<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>thakorn - วัดพระธรรมกาย</title>
	<atom:link href="https://dhammakaya.com/author/thakorn/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<description>&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;</description>
	<lastBuildDate>Sat, 06 Jul 2024 04:15:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>

<image>
	<url>https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/07/cropped-fl2-32x32.png</url>
	<title>thakorn - วัดพระธรรมกาย</title>
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</title>
		<link>https://dhammakaya.com/7240</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 16:13:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางมหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=7240</guid>

					<description><![CDATA[<p>วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7240">วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</h3>
<p>วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสถานที่สำคัญ 1 ใน 6 แห่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร บนเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่เกิดในเพศสมณะของท่าน วัดสองพี่น้องเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างในปี พ.ศ.2212 (ในรัชสมัยของสมเด็จพระนาราย์มหาราช) ประวัติของวัดพบในจารึกเจ้าแม่ดุสิต พูดถึงอาจารย์พิรอด หรืออาจารย์คง ซึ่งต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงนิมนต์ไปอยู่กรุงศรีอยุธยา ที่มาของชื่อ “สองพี่น้อง” เล่าสืบกันมาว่า มีช้างสองเชือก เข้าใจว่าเป็นพี่น้องกัน เดินมาจากพุม่วง หรือป่าต้น ในอำเภออู่ทอง ซึ่งเป็นที่อาศัยของช้างของพระมหากษัตริย์ ในหน้าแล้งมักจะมาหากินแถวนี้ ทางดินที่ช้างเดินย่ำเป็นที่ลุ่ม จนกลายเป็นคลอง จึงเรียกว่า “คลองสองพี่น้อง” เมื่อครั้งที่สุนทรภู่บวชเป็นพระภิกษุ ได้ล่องเรือผ่านมาพักแรมที่วัดสองพี่น้อง มีบันทึกไว้ในนิราศสุพรรณ ซึ่งเขียนเป็นโคลง กล่าวถึงว่า ได้นำมะพร้าวอ่อนและกล้วยถวายที่ศาล ความว่า…</p>
<ul>
<li>สรวงจ้าวพร้าวอ่อนกล้วย ด้วยเอย</li>
<li>เชิญพี่น้องสองเสวย สว่างร้อน</li>
<li>แรกมาอย่าถือเลย ลุกระโทษ โปรดพ่อ</li>
<li>ขอแร่แม่เก็จก้อน กับเต้าเจ้ายางฯ</li>
</ul>
<p>วัดสองพี่น้องเป็นที่กล่าวถึงกันมากในสมัยหลวงพ่อเหนี่ยง อินฺทโชโต หรือพระครูวินยานุโยค ท่านได้บูรณปฏิสังขรณ์สร้างความเจริญให้กับวัดเป็นอย่างมาก คู่กับหลวงพ่อโหน่ง อินฺทสุวณฺโณ ซึ่งมีความสามารถในการอบรมสั่งสอน ลูกศิษย์ของท่าน เช่น พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ, สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุ่น) หรือ สมเด็จป๋า วัดโพธิ์</p>
<p style="text-align: center;"><img fetchpriority="high" decoding="async" class="alignnone wp-image-7241 size-medium" title="วัดสองพี่น้อง สุพรรณบุรี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-04.jpg 1000w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>วัดสองพี่น้องมีอายุมานานกว่า 340 ปีแล้ว สิ่งก่อสร้างเดิมๆได้พังทลายไปตามกาลเวลา พระอุโบสถที่สร้างขึ้นใหม่ในภายหลัง มีอายุกว่า 80 ปีแล้ว เป็นอาคารทรงไทยตามแบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย อาคารพระอุโบสถก่ออิฐถือปูน หลังคาซ้อนสองชั้นลดสามชั้น มุงกระเบื้อง หน้าบรรณเป็นปูนปั้นเจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดพระเมาลี พนังด้านหน้าพระอุโบสถเขียนภาพพุทธประวัติตอนต่างๆ เช่น ทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา, ธิดาพญามารมายั่วยวน, โปรดปัญจวัคคีย์ เป็นต้น ผนังด้านหลังพระอุโบสถด้านนอก เขียนภาพตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์ ผนังรายรอบพระอุโบสถด้านใน เขียนเรื่องราวสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีนาค, ยักษ์, คนธรรพ์ และสัตว์หิมพานต์อื่นๆ กำลังเหาะเหินเดินอากาศอย่างเริงร่า ที่ผนังด้านขวาพระประธาน เขียนเรื่องราวพระอาทิตย์ทรงรถ ผนังด้านซ้าย เขียนรูปพระจันทร์ทรงรถ ด้านหลังพระประธานมีวิมานต่างๆ เขาพระสุเมรุ และพระอินทร์ เขียนโดยศิลปินในยุคปัจจุบัน พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตร อยู่เบื้องซ้ายขวา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-7246 size-medium" title="วัดสองพี่น้อง สุพรรณบุรี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/watsongpeenong-03.jpg 1000w" sizes="(max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ด้านหน้าพระอุโบสถมีโกศบรรจุอัฐิบูรพาจารย์ ตั้งไว้เป็นที่เคารพ เคียงข้างกับพระอุโบสถมีวิหารทรงไทย อาคารก่ออิฐถือปูน หน้าบรรณมีขนาดใหญ่ด้านบนสุดเป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร และมีหงส์ทองยืนบนฐานบัว ตบแต่งส่วนว่างของหน้าบรรณด้วยจานชามกระเบื้องเบญจรงค์และกระเบื้องจีนที่ยังคงความสมบูรณ์ มีเรือนไทยอยู่บริเวณด้านหน้าศาลาอเนกประสงค์ใช้เป็นที่ต้อนรับพระอาคันตุกะและใช้ในงานสำคัญของวัด ตรงด้านทางออกของวัดมีพระธาตุเจดีย์ศรีสังฆราชา อุภัยภาดารามสถิต ประดับลวดลายงดงาม คล้ายเจดีย์วัดโพธิ์ เป็นที่บรรจุอัฐิของสมเด็จพระสังฆราชปุ่น หรือ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ หรือ สมเด็จป๋า วัดโพธิ์ ซึ่งเคยบวชอยู่ที่นี่ วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับการคัดเลือกจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ประจำปี พ.ศ.2543 (ในปี พ.ศ.2543 กรมการศาสนายังอยู่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในปี พ.ศ.2545 กรมการศาสนาได้แยกออกจากกระทวงศึกษาธิการ และแบ่งออกเป็น 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีฐานะเท่ากับกรม ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี และกรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม)</p>
<h5 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="alignnone wp-image-7247 size-medium" title="พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1-221x300.jpg" alt="" width="221" height="300" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1-221x300.jpg 221w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1-150x204.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Phramongkolthepmuni1.jpg 300w" sizes="(max-width: 221px) 100vw, 221px" /></h5>
<h5>ชีวิตสมณะ พระผู้ปราบมาร</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ใช้ชีวิตอยู่กับการค้าข้าวเลี้ยงโยมแม่และครอบครัวเรื่อยมา จนกระทั่งอายุย่างเข้า 19 ปี ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งเป็นจุดหักเหให้ท่านเลือกเส้นทางชีวิตที่ต่างจากคนทั่วไป กล่าวคือ วันหนึ่งหลังจากค้าข้าวเสร็จ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯและลูกน้องได้นำเรือเปล่ากลับบ้าน ในคืนนั้นล่องเรือไปด้วยความยากลำบาก เพราะน้ำในคลองไหลเชี่ยว แต่ก็พยายามถ่อเรือต่อไป จนมาถึงคลองเล็กๆสายหนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางลัด ชาวบ้านเรียกคลองนี้ว่า “คลองบางอีแท่น<sup>1</sup>” อยู่เหนือตลาดใหม่ แม่น้ำนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม คลองนี้เป็นคลองเปลี่ยวและมีโจรผู้ร้ายชุกชุม ในขณะนั้นมีเรืองเพียงลำเดียวเท่านั้นที่แล่นเข้าไปในคลอง เมื่อเรือแล่นเข้าไปได้เล็กน้อย ท่านก็กลัวว่าจะโดนโจรปล้นและทำร้าย ถ้าโจรปล้นจริงๆ ท่านจะโดนทำร้ายก่อน เพราะยืนอยู่ทางท้ายเรือ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจึงเกิดความคิดขึ้นว่า “อ้ายน้ำก็เชี่ยว อ้ายคลองก็เล็ก อ้ายโจรก็ร้าย ท้ายเรือเข้าก็ไล่เลี่ยกับฝั่ง ไม่ต่ำไม่สูงกว่ากันเท่าไรนัก น่าหวาดเสียวอันตราย เมื่อโจรมาก็ต้องยิงหรือทำร้ายคนท้ายก่อน ถ้าเขาทำเราเสียได้ก่อน ก็ไม่มีทางที่จะสู้เขา ถ้าเราเอาอาวุธปืนแปดนัดไว้ทางหัวเรือ แล้วเราไปถือเรือทางลูกจ้างเสีย เมื่อโจรมาทำร้าย เราก็จะมีทางสู้ได้บ้าง” เมื่อคิดดังนั้นแล้ว จึงหยิบปืนยาวบรรจุกระสุนแปดนัด ไปอยู่หัวเรือ บอกให้ลูกเรือมาถือท้ายเรือแทน ขณะถ่อเรือแทนลูกจ้างอยู่นั้น ท่านพลันเกิดความคิดขึ้นมาว่า “คนพวกนี้ เราจ้างเขาคนหนึ่งๆ เพียง 11-12 บาทเท่านั้น ส่วนตัวเราเป็นเจ้าของทั้งทรัพย์ทั้งเรือ หากจะโยนความตายไปให้ลูกจ้างก่อน ก็ดูจะเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์มากเกินไป ทำอย่างนี้ไม่ถูก ไม่สมควร” เมื่อเกิดจิตเมตตาและนึกตำหนิตัวเองเช่นนี้ ท่านจึงตัดสินใจเด็ดขาดลงไปว่า “ทรัพย์ก็ของเรา เรือก็ของเรา เราควรตายก่อนดีกว่า ส่วนลูกจ้างนั้น เมื่อมีภัยมาถึง เขาควรจะได้หนีเอาตัวรอด ไปทำมาหาเลี้ยงบุตรภรรยาของเขาได้อีก” เมื่อตกลงใจเช่นนั้น จึงเรียกลูกเรือให้มาถ่อเรือแทน ส่วนตัวเองก็ถือปืนคู่มือกลับมานั่งท้ายเรือตามเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7242 size-medium" title="แผนที่เส้นทางทางน้ำ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-300x217.jpg" alt="" width="300" height="217" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-300x217.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-768x555.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-150x108.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand-696x503.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/The-central-region-of-Thailand.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>เรือยังคงแล่นต่อไปเรื่อยๆ แต่ไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างที่คิด เมื่อเรือแล่นมาใกล้จะออกจากคลอง จนเห็นปากทางออก ก็รู้ได้ว่าปลอดภัยแล้ว แต่ในใจของท่านยังคิดถึงความตายอยู่ตลอดเวลา และทันใดนั้น ธรรมสังเวชก็เกิดขึ้นในใจของท่านว่า “การหาเงินหาทองนี้ลำบากจริงๆเจียวหนา บิดาของเราก็หามาดังนี้ เราก็หาซ้ำรอยบิดา ตามบิดาบ้าง เงินแลทองที่หากันทั้งหมดด้วยกันนี้ ต่างคนก็ต่างหา ไม่มีเวลาหยุดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าใครไม่เร่งรีบหาให้มั่งมี ก็เป็นคนต่ำและเลว ไม่มีใครนับถือแลคบหา เข้าหมู่เขาก็อายเขา เพราะเป็นคนจนกว่าเขา ไม่เทียมหน้าเทียมบ่าเทียมไหล่กับเขา ปุรพชนต้นสกุลของเราก็ทำมาดังนี้ เหมือนๆกันจนถึงบิดาของเรา แลตัวของเรา ก็บัดนี้ปุรพชนแลบิดาของเราไปทางไหนหมด ก็ปรากฏแก่ใจว่าตายหมดแล้ว แล้วตัวของเราเล่า ก็ต้องตายเหมือนกัน” เมื่อคิดถึงความตายขึ้นมาอย่างนี้ก็เริ่มกลัว และนึกถึงความตายที่จะมาถึงตัวเองต่อไปอีกว่า “เราต้องตายแน่ๆ บิดาเราก็มาล่องข้าว ขึ้นจากเรือก็เจ็บมาจากตามทางแล้ว ขึ้นจากเรือข้าวไม่ได้กี่วันก็ถึงแก่กรรม เมื่อถึงแก่กรรมแล้ว เราที่ช่วยพยาบาลอยู่ ไม่ได้เห็นเลยที่จะเอาอะไรติดตัวไป ผ้าที่นุ่งแลร่างกายของแก เราก็ดูแลอยู่ ไม่เห็นมีอะไรหายไป ทั้งตัวเราแลพี่น้องของเราที่เนื่องด้วยแก ตลอดถึงมารดาของเราก็อยู่ ไม่เห็นมีอะไรเลยที่ไปด้วยแก แกไปผู้เดียวแท้ๆ ก็ตัวเราเล่าต้องเป็นดังนี้ เคลื่อนความเป็นอย่างนี้ไปไม่ได้แน่” เมื่อท่านคิดอย่างนี้แล้ว ท่านก็นอนแผ่ลงไปที่ท้ายเรือ แกล้งทำเป็นตาย ลองดูว่าถ้าตายแล้วจะเป็นอย่างไร ท่านก็นอนคิดว่าตัวเองตายอย่างนั้นจนเผลอสติไปสักครู่หนึ่ง เมื่อได้สติรู้สึกตัวก็รีบลุกขึ้นจุดธูปอธิษฐานจิตว่า “ขออย่าให้เราตายเสียก่อน ขอให้ได้บวชเสียก่อนเถิด ถ้าบวชแล้วไม่สึกตลอดชีวิต” นับจากวันนั้น คำอธิษฐานยังคงฝังแน่นอยู่ในใจของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯตลอดมา ความคิดที่จะบวชตลอดชีวิตยังชัดเจนอยู่ในใจ แต่ด้วยภาระที่ต้องเลี้ยงโยมแม่ ทำให้ยังไม่สามารถบวชได้</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงตั้งใจทำมาหากิน และขยันเก็บเงินเก็บทองจนมีเงินเก็บได้มากพอสมควร ที่ทำให้โยมแม่และพี่น้องมีเงินทองใช้จ่ายอย่างสะดวกสบายไม่ลำบากในอนาคต เมื่อหมดภาระเรื่องเงินทองแล้ว จึงตัดสินใจบวชทันที ในขณะนั้นท่านอายุย่าง 22 ปี พอถึงเดือน 8 ข้างขึ้น หลังจากขนข้าวลงเรือจนเต็มลำแล้ว ก็ให้ลูกน้องนำข้าวไปขายให้โรงสีในกรุงเทพฯ ส่วนตัวท่านก็เข้าวัดเป็นนาค เพื่อเตรียมตัวบวชที่วัด โดยมีพระปลัดยัง<sup>2</sup> เจ้าอาวาสวัดสองพี่น้องในขณะนั้น เป็นผู้สอนท่องคำขออุปสมบท ซักซ้อมพิธีอุปสมบทและสอนพระวินัยให้ เมื่อถึงต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2499 พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้อุปสมบท ณ วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับฉายาว่า “จนฺทสโร” โดยมี พระอาจารย์ดี วัดประตูสาร อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูวินยานุโยค (เหนี่ยง อินฺทโชโต) วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์โหน่ง อินฺทสุวณฺโณ วัดสองพี่น้อง อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์</p>
