้ที่จะมาทำหน้าที่สืบทอดและเผยแผ่วิชชาธรรมกายตามที่หลวงปู่วัดปากน้ำสั่งไว้ จนกระทั่งในปีนั้นเอง (พ.ศ.2506) คุณยายจึงได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สนใจมาขอเรียนธรรมปฏิบัติ และมีผลการปฏิบัติธรรมดีเยี่ยมในเวลาอันรวดเร็ว เด็กหนุ่มผู้นั้นปัจจุบัน คือ หลวงพ่อธัมมชโย</p>
<p>ปี พ.ศ.2509 นายเผด็จ ผ่องสวัสดิ์ ปัจจุบัน คือ หลวงพ่อทัตตชีโว ได้พบกับหลวงพ่อธัมมชโย ครั้งแรกเมื่อวันลอยกระทงของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ.2509 การพบกันครั้งนั้น ทำให้หลวงพ่อทัตตชีโว ซึ่งสนใจในเรื่องนรก สวรรค์ อยู่แล้ว อยากจะไปพบคุณยาย หลวงพ่อธัมมชโยต้องอบรมหลวงพ่อทัตตชีโวอยู่นานถึง 3 เดือน จึงได้พาไปพบคุณยาย จากนั้นคุณยายก็รับหลวงพ่อทัตตชีโวเป็นศิษย์อีกคนหนึ่ง และได้ชักชวนเพื่อนนิสิตทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง มาปฏิบัติธรรมกับคุณยายเป็นจำนวนมาก</p>
<p>ปี พ.ศ.2510 หลังจากนั้นไม่นาน มีคนมานั่งสมาธิกับคุณยายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะวันอาทิตย์ต้นเดือน มีคนมานั่งสมาธิกันเต็มบ้าน บรรดาศิษยานุศิษย์จึงหารือกันเพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณยาย และรวบรวมเงินกันสร้างเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น อยู่ภายในบริเวณวัดปากน้ำทางด้านเหนือ ซึ่งพระภาวนาโกศลเถร (หลวงพ่อเล็ก) รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำในขณะนั้น เมตตาตั้งชื่อให้ว่า “บ้านธรรมประสิทธิ์”</p>
<p><img decoding="async" class="alignright wp-image-266 size-medium" title="บ้านธรรมประสิทธิ์" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-008-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-008-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-008-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-008-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-008-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-008.jpg 1000w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ปี พ.ศ.2511 บ้านธรรมประสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันอาทิตย์ต้นเดือน มีคนมาปฏิบัติธรรมกันจนเต็มบ้าน ตั้งแต่ชั้นบนเรื่อยลงมาถึงบันได ชั้นล่างเรื่อยไปจนถึงสนามหญ้าหน้าบ้านตลอดจนทางเดินไปถึงประตูรั้ว ทั่วบริเวณเนื่องแน่นไปด้วยผู้คนที่มาปฏิบัติธรรม ด้วยเหตุนี้ประกอบกับความตั้งใจจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างขวางตามที่หลวงปู่วัดปากน้ำได้มอบหมายไว้ คุณยายจึงมีดำริที่จะสร้างวัดขึ้น ต่อจากนั้นไม่นาน คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี ได้ยกที่ดิน 196 ไร่ 9 ตารางวา ณ ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ให้เป็นที่สร้างวัด ปี พ.ศ.2512</p>
<p>เดือนเมษายน พ.ศ.2512 หลวงพ่อธัมมชโยเรียนจบปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณยายเห็นว่าท่านมีความรู้ทางโลกอย่างที่กำหนดไว้แล้ว และควรที่จะมีความรู้ทางธรรมทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ จึงปรึกษาหารือกันว่า ควรจะบวชในพรรษานี้ เมื่อหลวงพ่อตกลงใจ ในวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2512 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้บวช ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีพระเทพวรเวที (ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชฯ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในปัจจุบัน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีฉายาว่า “ธัมมชโย” แปลว่า “ผู้มีชัยชนะด้วยธรรมกาย”</p>
<p>วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2513 คุณยายมอบหมายให้หลวงพ่อทัตตชีโว (ขณะนั้นยังมิได้บวช) ไปดูแลรักษาที่ดิน 196 ไร่ และดูแลการก่อสร้างวัด ส่วนหลวงพ่อธัมมชโยกับคุณยายทำหน้าที่บอกบุญสร้างวัด และสอนธรรมปฏิบัติอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ กองทุนเริ่มต้นในการสร้างวัดตอนนั้นมีเพียง 3,200 บาท</p>
<p>ในช่วงต้นปี พ.ศ.2513 หลวงพ่อทัตตชีโวได้ตั้งสัจจะประพฤติพรหมจรรย์ ภายหลังการตั้งสัจจะแล้วท่านก็ยังคร่ำเคร่งอยู่กับการสร้างวัด โดยไม่คำนึงถึงเรื่องบวช คุณยายเป็นห่วงจึงเรียกมาตักเตือนและกำหนดให้บวช ท่านจึงได้บวชที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2514 และเมื่อบวชได้เพียงสัปดาห์เดียว คุณยายก็เริ่มฝึกให้เทศน์</p>