<p>ด้วยความที่เป็นผู้มีความทรงจำดี พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจึงสามารถท่องบทสวดมนต์และพระปาฏิโมกข์ได้หมด สำหรับการศึกษาในช่วงพรรษาแรก ท่านได้เรียนคันถธุระและวิปัสสนาธุระควบคู่กันไป เมื่อเรียนด้านคันถธุระไปได้ระยะหนึ่ง ท่านก็สงสัยว่า คำว่า “อวิชฺชาปจฺจยา” แปลว่าอะไร ด้วยความสงสัยที่ผุดขึ้นมาในใจเหมือนกับปริศนาที่ต้องตอบให้ได้ ท่านมีความรู้สึกว่า คำๆนี้มีความหมายสำคัญต่อตัวท่าน จึงไปถามพระภิกษุที่อยู่ในวัด เมื่อถามใครก็ไม่มีใครรู้คำแปล มีพระรูปหนึ่งบอกว่า “เขาไม่แปลกันหรอกคุณ อยากรู้ก็ต้องไปเรียนที่บางกอก” เมื่อได้ฟังดังนั้น ทำให้ท่านเกิดแรงบันดาลใจที่จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เพราะต้องการจะรู้คำแปลให้ได้ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้จำพรรษาอยู่ที่วัดสองพี่น้อง เป็นเวลา 1 พรรษา หลังจากปวารณาพรรษาแล้ว ท่านได้ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม</p>
<ul>
<li>1 คลอบางอีแท่น มีชื่อทางราชการว่า คลองลัดบางแท่น อยู่ในเขตอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม</li>
<li>2 นายสำรวย มีแก้วน้อย</li>
</ul>
<p>อ้างอิง:</p>
<ul>
<li>ปฏิปทามหาปูชนียาจารย์ (GL 305) Dhammakaya Open University, California, USA</li>
<li>รายการไปวัดไปวา ออกอากาศทาง DMC (เครือข่ายโทรทัศน์ของวัดพระธรรมกาย)</li>
</ul>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7240">วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</title>
		<link>https://dhammakaya.com/7231</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 15:54:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คลองลัดบางนางแท่น จังหวัดนครปฐม]]></category>
		<category><![CDATA[เส้นทางมหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=7231</guid>

					<description><![CDATA[<p>อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น วั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7231">อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</h3>
<p>วัดพระธรรมกาย จัดพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรก สถาปนาอนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ณ คลองบางนางแท่น จังหวัดนครปฐม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7233 size-medium" title="อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01-150x99.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-01.jpg 650w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>พิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ ในครั้งนี้ (วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2558) ได้รับความเมตตา หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิธรรมกาย เป็นประธานสงฆ์นำบูชาพระรัตนตรัย และนำปฏิบัติธรรมเจริญสมาธิภาวนา โดยมีการถ่ายทอดสดพิธีกรรมจากห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ไปยังสถานที่ประกอบพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ คลองบางนางแท่น จังหวัดนครปฐม โดยได้รับความเมตตาจาก พระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยพระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี, พระเดชพระคุณพระเทพสุวรรณโมลี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี, พระเดชพระคุณพระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยพระมหาเถรานุเถระ ได้โปรยรัตนชาติเป็นปฐมเริ่ม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7234 size-medium" title="อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02-150x99.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Bangnangtan-02.jpg 650w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>จากนั้น ประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ ได้แก่ กัลยาณมิตรอธิราช, กัลยาณมิตรพรภัทรา, กัลยาณมิตรอนันยา พันธเสน รับแผ่นทองจากพระราชภาวนาจารย์ (หลวงพ่อทัตตชีโว) นำไปปิดที่เสาเข็มมงคล ก่อนที่จะเริ่มประกอบพิธีตอกเสาเข็มมงคลต้นแรกฯ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติของสาธุชนผู้บุญทุกท่านที่ได้เดินทางมาร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้</p>
<p>ในภาคค่ำ คณะสงฆ์ และสาธุชนผู้มีบุญ ได้ร่วมกันประกอบพิธีจุดโคม และร่วมกันสวดมนต์ บทชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากา) และบทธัมมจักกัปวัตตนสูตร และได้ร่วมกันลอยกระทงธรรม</p>
<p>คลางบางนางแท่น คือ สถานที่ซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย พระผู้ปราบมาร ได้ตั้งมโนปณิธานบวชตลอดชีวิต</p>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7231">อนุสรณ์สถานฯ คลองบางนางแท่น</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</title>
		<link>https://dhammakaya.com/7220</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Jun 2024 15:39:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เส้นทางมหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[โลตัสแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=7220</guid>

					<description><![CDATA[<p>อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7220">อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</h3>
<p>วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2535 ถือเป็นก้าวแรกของการสถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ณ แผ่นดินรูปดอกบัว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ได้พร้อมใจกันน้อมถวายที่ดินอันเป็นแผ่นดินบ้านเกิดของท่าน แด่พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อสร้างอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญ 1 ใน 6 แห่ง ที่เกี่ยวเนื่องกับพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ บนเส้นทางมหาปูชนียาจารย์</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7223 size-medium" title="แผ่นดินรูปดอกบัว" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-300x245.jpg" alt="" width="300" height="245" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-300x245.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-768x628.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-150x123.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02-696x569.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-02.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>นับแต่นั้นเป็นต้นมา การดำเนินงานการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ก็ได้เริ่มต้นขึ้น</p>
<ul>
<li>วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2547 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 120 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) บรรดาศิษยานุศิษย์นำโดยพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้จัดพิธีหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ ขนาด 1 เท่าครึ่ง ด้วยทองคำบริสุทธิ์ เพื่อจะอัญเชิญไปประดิษฐานในอนุสรณ์สถาน ณ แผ่นดินบ้านเกิดของท่าน</li>
<li>วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2549 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 122 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) พิธีวางมณีบรมจักรพรรดิ โดยถือเป็นปฐมเริ่มในการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
<li>วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2550 พิธีตอกเสาเข็มต้นแรก อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
<li>วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 พิธีตอกเสาเข็มต้นสุดท้าย อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
<li>วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2550 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 123 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) พิธีประดิษฐานดวงแก้วมณีบรมจักรพรรดิ และพิธีครอบเสามงคล รอบเสาไม้เรือนเกิดของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ</li>
<li>วันที่ 23 กันยายน พ.ศ.2553 (วันครูวิชชาธรรมกาย) บรรดาศิษยานุศิษย์ตลอดจนลูกหลานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯทั่วโลก ต่างพร้อมเพรียงกันประกอบพิธีอัญเชิญรูปเหมือนทองคำ พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ ก่อนที่จะอัญเชิญท่านไปประดิษฐาน ณ อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ที่สร้างเสร็จแล้ว ณ แผ่นดินรูปดอกบัว อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</li>
<li>วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2553 สาธุชนผู้มีบุญทั้งหลายต่างร่วมใจกัน ปิดแผ่นทองยอดมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย</li>
<li>ในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2553 (วันคล้ายวันเกิด ครบ 126 ปีของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ) พิธีแห่งประวัติศาสตร์ สถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</li>
</ul>
<h5 style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7224 size-medium" title="พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-04.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></h5>
<h5>ปฐมวัย พระผู้ปราบมาร</h5>
<p>พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีชื่อเดิมว่า “สด มีแก้วน้อย” เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2427 ตรงกับวันแรม 6 ค่ำ เดือน 11 ปีวอก ณ หมู่บ้านเหนือ ฝั่งตรงข้ามวัดสองพี่น้อง ตำบลสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี โยมพ่อชื่อ เงิน แซ่จิ๋ว โยมแม่ชื่อ สุดใจ มีแก้วน้อย ครอบครัวของท่านเป็นคหบดี ทำการค้าในคลองสองพี่น้อง และอำเภอใกล้เคียง ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา รวม 5 คน คือ</p>
<ul>
<li>นางดา เจริญเรือง</li>
<li>พระมงคลเทพมุนี (สด มีแก้วน้อย)</li>
<li>นายใส มีแก้วน้อย</li>
<li>เด็กชายผูก มีแก้วน้อย (เสียชีวิตเมื่ออายุ 1 ขวบ)</li>
<li>นายสำรวย มีแก้วน้อย</li>
</ul>
<h5>เมื่อแรกเกิดมีความอดทนเป็นเลิศ</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเล่าเรื่องในวัยเด็กของท่านว่า โยมแม่บอกว่าตอนเกิด ท่านไม่ร้องสักแอะ ไม่เหมือนกับเด็กทั่วไปที่เมื่อแรกเกิดต้องร้องทุกคน บางคนเชื่อว่าเด็กเกิดมาไม่ร้อง ต้องเป็นใบ้แน่ๆ แต่เมื่อถึงกำหนดอายุที่จะพูด ท่านก็พูดได้เป็นปกติ การที่ท่านไม่ร้องเมื่อแรกเกิดไม่ได้แสดงว่าท่านจะเป็นใบ้ แต่แสดงถึงคุณลักษณะประการหนึ่งของผู้ที่จะเป็นครูบาอาจารย์ของชาวโลกในวันข้างหน้า คือ ความอดทน การเกิดนั้นเป็นทุกข์ เพราะเป็นสิ่งที่ยากที่ใครจะอดทนได้ เป็นความทุกข์ทรมานขนาดที่ทำให้ทารกแรกเกิดลืมเหตุการณ์ในภพชาติก่อนๆของตนได้หมดสิ้นทีเดียว ทารกเมื่อแรกปฏิสนธิในครรภ์มารดานั้น ต้องอยู่ที่คับแคบมาก ใต้กระเพาะอาหาร เหนือลำไส้ ท่ามกลางหน้าท้องและกระดูกสันหลัง อยู่ในที่มืดสนิท จะขยับเคลื่อนไหวกาย คู้หรือเหยียดอวัยวะก็ทำไม่ได้ ต้องนอนคุดคู้อยู่ในครรภ์มารดา ทนทุกข์ทรมานตลอด 10 เดือน<sup>1</sup> แม้จะพบกับความทุกข์ถึงขนาดนั้น ท่านก็ยังมีขันติอดทน ทั้งนี้เพราะบุญบารมีที่ท่านได้สั่งสมมานับภพนับชาติไม่ถ้วน</p>
<h5>สอนตัวเองได้ตั้งแต่เล็ก</h5>
<p>สมัยที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯยังเป็นเด็กเล็กๆ ช่วงที่ยังไม่อดนม ก่อนที่โยมแม่จะออกไปขายข้าวนอกบ้าน จะเอาท่านใส่เปลไว้ที่บ้าน แล้วเอาข้าวเย็นปั้นเป็นก้อนให้ท่านดูดเล่นแก้หิว ในขณะนั้นท่านรู้เรื่องโดยตลอด และได้สอนตัวเองว่า “ตอนนี้เราอย่าเพิ่งหิวเลยนะ อย่าเพิ่งไปกวนแม่เลย ดูดข้าวก้อนนี้แทนข้าวเย็นไปก่อน” ท่านสอนตัวเองได้ตั้งแต่ยังไม่อดนม การสอนตัวเองได้ ก็เป็นคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นครูบาอาจารย์ คอยอบรมสั่งสอนผู้อื่นอีกประการหนึ่ง</p>
<h5>ยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์</h5>
<p>ในช่วงวัยเด็ก พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเป็นเด็กน่ารัก ไปบ้านไหนมักจะมีคนมาขออุ้ม อุ้มแล้วก็หอมแก้มท่านเล่น เวลาถูกหอมแก้มทีไร ท่านสะดุ้งทุกที ท่านไม่ต้องการให้ผู้หญิงถูกเนื้อต้องตัวตั้งแต่ยังเด็ก และคอยระวังอยู่เสมอ แสดงให้เห็นว่าท่านไม่มีความยินดีในเพศตรงข้ามตั้งแต่เยาว์วัย และมีอุปนิสัยยินดีในการประพฤติพรหมจรรย์มาข้ามภพข้ามชาติ</p>
<h5>มีใจเด็ดเดี่ยวมั่นคง</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯเป็นผู้มีใจคอเด็ดเดี่ยวมั่นคง เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้ว จะพยายามทำให้สำเร็จ ถ้ายังไม่สำเร็จจะไม่ยอมเลิกเด็ดขาด ตั้งแต่สมัยที่บ้านของท่านยังทำนาและค้าข้าว ท่านมักจะช่วยโยมพ่อโยมแม่เลี้ยงวัว เมื่อวัวพลัดหลงไปในฝูงวัวของคนอื่น ท่านจะไปตามวัวกลับมาจนได้ ไม่ว่าวัวจะหลงไปทางไหน หรือจะต้องตามจนมืดค่ำเพียงใด ถ้าไม่ได้วัวมา จะไม่ยอมกลับ</p>
<h5>ตั้งมั่นในพระรัตนตรัย</h5>
<p>ปกติพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯจะช่วยโยมพ่อพายเรือค้าข้าว วันหนึ่งพอผ่านไปถึงหน้าศาลเจ้าที่ใครๆก็ว่าเฮี้ยนมาก ใครผ่านไปจะต้องเอาของไปเซ่นไหว้ แต่ท่านกลับคิดว่า “นี่ไม่ใช่พระรัตนตรัย ทำไมต้องไหว้ เราไม่เซ่น เราไม่ไหว้” วันหนึ่งเมื่อเรือผ่านศาลเจ้า ท่านรู้สึกแน่นท้องขึ้นมาทันที แต่ท่านก็อดทนไม่ยอมแพ้ เพราะคิดว่า “มันของเราแท้ๆนี่ เรื่องอะไรจะต้องเอาไปเซ่น เอาไปไหว้ ทำแล้วก็ไม่ได้บุญ บีบได้บีบไป จุกได้จุกไป เดี๋ยวมันก็หายจุก” ซึ่งครั้งนั้นท่านมีความคิดว่า สักวันหนึ่งข้างหน้าถ้าเข้าถึงพระรัตนตรัย จะกลับไปที่ศาลเจ้านั้น ทั้งๆที่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าพระรัตนตรัยเข้าถึงได้อย่างไร แต่จิตใต้สำนึกของท่านบอกอย่างนี้</p>
<h5>มีเมตตา</h5>
<p>โยมพี่สาว<sup>2</sup> ของท่านเล่าว่า ตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็ก เมื่อออกไปไถนา ท่านจะคอยสังเกตดวงตะวันว่า ใกล้เวลาเพลแล้วหรือยัง เมื่อพี่สาวของท่านเห็นก็จะตำหนิท่านว่า เกียจคร้าน คอยดูแต่ว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิกงาน แต่ความจริงแล้วท่านถือคติของคนโบราณที่ว่า การไถนาจนถึงเวลาตีกลองเพล (11.00 น.) ซึ่งเรียกว่า “เพลคาบ่าวัว” ถือว่าบาปมาก ท่านจึงไม่อยากจะใช้แรงงานวัวจนเลยเพล นี่เป็นความเมตตาของท่านที่มีต่อสัตว์ หลังจากเลิกไถนาแล้ว ท่านจะนำวัวไปอาบน้ำจนเย็นสบาย แล้วจึงปล่อยให้ไปกินหญ้าเป็นอิสระตามใจชอบ ถ้าได้ทำอย่างนี้ท่านจะรู้สึกสบายใจ และมักจะร้องเพลงไปด้วย เนื้อหาของเพลงมักจะวนเวียนอยู่กับพระนิพพาน ดังนี้ “เกิดมาว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำจะเกิดมาทำอะไร อ้ายที่อยากมันก็หลอก อ้ายที่หยอกมันก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย เลิกอยากลาหยอก รีบออกจากกาม เดินตามขันธ์สามเรื่อยไป เสร็จกิจสิบหก ไม่ตกกันดาร เรียกว่านิพพานก็ได้”</p>
<h5>การศึกษาในวัยเด็ก</h5>
<p>พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯช่วยโยมพ่อโยมแม่ทำงานตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จนอายุได้ประมาณ 9 ปี โยมแม่ได้ส่งท่านให้ไปเรียนหนังสือกับน้าชาย<sup>3</sup> ซึ่งบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดสองพี่น้อง เริ่มต้นเรียนจากหนังสือ ปฐม ก กา ตามหลักสูตรการศึกษาในสมัยนั้น ต่อมาไม่นานพระน้าชายได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดหัวโพธิ์ ตำบลหัวโพธิ์ อำเภอสองพี่น้อง ท่านได้ตามไปเรียนหนังสือต่อที่นั่นด้วยประมาณ 7-8 เดือน จากนั้นพระน้าชายก็ย้ายไปจำพรรษาที่วัดกัลยาณมิตร ธนบุรี แล้วจึงลาสิกขา ส่วนท่านไปเรียนต่อที่วัดบางปลา<sup>4</sup> อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม กับพระอาจารย์ทรัพย์ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส ขณะนั้นท่านอายุได้ 11 ปี นอกจากท่านจะเขียนอักษรขอมได้แล้ว ยังสามารถอ่านหนังสือพระมาลัย<sup>5</sup> ซึ่งเขียนเป็นอักษรขอมได้คล่อง ท่านตั้งใจเรียนและมีผลการเรียนดี เพราะเป็นคนมีนิสัยทำอะไรทำจริงมาตั้งแต่เล็กๆ ท่านใช้เวลาเรียนอยู่ที่นั่น 2 ปี จึงกลับไปช่วยโยมพ่อโยมแม่ค้าข้าวที่บ้านเกิดตามเดิม</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7225 size-medium" title="พิธีตอกเสาเข็มต้นแรก มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-08.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<h5>สืบสานมโนปณิธานพระผู้ปราบมาร</h5>
<p>การสถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ณ แผ่นดินรูปดอกบัว แสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญของพระพุทธศาสนาในยุคปัจจุบัน ที่เริ่มต้นแผ่ขยายพระพุทธธรรมคำสอนไปสู่ชาวโลก โดยเฉพาะหลักการปฏิบัติที่จะทำให้มวลมนุษย์เข้าถึงธรรม เข้าถึงความสุขที่แท้จริง ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติ ทั้งรู้และทั้งเห็นธรรม และเข้าถึงพระธรรมกายซึ่งมีอยู่แล้วในตัวของทุกๆคน จนสามารถเป็นพยานแห่งการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เป็นสัจธรรมที่สามารถพิสูจน์ได้โดยไม่จำกัดกาลสมัย</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7227 size-medium" title="เสาเรือนเกิดหลวงปู่วัดปากน้ำฯ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-09.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ได้มุ่งมั่นสานต่อมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ไปทั่วโลก โดยสอนการปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกายให้แก่พระภิกษุ, สามเณร, อุบาสก, อุบาสิกา และสาธุชนทั้งหลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายท่านได้พบกับความสุขอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน และอีกหลายท่านมีผลการปฏิบัติธรรมที่ดีเยี่ยม มีโอกาสได้ศึกษาวิชชาธรรมกายที่ลึกซึ้งยิ่งๆขึ้นไป ผลการปฏิบัติธรรมของหลายๆท่าน ได้รับการนำเสนอต่อชาวโลกในรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ผ่านทางดีเอ็มซี (DMC)<sup>6</sup> อยู่เป็นประจำ วิธีการปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกายที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ฯได้ค้นพบนี้ ปัจจุบันกำลังแผ่ขยายไปทุกทวีปทั่วโลก ชาวต่างชาติ ต่างภาษา หรือแม้จะต่างศาสนา ต่างความเชื่อ หากได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักวิชชาแล้ว ต่างล้วนพบกับประสบการณ์ภายใน สามารถเข้าถึงความเป็นตัวของตัวเองที่แท้จริงได้ และพบกับความสุขภายในตนได้ จนกระทั่งก่อให้เกิดความปรารถนาอยากจะให้ชาวโลกทั้งหลายเข้าถึงประสบการณ์แห่งการปฏิบัติธรรมเช่นเดียวกับตน เมื่อการปฏิบัติธรรมเช่นนี้แผ่ขยายไปกว้างไกลเท่าใด สิ่งที่จะมีขึ้นในใจของทุกคนอย่างหนึ่งก็คือ ความเคารพเทิดทูน ความศรัทธา และความกตัญญูกตเวทิตาอย่างเปี่ยมล้นต่อพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และในที่สุดย่อมปรารถนาที่จะมาเห็นแผ่นดินบ้านเกิดของท่าน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่า บุคคลเช่นพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯนั้นมีตัวตนอยู่จริง สิ่งที่ท่านค้นพบมีความประเสริฐจริง</p>
<p style="text-align: center;"><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone wp-image-7226 size-medium" title="มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2024/06/Memorial-Hometown-01.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ด้วยคุณธรรมอันเลิศและคุณวิเศษในตัวของพระเดชพระคุณหลวงปู่ฯ เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งหลายทั่วโลกจึงพร้อมใจสถาปนาอนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ให้ยิ่งใหญ่งดงาม เป็นศรีสง่าแห่งแผ่นดิน และเป็นสิ่งบันดาลใจให้อนุชนรุ่นหลังที่จะเกิดตามมาในอนาคตอีกนานนับพันปีได้มาศึกษาและเรียนรู้การปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย ตลอดจนเกิดความรักหวงแหนในแผ่นดินไทย ที่จะยังคงมีพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง เป็นปิ่นนานาอารยประเทศ และเป็นศูนย์กลางแผ่ขยายสันติสุขอันไพบูลย์แห่งการเข้าถึงธรรมภายใน ไปสู่โลกอนาคตอีกยาวนาน ตราบนิรันดร์</p>
<ul>
<li>1 วิสุทธิมรรคแปล ภาค 3 ตอน 1 มก.</li>
<li>2 นางดา เจริญเรือง</li>
<li>3 น้าชายของท่านชื่อ นะ มีแก้วน้อย</li>
<li>4 เหตุที่ท่านไปเรียนที่วัดบางปลา เพราะบ้านเกิดโยมพ่อของท่านอยู่ที่บางปลา</li>
<li>5 หนังสือพระมาลัย เป็นเรื่องราวของพระอรหันต์องค์หนึ่ง ได้ขึ้นไปบนสวรรค์และลงไปโปรดสัตว์ในนรก เมื่อกลับมายังโลกมนุษย์ จึงเทศน์สั่งสอนประชาชนให้ละชั่วกลัวบาป หมั่นทำบุญให้ทาน</li>
<li>6 ดีเอ็มซี (DMC) เป็นเครือข่ายโทรทัศน์ของวัดพระธรรมกาย</li>
</ul>
<p>อ้างอิง:</p>
<ul>
<li>126 ปี พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) “วันแห่งการแสดงความกัตญญูแด่พระผู้ปราบมาร” โดย พระสมศักดิ์ จนฺทสีโล (วารสารอยู่ในบุญ)</li>
<li>ปฏิปทามหาปูชนียาจารย์ (GL 305) Dhammakaya Open University, California, USA</li>
</ul>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/7220">อนุสรณ์สถาน มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาธรรมกายเจดีย์</title>
		<link>https://dhammakaya.com/278</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/278#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:31:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[มหาธรรมกายเจดีย์]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ในวัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธรรมกาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=278</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาธรรมกายเจดีย์ มหาธรรมกายเจด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/278">มหาธรรมกายเจดีย์</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>มหาธรรมกายเจดีย์</h3>
<h5>มหาธรรมกายเจดีย์: สัญลักษณ์แห่งสันติภาพโลก</h5>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-283 size-full" title="มหาธรรมกายเจดีย์" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-02.jpg" alt="" width="1000" height="667" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-02.jpg 1000w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-02-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-02-768x512.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-02-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-02-696x464.jpg 696w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" />มหาธรรมกายเจดีย์นับว่าเป็นมหาเจดีย์แห่งพระรัตนตรัย เกิดขึ้นจากการนำของหลวงพ่อธัมมชโย โดยดำริจะสร้างศาสนสถานให้เป็นศูนย์กลางการรวมใจและการประพฤติปฏิบัติธรรมของชาวพุทธทั่วโลก ซึ่งศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายและพุทธศาสนิกชนทั่วโลกได้ร่วมใจกันสถาปนาขึ้นตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2537 เรื่อยมา โดยเป้าหมายในการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ก็เพื่อไว้เป็นสถานที่สำหรับสร้างสันติภาพโลกให้แก่มวลมนุษยชาติ โดยเริ่มจากการพัฒนาสันติสุขภายในใจของแต่ละบุคคล เพราะแท้จริงแล้ว สันติภาพโลกเป็นผลพลอยได้จากใจที่เปี่ยมไปด้วยสันติสุข และความบริสุทธิ์ของทุกๆ คนที่เกิดขึ้นจากใจที่หยุดนิ่งจากการทำสมาธิ สันติสุขภายในจะผสานความแตกต่างและแตกแยก และสร้างปณิธานแห่งสันติภาพโลกร่วมกัน ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องมีสถานที่รองรับผู้คน ซึ่งกำลังค้นหาบางสิ่งที่จะเติมเต็มให้กับชีวิตและจิตใจ และความสุขที่เป็นอิสระจากวัตถุภายนอกและสภาวะแวดล้อม นอกจากการพัฒนาอานุภาพของจิตผ่านการเจริญสมาธิภาวนาแล้ว ยังมีการปลูกฝังศีลธรรมให้กับผู้ที่สนใจ ดังนั้นจึงได้มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย อันเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ มหาธรรมกายเจดีย์ เป็นหนึ่งในศาสนสถานในโครงการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีส่วนประกอบในโครงการนี้ 3 ส่วน คือ</p>