<p>ปี พ.ศ.2515 หลวงพ่อธัมมชโยมีดำริที่จะอบรมสั่งสอนธรรมะทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ทั้งนี้เพื่อมุ่งพัฒนาจิตใจอันเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เจริญก้าวหน้าต่อไป นอกจากนี้คุณยายก็ยังมุ่งหวังว่า บุคคลกลุ่มนี้จะเป็นกำลังในการเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ตามที่คุณยายได้รับปากหลวงปู่วัดปากน้ำไว้ ดังนั้น โครงการอบรมธรรมทายาท และอุปสมบทหมู่ จึงเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2515 มีนิสิตนักศึกษาเข้าอบรมทั้งสิ้น 60 คน ท่ามกลางคูน้ำและคันดินที่เพิ่งถูกพลิกฟื้นขึ้นมา โดยยังไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ แม้แต่โรงทานหรือ ศาลาปฏิบัติธรรม ปี พ.ศ.2513 – 2516 คุณยายอาศัยอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ หลวงพ่อธัมมชโยอยู่ที่วัดปากน้ำ วันธรรมดาจะสอนปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิ์ วันเสาร์อาทิตย์จะไปช่วยดูแลการสร้างวัดในที่ดิน 196 ไร่ ตอนนั้นยังไม่เป็นวัด เรียกชื่อเป็น “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม”</p>
<p>ปี พ.ศ.2516 หลังจากออกพรรษา พระภิกษุลูกศิษย์ของคุณยาย เฉพาะที่ทำหน้าที่ควบคุมการก่อสร้างวัด ได้ย้ายจากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มาอยู่ที่ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม เป็นการถาวร คุณยายยังคงอยู่ที่บ้านธรรมประสิทธิ์ คอยเก็บรวบรวมเสบียงส่งมาให้</p>
<p>ปี พ.ศ.2518 การดำเนินการสร้างวัดได้เสร็จสิ้นไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือ มีศาลาสำหรับปฏิบัติธรรมและมีกุฏิให้อยู่กันได้แล้ว หลวงพ่อธัมมชโยและคุณยายจึงย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์มาอยู่ที่ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรมด้วย คุณยายได้ตั้งกฎระเบียบภายในวัดด้วยตนเองทั้งหมด โดยนำประสบการณ์ในสมัยที่ท่านอยู่กับหลวงปู่วัดปากน้ำมาใช้ และเนื่องจากวัดยังเพิ่งจะสร้างใหม่ๆ คุณยายจึงให้ข้อคิดว่า “พระเพิ่งบวชใหม่ การที่จะเทศน์อะไรให้ลึกซึ้ง คงยังทำกันไม่ได้ ที่พอจะทำได้ คือ เป็นต้นแบบดีๆให้ญาติโยมดู แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม&#8230; ให้จัดทุกอย่างในวัดให้เป็นระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นการวางรองเท้า ไม้กวาด ผ้าขี้ริ้ว ถังขยะ ทุกอย่างในชีวิตประจำวันจัดให้เรียบร้อย ซึ่งนอกจากจะทำให้ใจเราเองสงบแล้ว แม้ญาติโยมมาวัดไม่ได้ฟังเทศน์ แต่ได้พบเห็นสิ่งเหล่านี้ เขาก็จะได้เห็นแบบอย่างที่ดีและได้ความสบายใจกลับไป”</p>
<p><img decoding="async" class="alignleft wp-image-267 size-medium" title="มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-001-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-001-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-001-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-001-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-001-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Master-Nun-Chan-Khonnokyoong-001.jpg 1000w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ปี พ.ศ.2524 ได้มีการเปลี่ยนชื่อจาก “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม” มาเป็น “วัดพระธรรมกาย” ประมาณ ปี พ.ศ.2528 เมื่อมีคนมาปฏิบัติธรรมมากจนพื้นที่วัด 196 ไร่ ไม่เพียงพอที่จะรองรับ มูลนิธิธรรมกายจึงได้ซื้อที่ดินเนื้อที่ 2,000 ไร่ เศษ จากกองมรดกของ ม.ร.ว.สุวพันธ์ สนิทวงศ์ เพื่อจัดสร้างเป็นศูนย์กลางแห่งการปฏิบัติธรรม</p>
<p>ปี พ.ศ.2531 คุณยายเป็นประธานกฐินสามัคคีของวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกในวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ.2531 ปี พ.ศ.2537 หลวงพ่อธัมมชโย คุณยาย และคณะศิษยานุศิษย์ พร้อมใจกันแสดงความกตัญญูกตเวทีด้วยการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก 1 ตัน ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2537 โดยมีพระธรรมปัญญาบดี (ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นประธานสงฆ์ประกอบพิธีเททอง<br />
ปี พ.ศ.2538 – 2542 หลวงพ่อธัมมชโย คุณยาย และคณะศิษยานุศิษย์ เริ่มสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ในปี พ.ศ. 2538 จนกระทั่งวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2542 การประดิษฐานองค์พระธรรมกายภายนอกของมหาธรรมกายเจดีย์จึงเสร็จสมบูรณ์</p>
<p>ปี พ.ศ.2541 หลวงพ่อธัมมชโย และคณะศิษยานุศิษย์ พร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ด้วยทองคำบริสุทธิ์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2541 ปี พ.ศ.2541 – 2543 สุขภาพของคุณยายอ่อนแอลง และต้องการพักผ่อนมากขึ้น คุณยายจึงไม่สามารถออกมาต้อนรับและสอนศิษยานุศิษย์ได้ แต่กระนั้นท่านก็ยังออกมาดูความก้าวหน้าในการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์อยู่เป็นประจำ ปี พ.ศ.2543 คุณยายละสังขารด้วยโรคชรา ตอนเช้ามืดของวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2543 ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ กรุงเทพฯ รวมสิริอายุได้ 91 ปี</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/264">มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/264/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