<ul>
<li>องค์มหาธรรมกายเจดีย์</li>
<li>ลานธรรม</li>
<li>มหารัตนวิหารคด</li>
</ul>
<p>องค์มหาธรรมกายเจดีย์ มีลักษณะเป็นทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางที่ฐาน 194.40 เมตร ความสูง 32.40 เมตร มีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่</p>
<h5>พุทธรัตนะ</h5>
<p>พุทธรัตนะ คือ ส่วนโดมและเชิงลาดสีทอง ด้านนอกเจดีย์ประดิษฐานพระธรรมกายประจำตัว 300,000 องค์ และด้านในเจดีย์อีก 700,000 องค์ ฐานองค์พระจารึกรายนามของผู้มีบุญที่ร่วมสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานไว้ ณ มหาธรรมกายเจดีย์แห่งนี้ด้วย องค์พระธรรมกายประจำตัวมีความสูง 18 เซนติเมตร หล่อด้วยโลหะซิลิกอนบรอนซ์ยิงอนุภาคทองคำแท้เคลือบพื้นผิวด้านนอกองค์พระและจารึกชื่อของผู้เป็นเจ้าของไว้ที่ฐานองค์พระ เพื่อเป็นอนุสรณ์ของชีวิต และเป็นทางมาแห่งบุญที่จะเกิดขึ้นกับผู้สร้างนานนับพันปีเท่าอายุขององค์พระ นอกจากนี้ภายในเจดีย์ยังประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระบรมพุทธเจ้า</p>
<p>พระประธานในมหาธรรมกายเจดีย์ หล่อจากเงินแท้ หนัก 14 ตัน มีความสูง 4.50 เมตร หน้าตักกว้าง 4.50 เมตร ทั้งองค์พระธรรมกายประจำตัวและองค์พระบรมพุทธเจ้าสร้างตามลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎก และแบบเดียวกับพระธรรมกายภายในที่ปรากฏในตัวมนุษย์ทุกคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-281 size-medium" title="มหาธรรมกายเจดีย์" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-04-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-04-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-04-768x512.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-04-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-04-696x464.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-04.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<h5>ธรรมรัตนะ</h5>
<p>ธรรมรัตนะ เป็นวงแหวนเชิงลาดสีขาวโดยรอบมหาธรรมกายเจดีย์ แทนพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงสัญลักษณ์ที่แผ่ขยายออกไปประดุจธรรมจักร เป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างพุทธรัตนะและสังฆรัตนะ มีความกว้าง 10.8 เมตร</p>
<h5>สังฆรัตนะ</h5>
<p>สังฆรัตนะ เป็นพื้นที่ขั้นบันไดวงแหวน ลดหลั่นลงมา จำนวน 22 ขั้น ถัดจากธรรมรัตนะ ใช้สำหรับพระภิกษุนั่งปฏิบัติธรรมและประกอบพิธีจำนวน 10,000 รูป หินแกรนิตที่นำมาประกอบเป็นธรรมรัตนะและสังฆรัตนะ เป็นหินแกรนิตคุณภาพดี เนื้อหินมีความสม่ำเสมอ มีความหนามากกว่าหินแกรนิตทั่วไปในท้องตลาด สั่งตัดพิเศษตามลัษณะโครงสร้างของมหาธรรมกายเจดีย์ ใช้วิธีการปูลอยนั่งบนที่ทำจากฐานสแตนเลสชนิดพิเศษ ถัดลงมารอบองค์มหาธรรมกายเจดีย์เป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ใช้เป็นลานเวียนประทักษิณของพระภิกษุสงฆ์และสระน้ำ และถัดออกไปวงนอกเป็นลานเวียนประทักษิณของสาธุชนตามลำดับ</p>
<p>โครงสร้างขององค์มหาธรรมกายเจดีย์นั้นสร้างขึ้นจาก Super Structure Concrete ซึ่งเป็นคอนกรีตส่วนผสมพิเศษที่สามารถรับกำลังอัดได้มากกว่าโครงสร้างปกติถึง 3 เท่า พื้นผิวทั้งหมดไม่กระทบกับฝนและแดด ความร้อนและความเย็นก็ไม่กระทบโดยตรง จึงทนทานต่อการกัดกร่อนมากกว่า และสามารถอยู่ได้นานนับพันปี เสาเข็มขององค์มหาธรรมกายเจดีย์หล่อด้วยคอนกรีตผสมพิเศษหุ้มสแตนเลส เพื่อให้ทนต่อการกัดกร่อน</p>
<h5>ประเภทของมหาธรรมกายเจดีย์</h5>
<p>ในครั้งพุทธกาล พระพุทธองค์ตรัสบอกกับพระอานนท์ถึงประเภทของมหาเจดีย์ไว้ว่ามี 4 ประเภท มหาธรรมกายเจดีย์เป็นมหาเจดีย์ 3 จาก 4 ประเภท ได้แก่</p>
<ol>
<li>ธาตุเจดีย์ ได้แก่ พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมหาธรรมกายเจดีย์ได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน</li>
<li>อุทเทสิกเจดีย์ ได้แก่ พระพุทธรูป ซึ่งมหาธรรมกายเจดีย์มีพระธรรมกายประจำตัวด้านนอก 300,000 องค์ ด้านใน 700,000 องค์ และพระบรมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานเป็นองค์ประธานอยู่ภายในส่วนโดมของมหาธรรมกายเจดีย์</li>
<li>ธรรมเจดีย์ ได้แก่ สถานที่เก็บพระคัมภีร์ พระธรรมคำสอน และพระไตรปิฎก ตลอดจนตำราการเรียนรู้พระพุทธศาสนา ซึ่งมหาธรรมกายเจดีย์ได้บรรจุพระไตรปิฎก หนังสือ ตำราพระพุทธศาสนา และซีดีรอมวิชาบาลีไว้ในส่วนธรรมรัตนะด้วย</li>
</ol>
<h5>ประวัติศาสตร์การสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์</h5>
<p>มหาธรรมกายเจดีย์ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ห่างจากอดีตสนามบินดอนเมือง ไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กิโลเมตร การสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์ดำเนินมาเป็นลำดับ นับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2537 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2538 โดยเริ่มอยู่ธุดงค์กลั่นแผ่นดิน ร่วมกันอธิษฐานจิตให้แผ่นดินที่จะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์มีความสะอาดบริสุทธิ์ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2538 ตอกเสาเข็มต้นแรกมหาธรรมกายเจดีย์ 1 กันยายน พ.ศ.2539 เทคอนกรีตฐานรากมหาธรรมกายเจดีย์ 26 กันยายน พ.ศ.2539 ตอกเสาเข็มต้นสุดท้าย 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541 ประดิษฐานพระบรมพุทธเจ้า ณ โดมมหาธรรมกายเจดีย์ และเมื่อองค์มหาธรรมกายเจดีย์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว จึงมีการหล่อและประดิษฐานองค์พระธรรมกายประจำตัวภายนอกและภายในเรื่อยมาจนครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2553 หากไม่มีการบังเกิดขึ้นของพระพุทธศาสนา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และวิชชาธรรมกาย มหาธรรมกายเจดีย์ก็จะไม่มีวันปรากฏขึ้นบนโลกใบนี้ เพราะมหาธรรมกายเจดีย์เป็นประดุจสิ่งแทนความบริสุทธิ์จากดินแดนของพระอริยเจ้า ซึ่งจะรังสรรค์สันติภาพและสันติสุขให้บังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignright wp-image-284 size-medium" title="มหาธรรมกายเจดีย์" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-07-300x200.jpg" alt="" width="300" height="200" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-07-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-07-768x512.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-07-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-07-696x464.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dhammakaya-jediya-07.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<h5>สันติภาพที่จะยืนยงคงอยู่นับพันปี</h5>
<p>หลวงพ่อธัมมชโยมีความปรารถนาที่จะเห็นโลกใบนี้มีสันติสุขจากพุทธธรรม ด้วยการทำสมาธิภาวนานานนับพันปี ดังนั้น สถาปนิกและวิศวกรของโครงการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ได้ทำการวิจัยอย่างละเอียดจริงจังในด้านของวัสดุก่อสร้าง ซึ่งจากการสืบหลักฐานประวัติศาสตร์ของสิ่งก่อสร้างที่มีอายุยืนนานนับพันปี จึงได้ข้อสรุปว่าวัสดุที่จะใช้ในโครงสร้างของธรรมกายเจดีย์ คือ “คอนกรีต” และ “เหล็ก” เนื่องจากพบหลักฐานจากพีรามิดโบราณของอียิปต์ ซึ่งชาวอียิปต์ในเวลานั้น ได้ใช้หินปูนขาวเพื่อผนึกก้อนหินของพีระมิดเข้าด้วยกัน หลายพันปีผ่านมาจนถึงปัจจุบัน หินปูนขาวนั้นก็ยังคงอยู่คู่กับพีระมิด ดังนั้น เราจึงพบว่า “คอนกรีต” จะเป็นสิ่งคงทนถาวร ที่จะรองรับมหาธรรมกายเจดีย์ไปนานนับพันปี ในที่สุด คอนกรีตสูตรพิเศษ ได้ถูกส่งไปยังประเทศเดนมาร์กเพื่อทดสอบในห้องทดลองในปี พ.ศ.2538 และผลการทดสอบได้ยืนยันคอนกรีตสูตรนี้ ว่าเป็นคอนกรีตที่คงทนถาวรมากที่สุดสูตรหนึ่ง บริษัทวิจัยอีกแห่งหนึ่งคือบริษัทซีแพค ในสหรัฐอเมริกา ยังได้ทำการรับรองความคงทนถาวรของคอนกรีตสูตรพิเศษสำหรับมหาธรรมกายเจดีย์ เป็นหน่วยงานที่สอง สำหรับส่วนที่รองรับพระพุทธรูปประจำตัวจำนวนสามแสนองค์ ทั้งบนโดมและส่วนเชิงลาดของพระมหาธรรมกายเจดีย์นั้นเรียกว่า “แคล็ดดิ้ง” สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ต่อเนื่องอีกยาวนานกว่าพันปีจากนี้ไป ซึ่งผู้คนในยุคต่อๆไปจะได้มาเรียนรู้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีกลุ่มชนผู้ได้สร้างสรรค์สันติภาพโลกผ่านสันติสุขภายใน โดยการสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์อันน่าอัศจรรย์ให้แก่มวลมนุษยชาติ</p>
<p>พระธรรมกายประจำตัว</p>
<p>มหาธรรมกายเจดีย์ถูกออกแบบมาเพื่อประดิษฐาน องค์พระธรรมกายประจำตัว 1,000,000 องค์ พระพุทธรูปปางขัดสมาธิแต่ละองค์ ที่ประดิษฐานอยู่ ณ มหาธรรมกายเจดีย์ ล้วนเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์, ดวงปัญญา และการบรรลุธรรม เพราะเหตุว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรมด้วยการเจริญสมาธิภาวนา จิตของพระองค์จึงบริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสอาสวะ และสภาวธรรมนี้ จึงแผ่ขยายสู่สรรพสัตว์อันไม่มีประมาณ สันติสุขภายในของแต่ละบุคคลสามารถแผ่ขยายไปได้โดยรอบ สร้างครอบครัวให้มีความสุขขึ้น ทำสังคมให้เปี่ยมสุข และผู้คนปฏิบัติต่อกันด้วยจิตเมตตาปรารถนาดี และมีความเคารพต่อกัน พระพุทธรูปประจำตัวแต่ละองค์มีขนาดกว้าง 15 ซ.ม. สูง 15 ซ.ม. และมีฐานรองรับซึ่งกว้าง 18 ซ.ม. ทางวัดพระธรรมกายขออนุโมทนาต่อปัจจัยบริจาคจากทุกท่าน สำหรับท่านที่บริจาคครบจำนวนที่จะสร้างพระพุทธรูปประจำตัวได้ ก็สามารถมีชื่อ-นามสกุลของท่านหรือบุคคลอันเป็นที่รักสลักจารึกลงบนฐานของพระพุทธรูปประจำตัว อันที่จริงแล้ว สันติภาพโลกนั้นต้องมีการแบ่งปัน และเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกๆ คน สันติภาพไม่อาจถูกสร้างขึ้นโดยบุคคลใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มศาสนาหนึ่งโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนจะต้องร่วมกันทำให้เกิดขึ้น พระพุทธรูปประจำตัว ณ มหาธรรมกายเจดีย์จึงเป็นประจักษ์พยานในความพยายามของมนุษยชาติ ที่จะสร้างสันติภาพโลกให้แก่กัน พระพุทธรูปประจำตัวและแคล็ดดิ้งถูกสร้างขึ้นด้วยโลหะซิลิกอน บรอนซ์ ซึ่งปกติแล้วจะใช้ผลิตใบพัดของเรือดำน้ำเพื่อความแข็งแรงและทนต่อสารเคมี จากความรู้ด้านอารยธรรมยุคบรอนซ์เริ่มแรกของโลกที่ “บ้านเชียง” จังหวัดอุดรธานีนั้น นักโบราณคดีได้ขุดพบรูปหล่อโลหะบรอนซ์ ซึ่งเชื่อว่ามีอายุถึงห้าพันปี เมื่อพิจารณาสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย ความชื้น และความร้อนแบบเขตศูนย์สูตร เราได้ตัดสินใจที่จะใช้ไททาเนียมและทองคำในการเคลือบผิวของพระพุทธรูปโลหะ ซิลิกอน บรอนซ์ เพื่อป้องกันพื้นผิว และให้ความมั่นใจว่าจะอยู่ได้นานนับพันปี เทคนิคนี้เรียกว่า “ไททาเนี่ยม-โกลด์ ไอออน เพลทติ้ง” ยังผลให้พระธรรมกายประจำตัวบนองค์มหาธรรมกายเจดีย์นั้น สุกสว่างราวทองคำ การก่อสร้างโครงสร้างของมหาธรรมกายเจดีย์นั้น เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี พ.ศ.2542 โดยส่วนนอกของเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานของพระธรรมกายประจำตัวจำนวนสามแสนองค์ ทั้งบนส่วนโดม และวงแหวนเชิงลาด ส่วนภายในซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการนั้น จะเป็นที่ประดิษฐานของพระธรรมกายประจำตัวอีกจำนวนเจ็ดแสนองค์ พระพุทธรูปจำนวยหลายแสนองค์นี้มีผู้เป็นเจ้าของแล้ว ในขณะที่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ยังรอคอยเจ้าภาพผู้มีบุญ มาเป็นเจ้าของบุญร่วมสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์ ในช่วงระหว่างวิกฤตทางเศรษฐกิจของเอเชียระหว่างปี พ.ศ.2541 &#8211; 2543 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไปประเทศไทย สาธุชนผู้มีบุญได้ประสบกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายๆ ท่านที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาด้านจิตใจ และคุณธรรม เพื่อความสุขอันเป็นของเฉพาะตน และสันติภาพโลก และท่านเหล่านี้เองได้บริจาคปัจจัยที่ได้ออมไว้ เพื่อให้การสร้างพระมหาธรรมกายเจดีย์ได้สำเร็จลุล่วงในที่สุด</p>
<h5>ลำดับเวลาในการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์</h5>
<ul>
<li>กุมภาพันธ์ พ.ศ.2537: หลวงพ่อธัมมชโย ดำริเริ่มโครงการ</li>
<li>กันยายน พ.ศ.2538: ตอกเสาเข็มต้นแรก</li>
<li>กันยายน พ.ศ.2539: เริ่มการสร้างฐานรากคอนกรีต</li>
<li>เมษายน พ.ศ.2541: ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์แรก ณ ยอดโดม</li>
<li>ธันวาคม พ.ศ.2542: พระพุทธรูปประจำตัวจำนวนสามแสนองค์ได้ถูกประดิษฐานครบถ้วน ณ ภายนอกองค์พระเจดีย์ สำเร็จทันกำหนด, การเฉลิมฉลองสหัสวรรษแห่งสันติภาพ ซึ่งเริ่มขึ้นในคืนวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2542 สาธุชนกว่า 200,000 คนจากทั่วโลกเข้าร่วมเฉลิมฉลองสหัสวรรษแห่งสันติภาพเป็นเวลา 3 วัน ณ มหาธรรมกายเจดีย์</li>
<li>มีนาคม พ.ศ.2547: สถานปนามหารัตนวิหารคด</li>
<li>เมษายน พ.ศ.2553: หล่อพระธรรมกายรุ่น &#8220;ปิดเจดีย์&#8221;</li>
<li>เมษายน พ.ศ.2554: หล่อองค์พระธรรมกาย 100,000 องค์สุดท้าย</li>
</ul>
<h5>ลานธรรม</h5>
<p>ลานธรรม เกิดขึ้นจากการร่วมใจกัน &#8220;โป้ง ประวัติศาสตร์&#8221; สถาปนาขึ้นของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกพร้อมกับองค์มหาธรรมกายเจดีย์ สร้างขึ้นล้อมรอบองค์มหาธรรมกายเจดีย์ เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กผสมพิเศษหล่อเป็นแผ่นพื้น ซึ่งสามารถรับแรงกดได้สูง โดยลงเสาเข็มลึก 21 เมตร จำนวน 17,948 ต้นรองรับตลอดทั้งพื้นที่ เพื่อป้องกันการทรุดตัวของพื้นดินในอนาคต รวมทั้งมีการทำคานคอนกรีตเชื่อมโยงเป็นผืนเดียวกัน มีระบบระบายน้ำใต้พื้นดินที่มีประสิทธิภาพสูง พื้นลานธรรมได้รับการออกแบบให้อยู่คงทนนานกว่าหนึ่งพันปีเคียงคู่มหาธรรมกายเจดีย์ ภายในบริเวณลานธรรม มีเสามงคล 4 ต้น ซึ่งทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก ยอดเสาเป็นโลหะ มีความสูง 64 เมตร สามารถใช้งานได้เอนกประสงค์ อาทิ เป็นเสาล่อฟ้า ใช้ถ่ายภาพ ใช้ควบคุมความปลอดภัย ฯลฯ</p>
<h5>มหารัตนวิหารคด</h5>
<p>เป็นอาคารหลังใหญ่ไร้กำแพง ตัวอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กผิวเปลือย 2 ชั้น รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสรายล้อมรอบลานธรรมและองค์มหาธรรมกายเจดีย์ มีความยาวด้านละ 1 กิโลเมตร หลังคาเป็นโลหะสแตนเลสชนิดพิเศษทรงพีระมิดแบบพื้นลาด 4 ด้าน ใต้หลังคามีฉนวนกันความร้อน เสาและคานทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กผิวเปลือย ส่วนพื้นเป็นคอนกรีตขัดมัน รวมทั้ง 2 ชั้นของมหารัตนวิหารคดมีพื้นที่ใช้งาน 631,776 ตารางเมตร เมื่อรวมกับพื้นที่ของลานธรรมอีกจำนวนกว่า 430,000 ตารางเมตรแล้ว จะมีพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งจะสามารถรองรับพุทธบริษัทที่มาร่วมประกอบพิธีแต่ละครั้งได้ถึง 1 ล้านกว่าคน มหารัตนวิหารคด</p>
<p>เริ่มสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2547 เรื่อยมา ซึ่งนับตั้งแต่พื้นที่ชั้น 1 ของมหารัตนวิหารคดสามารถใช้งานได้ วัดพระธรรมกายได้ใช้สถานที่เพื่อจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์หลายครั้ง เช่น การเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ในวันวิสาขบูชา ใช้เป็นพื้นที่จัดตักบาตร ถวายไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์นับหมื่นรูปจากทั่วประเทศ จัดนิทรรศการพุทธประวัติ และจัดงานวันรวมพลังเด็กดีวีสตาร์ ใช้เป็นที่พักสำหรับผู้อยู่ธุดงค์ในช่วงวันขึ้นปีใหม่ ใช้เป็นที่พักสำหรับการฝึกอบรมพระภิกษุธรรมทายาท ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสำหรับโครงการบวชอบรมธรรมทายาท และโครงการบวชอุบาสิกาแก้ว เป็นต้น นอกจากมหารัตนวิหารคดจะเป็นศูนย์รวมพุทธบริษัทเพื่อการประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในวันสำคัญต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นสถานที่อบรมศีลธรรมให้แก่นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้ตลอดทั้งปี อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการ &#8220;สร้างคนดี&#8221; ให้แก่สังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่องเสมอมา</p>
<h5>แหล่งผลิตคนดีที่โลกต้องการ</h5>
<p>หลวงพ่อธัมมชโย มีดำริที่จะใช้สถานที่แห่งนี้ ให้เป็นศูนย์รวมใจผู้มีบุญทุกชาติ ทุกภาษา ทั่วโลก ที่จะหลั่งไหลมาประพฤติปฏิบัติธรรม ณ สถานที่แห่งนี้ และเป็นประดุจมหารัตนบัลลังก์ของพุทธบุตรจากทั้งในและต่างประเทศที่จะเดินทางมาประชุมรวมกันเพื่อศึกษาคำสอนดั้งเดิมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประกอบศาสนกิจในโอกาสสำคัญ อันจะเป็นจุดเชื่อมประสานให้พุทธบุตรทุกนิกายสามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนดวงตะวันที่มีดวงเดียว ซึ่งการรวมตัวกันของพุทธบุตรและพุทธบริษัทจะทำให้เกิดพลังอันแข็งแกร่งในการสร้างสรรค์งานเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และสันติสุขของชาวโลก นับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะพุทธบุตรนั่นเองที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนสันติภาพโลก โดยการทำให้มวลมนุษยชาติรู้จักการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง รู้วิธีปิดอบาย ไปสวรรค์ และอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน โครงการก่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์เกิดขึ้นจากพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกที่พร้อมใจกันสละทรัพย์อันมีค่าฝากฝังไว้ในพระพุทธศาสนา ซึ่งหลวงพ่อธัมมชโยก็มีนโยบายให้ใช้ทรัพย์ที่พุทธศาสนิกชนสละมาใช้ในงานพระพุทธศาสนาอย่างคุ้มค่าให้ประหยัดสุดและประโยชน์สูงสุด เมื่อใดที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกมาพร้อมใจกันประพฤติปฏิบัติธรรมรายรอบมหาธรรมกายเจดีย์แล้ว สันติภาพและสันติสุขที่จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ก็จะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/278">มหาธรรมกายเจดีย์</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/278/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหารัตนวิหารคด</title>
		<link>https://dhammakaya.com/286</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/286#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:31:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[มหารัตนวิหารคด]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ในวัด]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธรรมกาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=286</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหารัตนวิหารคด มหารัตนวิหารคด  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/286">มหารัตนวิหารคด</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>มหารัตนวิหารคด</h3>
<p>มหารัตนวิหารคด คือ อาคารสองชั้นในรูปแบบคล้ายสเตเดี้ยมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับพระภิกษุ สามเณร และสาธุชนจากทั่วโลก ที่จะมาเจริญสมาธิภาวนา และหารือถึงวิถีทางในการนำสันติสุขและสันติภาพมาสู่มวลมนุษยชาติ การสร้างความเข้มแข้งและสมัครสมานสามัคคีให้แก่พระศาสนา และที่สำคัญที่สุดคือการแพร่ขยายความรู้ในการเจริญสมาธิภาวนา ให้กับชาวโลกโดยไม่จำกัด เชื้อชาติ ความเชื่อ ศาสนา และเผ่าพันธุ์</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-287 size-full" title="มหารัตวิหารคด" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-01.jpg" alt="" width="1000" height="664" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-01.jpg 1000w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-01-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-01-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-01-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-01-696x462.jpg 696w" sizes="auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></p>
<p>มหารัตนวิหารคดเป็นอาคารหลังใหญ่ไร้กำแพง ตัวอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กผิวเปลือย 2 ชั้น รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสรายล้อมรอบลานธรรมและองค์มหาธรรมกายเจดีย์ มีความยาวด้านละ 1 กิโลเมตร หลังคาเป็นโลหะสแตนเลสชนิดพิเศษทรงพีระมิดแบบพื้นลาด 4 ด้าน ใต้หลังคามีฉนวนกันความร้อน เสาและคานทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กผิวเปลือย ส่วนพื้นเป็นคอนกรีตขัดมัน รวมทั้ง 2 ชั้นของมหารัตนวิหารคดมีพื้นที่ใช้งาน 631,776 ตารางเมตร เมื่อรวมกับพื้นที่ของลานธรรมอีกจำนวนกว่า 430,000 ตารางเมตรแล้ว จะมีพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งจะสามารถรองรับพุทธบริษัทที่มาร่วมประกอบพิธีแต่ละครั้งได้ถึง 1 ล้านกว่าคน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-288 size-medium" title="มหารัตนวิหารคด" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-07-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-07-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-07-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-07-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-07-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/vihan-kod-07.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>มหารัตนวิหารคดเริ่มสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2547 เรื่อยมา ซึ่งนับตั้งแต่พื้นที่ชั้น 1 ของมหารัตนวิหารคดสามารถใช้งานได้ วัดพระธรรมกายได้ใช้สถานที่เพื่อจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์หลายครั้ง เช่น การเวียนประทักษิณรอบมหาธรรมกายเจดีย์ในวันวิสาขบูชา ใช้เป็นพื้นที่จัดตักบาตร ถวายไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์นับหมื่นรูปจากทั่วประเทศ จัดนิทรรศการพุทธประวัติ และจัดงานวันรวมพลังเด็กดีวีสตาร์ ใช้เป็นที่พักสำหรับผู้อยู่ธุดงค์ในช่วงวันขึ้นปีใหม่ ใช้เป็นที่พักสำหรับการฝึกอบรมพระภิกษุธรรมทายาท ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสำหรับโครงการบวชอบรมธรรมทายาท และโครงการบวชอุบาสิกาแก้ว เป็นต้น นอกจากมหารัตนวิหารคดจะเป็นศูนย์รวมพุทธบริษัทเพื่อการประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในวันสำคัญต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นสถานที่อบรมศีลธรรมให้แก่นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้ตลอดทั้งปี อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการ &#8220;สร้างคนดี&#8221; ให้แก่สังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่องเสมอมา</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/286">มหารัตนวิหารคด</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/286/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หอฉันคุณยายอาจารย์ฯ</title>
		<link>https://dhammakaya.com/315</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/315#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:30:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สถานที่ในวัด]]></category>
		<category><![CDATA[หอฉันคุณยาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[หอฉันคุณยายอาจารย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=315</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/315">หอฉันคุณยายอาจารย์ฯ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>หอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง</h3>
<p>ในครั้งที่คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงยังมีชีวิตอยู่ ท่านปรารถนาจะสร้างโรงทาน สถานที่แห่งการสร้างมหาทานบารมี และให้พระภิกษุสามเณรที่จำพรรษา ณ วัดพระธรรมกาย ไม่ต้องกังวลต่อการแสวงหาภัตตาหาร มีเวลาในการศึกษาพระปริยัติธรรมและประพฤติปฏิบัติธรรมมากขึ้น นับตั้งแต่การเริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย คุณยายอาจารย์ฯ จึงได้ตั้งโรงทานขึ้น โดยมีการจัดภัตตาหารถวายพระภิกษุสงฆ์ และเลี้ยงอาหารสาธุชนที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายด้วย ต่อมาสถานที่ของการจัดกิจกรรมงานบุญขยายออกไปกว้างขวางขึ้น สภาธรรมกายสากลหลังคาจากจึงเป็นสถานที่ถวายภัตตาหารถวายพระภิกษุและเลี้ยงอาหารสาธุชนเรื่อยมา เมื่อคุณยายอาจารย์ฯ ละสังขารไปแล้ว พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) และศิษยานุศิษย์คุณยายอาจารย์ฯ ทั่วโลก จึงพร้อมใจกันสถาปนาหอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงขึ้น เพื่อจัดเป็นสถานที่ให้พระภิกษุฉันภัตตาหารและสาธุชน อุบาสก อุบาสิกา เจ้าหน้าที่ วัดพระธรรมกายรับประทานอาหารอย่างเป็นสัดส่วน และเป็นอนุสรณ์ถึงคุณยายอาจารย์ฯ ในการทุ่มเทสร้างบารมีให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกหลาน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-316 size-full" title="หอฉันคุณยายอาจารย์" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-02.jpg" alt="" width="850" height="567" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-02.jpg 850w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-02-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-02-768x512.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-02-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-02-696x464.jpg 696w" sizes="auto, (max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>หอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงมีพื้นที่ใช้สอย 32,000 ตารางเมตร รองรับพระภิกษุสงฆ์และสามเณรฉันภัตตาหารพร้อมกันได้ 6,000 รูป มีโรงครัวที่สามารถประกอบอาหารเลี้ยงพระและสาธุชนที่มาปฏิบัติธรรมในงานบุญใหญ่ได้วันละ 200,000 คน หลังคาหอฉันประกอบด้วยยอดโดมสีขาวที่เป็นมหาเจดีย์น้อย ซึ่งใช้ในงานสลายร่างคุณยายอาจารย์ฯ และเชิงลาดลดหลั่นเป็นขั้นบันได ส่วนล่างของเชิงลาดเป็นน้ำตกเพื่อการระบายความร้อน อาคารหอฉันออกแบบให้มีความโปร่ง มีเสาน้อย มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง บริเวณโดยรอบหอฉัน มีไม้ดอก ไม้ประดับ สวยงาม ร่มรื่น สบายตา มุมทั้ง 4 ด้านของอาคารหอฉัน มีเสามงคลที่ออกแบบให้ดูสวยงาม ใช้เป็นเสาล่อฟ้า และติดตั้งดวงโคม เพื่อให้แสงสว่างแก่พื้นที่โดยรอบ โรงครัว เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น มีระบบผลิตอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และถูกสุขอนามัย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-317 size-full" title="หอฉันคุณยายอาจารย์ฯ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-07.jpg" alt="" width="850" height="567" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-07.jpg 850w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-07-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-07-768x512.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-07-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/dinner-hall-07-696x464.jpg 696w" sizes="auto, (max-width: 850px) 100vw, 850px" /></p>
<p>ปัจจุบันหอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง นอกจากจะเป็นสถานที่ฉันภัตตาหารของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรแล้ว ยังใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมงานบุญต่างๆ มากมาย เช่น พิธีถวายบาตรสามเณรธรรมทายาท พิธีบรรจุพระของขวัญในงานบุญต่างๆ พิธีถวายผ้าอาบน้ำฝน พิธีถวายอุปกรณ์กันหนาว พิธีถวายบุญโคมประทีป พับจีวร ฯลฯ ซึ่งนับได้ว่าเป็นสถานที่แห่งการสร้างมหาทานบารมีและสร้างบุญกุศลได้คุ้มค่ากับพื้นที่ที่สุด</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/315">หอฉันคุณยายอาจารย์ฯ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/315/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิหารคุณยายอาจารย์ฯ</title>
		<link>https://dhammakaya.com/290</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/290#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:30:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วิหารคุณยายอาจารย์ฯ]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ในวัด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=290</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/290">มหาวิหารคุณยายอาจารย์ฯ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>มหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง</h3>
<p>“บัดนี้ เราได้สลายร่างคุณยายอาจารย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว บุญกุศลได้เกิดขึ้นกับเรา ร่างของท่านกลายเป็นมหารัตนอัฐิธาตุ ซึ่งจะต้องนำไปประดิษฐานในสถานที่เหมาะควร คือในสถานที่ที่ท่านให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย เราจะสร้างมหาวิหารผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกายที่นั่น ให้เป็นที่ประดิษฐานมหารัตนอัฐิธาตุ เอาไว้เป็นที่สักการบูชาของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย จะเป็นเครื่องระลึกนึกถึงข้อวัตรปฏิบัติ มโนปณิธานของท่าน ให้เป็นต้นบุญต้นแบบให้ลูกหลานและผู้ที่จะมาในภายหลังได้ประพฤติปฏิบัติสืบไป”&#8230; หลวงพ่อธัมมชโย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignright wp-image-291 size-medium" title="มหาวิหารคุณยายอาจารย์ฯ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-11-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-11-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-11-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-11-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-11-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-11.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที และประกาศเกียรติคุณของคุณยายอาจารย์ ที่มีต่อพระพุทธศาสนาและชาวโลกให้ปรากฎสืบไป หลวงพ่อธัมมชโยจึงมีดำริร่วมกับศิษยานุศิษย์คุณยายอาจารย์และชาวพุทธทั่วโลกที่จะสร้างมหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ให้เป็นที่ประดิษฐานมหารัตนอัฐิธาตุและรูปหล่อทองคำของคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย มหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง มีพื้นที่ใช้สอย 5,600 ตารางเมตร โครงสร้างอาคารทำจากคอนกรีตผสมพิเศษเสริมเหล็ก รูปทรงของอาคารสร้างเลียนแบบ “ภูเขาทองคำ 6 เหลี่ยม” ของชฎิลเศรษฐีที่มีปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก สูง 29 เมตร ตั้งอยู่ ณ เกาะแก้วกลางน้ำสัณฐานคล้ายรูปใบบัว ด้านหลังพระอุโสถวัดพระธรรมกาย ภายนอกของอาคารภูเขาทองติดตั้งแผ่นสแตนเลสที่เคลือบอนุภาคทองคำแท้ ภายในมหาวิหารนั้นเป็นห้องโถงโล่งเรียบง่าย สะท้อนถึงบุคลิกและอุปนิสัยของคุณยายอาจารย์ คือรักษาสะอาด ความเป็นระเบียบ และรักการปฏิบัติธรรมอย่างที่สุด โดยใช้สแตนเลสเป็นโครงเคร่า และติดตั้งแผ่นฝ้าพลาสวูด พื้นและผนังของโถงสักการะกรุด้วยแผ่นหินอัญมณีสีขาวและเขียวอ่อน พื้นที่วิหารส่วนใหญ่จึงใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม สามารถจุคนได้ถึง 300 คน บรรยากาศภายในวิหารจะเงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งสมาธิเจริญภาวนา ภายนอกห้องโถงสักการะปูพื้นด้วยหินแกรนิตที่มีเนื้อหินสม่ำเสมอ และหนาเป็นพิเศษ วัสดุโลหะที่ยึดกับโครงสร้างและที่ใช้ในอาคารทำจากสแตนเลส เพื่อความคงทนและสวยงาม ภายในติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-292 size-medium" title="รูปหล่อทองคำคุณยายอาจารย์ฯ" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-8-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-8-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-8-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-8-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-8-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/memorial-hall-of-khun-yay-8.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />รูปหล่อทองคำคุณยายอาจารย์ฯ มีพิธีหล่อขึ้นเมื่อคุณยายอาจารย์มีอายุได้ 90 ปี ส่วนมหารัตนอัฐิธาตุของคุณยายอาจารย์ฯ เป็นอัฐิธาตุจากพิธีสลายร่างคุณยายอาจารย์เมื่อ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2545 หลวงพ่อธัมมชโยและศิษยานุศิษย์ได้รวบรวมและอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่บ้านแก้วเรือนทองของคุณยายอาจารย์ฯ หรือสถานที่ใช้เป็นโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา ก่อนจะอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่มหาวิหารแห่งนี้ ระหว่างพระอุโบสถและมหาวิหาร มีประทีปหอเทียนที่สร้างขึ้นเพื่อตามประทีปบูชาธรรมคุณยายอาจารย์ฯ การก่อสร้างมหาวิหารแห่งนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2545 ได้มีพิธีตอกเสาเข็มต้นแรก เป็นปฐมฤกษ์ของการสถาปนามหาวิหาร ยกยอดมหาวิหารเมื่อ 10 กันยายน 2546 และได้มีพิธีอัญเชิญรูปหล่อทองคำคุณยายอาจารย์ฯมาประดิษฐานในมหาวิหารเป็นการถาวร นับว่าเป็นการประกาศกิตติศัพท์และจารึกประวัติศาสตร์มหารัตนอุบาสิกาผู้ที่คุณยิ่งแด่พระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายอย่างเป็นทางการ ให้มนุษย์และเทวดาได้สักการบูชาให้เป็นสิริมงคลต่อตนเองสืบไป ปัจจุบันตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ.2554 มหาวิหารคุณยายอาจารย์ได้กลายเป็นที่ปฏิบัติธรรมของคณะพระภิกษุสงฆ์ และสามเณรในวัดพระธรรมกายที่จะมาเจริญสมณธรรมเป็นประจำในทุกๆ วัน</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/290">มหาวิหารคุณยายอาจารย์ฯ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/290/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</title>
		<link>https://dhammakaya.com/295</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/295#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:30:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[วิหารหลวงปู่]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่ในวัด]]></category>
		<category><![CDATA[พระมงคลเทพมุนี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธรรมกาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=295</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/295">มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)</h3>
<p>“มหาวิหารแห่งนี้ต้องมีความคงทน อยู่ได้อย่างน้อยพันปี สมกับความยากของการบังเกิดขึ้นของผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และรูปทรงของมหาวิหารต้องเป็นรูปทรงที่ไร้กาลเวลา คือไม่ว่าจะเป็นในปัจจุบัน หรืออีกพันปีข้างหน้า ก็ยังมีคุณค่านำสมัยตลอดกาล”&#8230; หลวงพ่อธัมมชโย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-297 size-medium" title="มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี " src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/817-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/817-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/817-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/817-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/817-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/817.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<p>ภาพหลังพุทธปรินิพพานได้ 2,459 ปี พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ดำเนินจิตหยุดนิ่งสู่เส้นทางสายกลางภายใน จนค้นพบ “พระธรรมกาย” และได้ศึกษาค้นคว้า “วิชชาธรรมกาย” ที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่ง ๆ ขึ้น พร้อมกับเผยแผ่วิธีการ “หยุดใจ” ที่ “ศูนย์กลางกาย” เพื่อให้เข้าถึง “พระธรรมกาย” ด้วยคำสอนอันเป็นอมตะว่า “หยุดเป็นตัวสำเร็จ” หากไม่มีท่าน ไม่ทราบว่าอีกนานแสนนานเพียงใด ชาวโลกจะได้พบกับหนทางที่นำชีวิตให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งความทุกข์ ไปสุ่ความสุขอันแท้จริง อันเกิดจากการเข้าถึง “พระธรรมกาย” ท่านจึงเป็นผู้ที่มีพระคุณอันยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติ</p>
<p>มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี เป็นสถานที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของพระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู้ค้นพบวิชาธรรมกาย ก่อสร้างขึ้นในบริเวณพื้นที่ 2,000 ไร่ ด้านทิศใต้ของศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก</p>
<p>รูปทรงของมหาวิหาร สื่อถึงทรงกลมของ “ดวงธรรม” ณ ศูนย์กลางกายฐานที่เจ็ด หมายถึงดวงปฐมมรรค ซึ่งเป็นธรรมะเบื้องต้นที่นำไปสู่การเข้าถึงพระธรรมกาย การออกแบบมหาวิหาร ได้จำลองรูปทรงของมหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งเป็นรูปทรงที่ไม่ถูกจำกัดด้วยกาลเวลา เป็นที่สรุปรวมความหมายของ “พระรัตนตรัย” ไว้อย่างครบถ้วน โดยตัวอาคารของมหาวิหารมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 108 เมตร พื้นที่ภายในจัดสรรตามประโยชน์การใช้สอย แบ่งออกเป็นสามส่วน</p>
<ul>
<li>ส่วนที่หนึ่ง ทางเดินเข้าไปภายในวิหาร จะเป็นสถานที่เก็บบันทึกประวัติของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ตั้งแต่ปฐมวัย มัชฌิมวัย และปัจฉิมวัย</li>
<li>ส่วนที่สอง คือห้องโถงที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำบริสุทธิ์ สถานที่สำหรับสักการะบูชา และปฏิบัติบูชา</li>
<li>ส่วนที่สาม ทางเดินออกจากวิหาร จะเป็นที่เก็บบันทึกประวัติศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก</li>
</ul>
<p>โครงสร้างของมหาวิหาร ได้ออกแบบให้มีลักษณะแบบ โมโนริจิด (Mono Rigid) เช่นเดียวกับมหาธรรมกายเจดีย์ <img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-298 size-medium" title="มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/809-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/809-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/809-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/809-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/809-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/809.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />คือมีโครงสร้างเป็นชิ้นเดียวกันต่อเนื่องตลอด และใช้คอนกรีตผสมพิเศษ ที่มีความแข็งแรงสูงสุด ตัววิหารตั้งอยู่บนเสาเข็ม ที่ตอกเต็มพื้นที่ทั้งหมดจำนวน 1,500 ต้น ทำให้วิหารไม่มีการทรุดตัวทีละส่วน การหล่อเสาเข็มใช้คอนกรีตผสมพิเศษ ทำให้น้ำไม่สามารถซึมเข้าไปในโครงสร้างส่วนที่เป็นเหล็กได้ และหุ้มเสาเข็มด้วยสเตนเลสอีกชั้น เพื่อป้องกันสารที่จะทำลายคอนกรีตกับเหล็กเสริมภายใน อีกทั้งได้เพิ่มขนาดและปริมาณเป็นสองเท่า เพื่อสามารถรองรับวิหารได้อย่างมั่นคงแข็งแรงที่สุด</p>
<p>เราจึงมั่นใจว่า มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ที่ประดิษฐานรูปหล่อทองคำ หลวงปู่วัดปากน้ำ จะเป็นสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า สง่างาม ไร้กาลเวลา อยู่เคียงคู่มหาธรรมกายเจดีย์ และคู่โลกไปอีกนานไม่น้อยกว่าหนึ่งพันปี สมกับที่ การบังเกิดขึ้นของผู้ค้นพบวิชชาธรรมกายเป็นการยาก เมื่อพุทธศาสนิกชนได้มาเยือนมหาวิหารแห่งนี้ เพื่อสักการะรูปหล่อทองคำ ก็จะตระหนักและเห็นคุณค่า และให้ความสนใจต่อการปฏิบัติธรรม จะเกิดกำลังใจมหาศาลในการสร้างบุญบารมี และเจริญรอยตามพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/295">มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/295/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สภาธรรมกายสากล</title>
		<link>https://dhammakaya.com/301</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/301#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:30:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สถานที่ในวัด]]></category>
		<category><![CDATA[สภาธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[วัดพระธรรมกาย]]></category>
		<category><![CDATA[สภาธรรมกายสากล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=301</guid>

					<description><![CDATA[<p>สภาธรรมกายสากล การสร้างวัดพระธ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/301">สภาธรรมกายสากล</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>สภาธรรมกายสากล</h3>
<p>การสร้างวัดพระธรรมกายเกิดขึ้นจากดำริของ พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และหมู่คณะ ที่ปรารถนาจะสร้างศาสนสถานอันเป็นแหล่งสร้างคนดีของโลกที่แท้จริง โดยยึดหลัก “ประหยัดสุด ประโยชน์สูง และคงทนถาวร” ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้แนวคิด “สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ และสร้างคนให้เป็นคนดี” ตามหลักปฏิรูปเทส 4 ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสร้างวัดให้เป็นที่สัปปายะ สร้างพระให้เป็นพระแท้ และสามารถเชิญชวนผู้คนให้มาประพฤติปฏิบัติธรรมจนเป็นคนดีที่โลกต้องการได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-355 size-medium" title="สภาธรรมกายสากล" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-06-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-06-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-06-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-06-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-06-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-06.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />ในการสร้างวัดพระธรรมกาย เกิดขึ้นบนทุ่งนาฟ้าโล่ง ซึ่งต้องบุกเบิกปลูกต้นไม้และสร้างอาคารใหม่ทั้งหมด ศาลาจาตุมหาราชิกา ซึ่งสร้างขึ้นใน พ.ศ.2518 เป็นศาลาปฏิบัติธรรมหลังแรก รองรับสาธุชนได้ 500 คน ซึ่งในยุคนั้นศาลาที่รองรับได้ 500 คนถือว่าใหญ่โตมาก พร้อมกับมีเสียงติติงว่า วัดพระธรรมกายอยู่ห่างไกล สร้างศาลาใหญ่โตขนาดนี้จะมีคนมาถึง 500 หรือ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ศาลาจาตุมหาราชิกาที่รองรับได้ 500 คนก็ไม่เพียงพอต่อสาธุชนที่มาปฏิบัติธรรมอย่างล้นหลาม ต่อมาในปี พ.ศ.2527 มีสาธุชนมาร่วมปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกายเป็นจำนวนหลายหมื่นคน เมื่อมีงานบุญใหญ่แต่ละครั้ง ศาลาจาตุมหาราชิกาไม่อาจรองรับสาธุชนได้ทั้งหมด สภาธรรมกายสากลหลังคาจาก จึงถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารชั่วคราว มุงจาก พื้นปูกระเบื้องคอนกรีตแผ่นเรียบ รองรับสาธุชนได้ 12,000 คน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อสาธุชนที่มาร่วมปฏิบัติธรรมกันอย่างล้นหลาม ในงานบุญใหญ่บางครั้งจึงต้องสร้างเต็นท์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ไว้ด้านข้างเพิ่มเติม เมื่อรวมสภาธรรมกายสากลหลังคาจากและเต็นท์อเนกประสงค์แล้วก็สามารถรองรับสาธุชนได้ 30,000 – 40,000 คน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignleft wp-image-354 size-medium" title="สภาธรรมกายสากล" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-05-300x199.jpg" alt="" width="300" height="199" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-05-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-05-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-05-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-05-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Sapha-Dhammakaya-05.jpg 1000w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" />ต่อมาสภาธรรมกายสากลหลังคาจากที่สามารถรองรับสาธุชนได้ 30,000 – 40,000 คน ก็ไม่สามารถรองรับสาธุชนเรือนแสนที่มาปฏิบัติธรรมได้ หลวงพ่อธัมมชโยจึงมีดำริให้สร้าง “สภาธรรมกายสากล” เป็นการถาวร และสภาธรรมกายสากลหลังคาจากได้ถูกรื้อถอนเพื่อสร้างเป็น อาคาร 100 ปีคุณยายอาจารย์ฯ สภาธรรมกายสากลเป็นศาลาอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ 2 ชั้น ชั้นบนเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและฟังธรรม รองรับสาธุชนได้ 300,000 คน และมีรัตนบัลลังก์ ใช้เป็นศูนย์กลางสภาธรรมกายสากล และพื้นที่นั่งของพระภิกษุสงฆ์กว่า 1,000 รูป ชั้นล่างเป็นลานจอดรถ ใช้จอดรถได้กว่า 10,000 คัน ศูนย์ประชุม สำนักงาน และห้องน้ำ สภาธรรมกายสากลมีพื้นที่ใช้งานประมาณ 572,336 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนพื้นที่ 250 ไร่เศษ ซึ่งขนาดใหญ่กว่าสนามหลวงถึง 3 เท่า โครงสร้างหลังคาเป็นโครงเหล็กใหญ่พิเศษ ที่ออกแบบให้มีลักษณะสูงโปร่ง หลังคาทำจากสแตนเลส เพื่อความคงทนถาวร ท้องหลังคากรุด้วยฉนวนกันความร้อนและกันเสียงสะท้อน มีระบบภาพและเสียงครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดด้วยระบบโทรทัศน์วงจรปิด รวมทั้งระบบสุขภาวะที่อำนวยความสะดวกห้องน้ำที่ชั้นล่าง และจุดบริการอาหาร จุดปฐมพยาบาล จุดรับบริจาค กระจายทั่วทั้งพื้นที่สภาธรรมกายสากล สภาธรรมกายสากลนับว่าเป็นศาลาฟังธรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้ ก็เพื่อรองรับสาธุชนที่พร้อมใจกันมาประพฤติปฏิบัติธรรมในวันอาทิตย์ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาตลอดต่อเนื่องเสมอมา ถือได้ว่าเป็นอาคารที่ใช้สร้างคนดีที่โลกต้องการเป็นจำนวนนับแสนนับล้านคนจากทั้งภายในประเทศไทยและต่างประเทศ</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/301">สภาธรรมกายสากล</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/301/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลวงพ่อธัมมชโย</title>
		<link>https://dhammakaya.com/260</link>
					<comments>https://dhammakaya.com/260#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thakorn]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2022 08:30:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[มหาปูชนียาจารย์]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพ่อ]]></category>
		<category><![CDATA[คุณครูไม่ใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[พระธัมมชโย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=260</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลวงพ่อธัมมชโย ชาติภูมิ หลวงพ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/260">หลวงพ่อธัมมชโย</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3>หลวงพ่อธัมมชโย</h3>
<h5>ชาติภูมิ</h5>
<p>หลวงพ่อธัมมชโย มีนามเดิมว่า ไชยบูลย์ สุทธิผล ถือกำเนิดเมื่อวันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ.2487 ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก เวลา 18.00 น. ณ บ้านริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ท่านเป็นบุตรของนายช่างใหญ่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม นามว่าจรรยงค์ สุทธิผล กับคุณแม่จุรี สุทธิผล เมื่อตั้งครรภ์ในขณะที่ครอบครัวพำนักอยู่ที่จังหวัดพิจิตร คุณแม่จุรีฝันว่า หลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองพิจิตรกราบไหว้บูชา ได้นำเด็กที่มีลักษณะสวยงามมามอบให้ พร้อมกับกล่าวว่า “เด็กคนนี้เป็นลูกแก้วมาเกิด ขอให้เลี้ยงดูให้ดี จะเป็นที่พึ่งได้ในกาลต่อไปภายหน้า” และต่อมายังฝันอีกว่า ได้พบพระพุทธรูปเก่าแก่องค์หนึ่งในกองทราย ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อนำมาขัด พระพุทธรูปองค์นั้นก็เปล่งรัศมีส่องสว่างไปทั่วทั้งเมือง ความฝันของคุณแม่จุรีในครั้งนั้น ได้นำความปีติยินดีมาสู่สมาชิกทุกคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคุณพ่อจรรยงค์ผู้มีความตั้งใจว่า จะส่งเสริมทายาทคนแรกของท่านนี้ ให้มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นที่พึ่งแก่ผู้คนทั้งหลายได้ และในวันที่ท่านเกิด ญาติพี่น้องที่เคยโกรธเคืองกัน ไม่ไปมาหาสู่กันเป็นเวลานาน ได้หันหน้ามาคืนดีกัน ด้วยมีความชื่นชมยินดีในวันเกิดของหลานชายคนแรก การเกิดของท่าน จึงเป็นดั่งศุภนิมิตแห่งความสมานสามัคคี ประดุจน้ำฝนตกลงบนพื้นดินเหนียวที่แตกระแหง แล้วประสานรอยร้าวของเนื้อดินนั้นให้เรียบสนิทเป็นผืนแผ่นดินเดียว</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-262" title="หลวงพ่อธัมมชโย" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phrathepyanmahamuni-P11.jpg" alt="" width="300" height="422" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phrathepyanmahamuni-P11.jpg 604w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phrathepyanmahamuni-P11-213x300.jpg 213w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phrathepyanmahamuni-P11-150x211.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/Phrathepyanmahamuni-P11-300x422.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 300px) 100vw, 300px" /></p>
<h5>ชีวิตในปฐมวัย เคลื่อนไปดุจสายน้ำ</h5>
<p>เนื่องจากคุณพ่อมีอาชีพรับราชการ ซึ่งต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ชีวิตวัยเยาว์ของท่านจึงได้รับการดูแลทั้งจากมารดาและญาติพี่น้อง รวมถึงต้องย้ายที่อยู่เสมอๆ ต่อมาคุณพ่อได้คำนึงถึงอนาคตด้านการศึกษาจึงได้ฝากบุตรชายไว้กับครูบาอาจารย์ในโรงเรียนประจำชื่อโรงเรียนตะละภัฎศึกษา แถวเสาชิงช้า ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และนับเป็นความโชคดีของท่าน เพราะเมื่อครั้งอยู่โรงเรียนประจำนั้น เจ้าของโรงเรียนซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์และไม่มีบุตร รู้สึกรักและเอ็นดูถึงกับจะเอ่ยปากขอเป็นบุตรบุญธรรมเพื่อให้สืบทอดมรดก เนื่องจากขณะนั้นคุณพ่อมีบุตรชายเพียงคนเดียวซึ่งเป็นที่รักและหวงแหนจึงไม่ยอมยกให้ แต่ถึงกระนั้นท่านเจ้าของโรงเรียนก็ยังคงรักใคร่เอ็นดู และพาติดสอยห้อยตามเข้าออกวังสระปทุมอยู่เสมอๆ จนทำให้ได้เรียนรู้ขนบธรรมเนียมของชาววังตั้งแต่นั้นมา และขณะเดียวกันก็ได้มีโอกาสติดตามไปร่วมทำบุญไหว้พระด้วยเสมอ จึงมีความใกล้ชิดกับพระสงฆ์องคเจ้าทำให้จิตใจใฝ่ธรรมะมาตั้งแต่เยาว์วัย ในปี พ.ศ.2493 คุณพ่อได้รับคำสั่งให้ย้ายไปรับราชการที่จังหวัดเพชรบุรี ท่านจึงจำเป็นต้องลาจากเจ้าของโรงเรียนผู้มีพระคุณ เพราะคุณพ่อได้มารับไปอยู่ด้วย และได้เข้าเรียนในโรงเรียนอรุณประดิษฐ์ ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อยู่กับคุณพ่อได้ปีเศษ ก็ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนสารสิทธิพิทยาลัย ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง โดยคุณพ่อพาไปฝากไว้กับคุณครูสมาน แสงอรุณ ซึ่งเป็นครูที่ใจดีและมีจิตใจโอบอ้อมอารี ท่านเรียนอยู่ ณ ที่แห่งนี้จนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ขณะที่มีอายุได้ 13 ขวบ ท่านสามารถสอบแข่งขันเข้าเรียนในชั้นมัธยมปีที่ 4 ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ได้เป็นผลสำเร็จ โดยสอบติด 1 ใน 150 คน จากผู้สมัครกว่า 500 คน วิถีชีวิตที่ต้องดูแลตัวเองตามลำพัง ต้องรู้จักประหยัด อดออม เช่นนี้ จึงหล่อหลอมให้ท่านมีความเข้มแข็งอดทน มีความเชื่อมั่นและรับผิดชอบตนเองสูง แตกต่างจากเด็กชายที่เติบโตจากครอบครัวที่พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบายทั่วไป ชีวิตในช่วงปฐมวัยจึงเปรียบประดุจการเตรียมความพร้อม และหล่อหลอมให้ท่านพร้อมที่จะเติบโตขึ้นมารับภารกิจอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันที่มีมาตั้งแต่เยาว์วัย และได้กลายเป็นจริงในปัจจุบัน</p>
<h5>ความฝันอันยิ่งใหญ่ในวัยเยาว์</h5>
<p>แม้จะมีชีวิตอิสระในขณะที่เป็นวัยรุ่น แต่ท่านก็มีความประพฤติดีงาม และตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ในระยะนี้เองที่ท่านเริ่มสนใจศึกษาพระพุทธศาสนา ท่านเป็นผู้ขวนขวายในการศึกษาหาความรู้ต่างๆ อยู่เสมอ และมีความสุขกับการใช้เวลาว่างไปแสวงหาความรู้ตามแผงหนังสือ หรือตลาดนัดหนังสือนานาประเภท เช่น ตามริมคลองหลอดบ้าง ท้องสนามหลวงบ้าง ผิดกับเด็กวัยเดียวกันที่มักจะเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกสนานไปวันๆ หากวันใดเจอหนังสือที่เกี่ยวกับการปฏิบัติกรรมฐาน เป็นต้องหยิบอ่านซ้ำแล้ว ซ้ำอีก อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ยิ่งอ่านก็ยิ่งขัดเกลาความคิดให้มองเห็นความทุกข์ในทางโลกยิ่งขึ้น แม้กระทั่งหนังสือประเภทประวัติบุคคลสำคัญของโลก ก็อ่านแล้วอ่านอีกจนจำชื่อและผลงานของแต่ละท่านได้แม่นยำ และได้จุดประกายความคิดในใจว่า เราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต ซึ่งความคิดเกินวัยนี้ ท่านได้เขียนไว้ในสมุดบันทึกในวัย 13 ปี ตอนหนึ่งว่า “ถ้าเรามาทางโลก ก็อยากไปให้สูงสุดในทางโลก ถ้าหากว่าอยู่ในทางธรรม ก็อยากจะไปให้สูงที่สุดในทางธรรม และก็จะนำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ทั่วโลก”</p>
<p>ใครเลยจะคิดว่า ความฝันในวัยเยาว์ของเด็กชายเล็กๆ คนหนึ่ง จะกลับกลายเป็นจริงขึ้นมา เพราะในปัจจุบัน บุคคลท่านนี้คือพระมหาเถระของพระพุทธศาสนา ผู้นำแสงสว่างจากดวงตะวันแห่งสันติภาพภายใน ที่เกิดจากการทำสมาธิ แผ่ขยายไปสู่ดวงใจของผู้ใฝ่สันติภาพทั่วโลก</p>
<h5>แสวงหาคำตอบของชีวิต</h5>
<p>ขณะเรียนอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้มีโอกาสฟังการบรรยายธรรมจากวิทยากรท่านต่างๆ จึงคนเกิดแรงบันดาลใจร่วมกับเพื่อนๆตั้งชุมนุมยุวพุทธขึ้น มีการศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง ไม่ว่าที่ใดมีการปาฐกถาธรรม ทั้งลานอโศก วัดมหาธาตุและที่อื่นๆ จะต้องมีเด็กชายไชยบูลย์อยู่ร่วมกิจกรรมด้วยเสมอ จนเข้าสู่วัยรุ่นความกระหายในธรรมก็ยิ่งมีมากขึ้น หากมีเวลาว่างก็จะหาโอกาสปลีกตัวไปอยู่ในที่เงียบๆ เพื่อขบคิดถึงปัญหาที่ยังค้างคาใจอยู่เสมอว่า “คนเราเกิดมาทำไม ตายแล้วจะไปไหน กรรมหรือบุญบาปมีจริงหรือไม่” เพราะได้อ่านได้ศึกษาจากตำราถึงพระพุทธดำรัสว่า ถ้ารู้ธรรมะเพียงอย่างเดียวยังใช้ไม่ได้ เพราะจะเป็นเหมือนคนตาบอดคลำช้างหรือใบลานเปล่า จะเป็นเพียงธรรมกถึกเชี่ยวชาญการเทศน์สอน แต่ประโยชน์จริงๆนั้นเป็นอย่างไรก็ยังไม่เคยปฏิบัติ แล้วก็จะกลับมาคลางแคลงย้อนถามตนเองเสียอีก</p>
<h5>ประกายแห่งคำตอบ</h5>
<p>และแล้ววันหนึ่งท่านได้พบหนังสือชื่อ “ธรรมกาย” ซึ่งเขียนตามแนวเทศนาของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มีข้อความว่า “ถ้าจะเดินให้ถูกต้องร่องรอยของพระศาสนา ต้องปฏิบัติให้ได้ทั้งรู้ทั้งเห็น” คำว่า “ธรรมกาย” อ่านแล้วสะดุดใจยิ่งนัก ในหนังสือเล่มนี้พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ท่านได้บอกไว้ว่า “ธรรมกาย” นั่นแหละ คือ “ตถาคต” พร้อมทั้งได้ยกคำบาลีที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกมายืนยันว่า “ธมฺมกาโย อหํ อิติปิ แปลว่า ตถาคตคือธรรมกาย” และตอนท้ายเรื่องมีคำยืนยันว่า “วัดปากน้ำนี้เรียนได้ ทั้งรู้ทั้งเห็น” ข้อความดังกล่าว ยิ่งทำให้ท่านเกิดความปีติยินดี ราวกับว่า เดินมาถูกทางแล้ว และเมื่อท่านได้อ่านหนังสือ “วิปัสสนาบันเทิงสาร” กล่าวถึงความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติธรรมวิชชาธรรมกายของคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ แม่ชีผู้เป็นศิษย์ของพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ก็ยิ่งทำให้ท่านมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะไปศึกษาธรรมปฏิบัติที่วัดปากน้ำ แล้วความคิดหนึ่งก็พลันบังเกิดขึ้นว่า “วัดปากน้ำอยู่ ณ แห่งหนใด”</p>
<p>บ่อยครั้งที่มองไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ ราวกับพยายามค้นหาคำตอบที่ค้างคาใจ ซึ่งมีผลให้ความคิดนี้ยิ่งตกผลึกอยู่ในใจตลอดเวลา ผิดจากเด็กวัยเดียวกันที่ควรจะสนุกสนานเพลิดเพลิน หรือใฝ่ฝันถึงอนาคตอันรุ่งโรจน์ที่จะมีทรัพย์ มีคู่ครอง แต่ท่านกลับเสาะแสวงหาคำตอบ ทั้งจากใครที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้รู้และจากตำราต่างๆ ตลอดจนครูบาอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น</p>
<h5>ตามหาครูบาอาจารย์</h5>
<p>จนกระทั่งในปี พ.ศ.2506 ขณะที่มีอายุได้ 19 ปี อยู่ในช่วงเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย ท่านก็ตัดสินใจไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อตามหาคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ มุ่งหวังว่าหากพบท่านจะขอศึกษาวิชชาธรรมกายให้จงได้ เมื่อไปถึงวัดก็เที่ยวถามใครว่า “รู้จักคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ไหม ?” คำตอบคือ ไม่มีใครรู้จักแม้แต่คนเดียว มีแต่บอกว่า “ไม่มีคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ มีแต่ครูจันทร์” ทำให้ท่านเข้าใจไปว่าเป็นคนละคนกัน เมื่อตามหาไม่พบจึงหันกลับไปทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบ จนกระทั่งสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ในที่สุด เมื่อการเรียนเทอมแรกในมหาวิทยาลัยผ่านไป ความคิดที่จะไปตามหาคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ก็หวนกลับคืนมาอีกครั้ง ดังนั้นในช่วงปิดเทอมราวเดือนตุลาคม พ.ศ.2506 ท่านจึงตัดสินใจกลับไปที่วัดปากน้ำฯ อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้พบกันอีกเช่นเคย จึงมีผู้แนะนำว่า ถ้าอยากนั่งสมาธิจริงๆ ก็ให้ไปเรียนกับพระเถระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง ซึ่งท่านยินดีสอนการเจริญภาวนาวิชชาธรรมกายให้ และเมื่อนั่งปฏิบัติไปได้ระยะหนึ่ง จึงลองสอบถามจากเด็กหนุ่มรุ่นราวเดียวกันดูอีกครั้ง ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า “คงจะเป็นครูจันทร์ละมัง” จึงได้อาสาพาไปพบ แล้วในที่สุดท่านก็ได้พบคุณแม่อาจารย์ลูกจันทร์ สมดังที่ปรารถนา</p>
<h5>พบครูผู้ชี้หนทางสู่สันติภาพ</h5>
<p>เมื่อพบกับคุณยายครั้งแรก ขณะนั้นคุณยายอาจารย์อายุได้ 53 ปี มองภายนอกเป็นเพียงแม่ชีธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่มีรูปร่างผอมบาง เนื้อตัวสะพรั่งไปด้วยเส้นเอ็น หากแต่แววตาท่านนั้นสุกใส ฉายแววของความเป็นผู้ทรงภูมิธรรมอันสูงยิ่ง บุคลิกของท่านมีความหนักแน่น เข้มแข็ง มีพลัง และเปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา แม้ว่าท่านจะไม่เคยเรียนหนังสือ ทั้งยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่กลับสามารถตอบปัญหาธรรมะอันลึกซึ้งได้อย่างกระจ่างแจ้ง ทำให้ผู้ที่มาถามไถ่รู้สึกว่า คำตอบนั้นได้ทำความสว่างให้เกิดขึ้นในจิตใจ หยุดให้ได้คิด ฉุดใจให้หลุดออกมาจากแรงดึงดูดของกระแสโลกที่เชี่ยวกราก ในคราวแรกพบนั้นเอง ท่านรู้สึกได้ทันทีว่า ได้พบครูบาอาจารย์ที่แสวงหามาแสนนาน จึงขอฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งคุณยายอาจารย์ ได้ทักท่านราวกับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่า “คุณน่ะ หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ยายไปตามมาเกิดในสมัยสงครามโลก” ท่านฟังประโยคนี้แล้วก็ไม่เข้าใจ แต่สิ่งที่คุณยายพูดตรงก็คือ ท่านเกิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จริงๆ คุณยายอาจารย์ท่านสามารถตอบทุกคำถามที่เคยสงสัยได้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน และยังก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะนำสันติสุขอันเกิดจากคำสอนในพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ทั่วโลก ทำให้ความใฝ่ฝันอันยิ่งใหญ่ในวัยเยาว์ กลับกลายเป็นความจริงได้ในที่สุด</p>
<h5>รู้เป้าหมายชีวิต</h5>
<p>ในวันแรกของการฝึกสมาธิกับคุณยายอาจารย์ ศิษย์คนใหม่ก็ได้ถามคำถามว่า นรกสวรรค์มีจริงมั๊ย คุณยายก็ตอบเรียบ ๆว่า มีจริงคุณ นรกสวรรค์มีจริง ยายไปมาแล้ว ยายไปช่วยพ่อยาย พ่อยายตกนรกเพราะว่าดื่มเหล้า วันละ 10 สตางค์ ยายก็เข้าองค์พระไปช่วยท่านขึ้นมาได้ไปอยู่บนสวรรค์แล้วคุณอยากจะไปมั๊ยล่ะ ยายจะสอนให้ แล้วไปด้วยกัน คำตอบของคุณยาย แตกต่างจากทุกคำตอบที่เคยได้ฟัง แสดงให้เห็นว่าท่านต้องไปรู้ไปเห็นด้วยตนเอง จึงสามารถตอบเช่นนี้ได้ แต่เรื่องการไปนรกสวรรค์มิใช่เรื่องยากอะไรเลยสำหรับคุณยาย เพราะในสมัยที่หลวงพ่อวัดปากน้ำยังมีชีวิตอยู่ คุณยายได้เข้าไปนั่งสมาธิในโรงงานทำวิชชาร่วมกับแม่ชี และพระภิกษุ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำคัดเลือกแล้วว่า เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในสมาธิ ในยุคนั้น คุณยายอาจารย์นั่งสมาธิวันละ 12 ชั่วโมง กลางวัน 6 ชั่วโมง กลางคืนอีก 6 ชั่วโมง และเป็นผู้ที่มีผลการปฏิบัติธรรมดีเยี่ยม จนหลวงพ่อวัดปากน้ำเอ่ยปากชมท่านท่ามกลางเหล่านักปฏิบัติธรรมชั้นยอดว่า “ลูกจันทร์นี้ เป็นหนึ่งไม่มีสอง” หลังจากนั่งสมาธิกับคุณยายได้ไม่นาน ท่านก็พบคำตอบที่เฝ้าค้นหามาตลอด ว่า “คนเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต” ซึ่งการปฏิบัติธรรมกับคุณยายทำให้ท่านพบคำตอบแล้วว่า “คนเราเกิดมาเพื่อสร้างบารมี และพระนิพพานคือเป้าหมายชีวิตอันสูงสุดของทุกชีวิต” นั่นเอง</p>
<h5>เพียรปฏิบัติธรรมจนเข้าถึงสันติสุขที่แท้จริง</h5>
<p>แต่กว่าที่จะเข้าใจลึกซึ้งถึงคำตอบของชีวิตที่ค้นหามานาน ท่านต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจศึกษาธรรมะอย่างจริงจัง กิจวัตรส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการทำสมาธิทั้งสิ้น ทุกวันเวลาประมาณ 6 โมงเช้า ออกเดินทางจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สมัยนั้นต้องขึ้นรถเมล์ถึง 3 ต่อ ขณะที่อยู่บนรถไม่ว่านั่งหรือยืนก็ตาม ท่านจะหลับตาทำสมาธิอยู่ตลอดเวลา ประมาณ 8 โมงเช้าจึงมาถึงวัดปากน้ำ และรีบตรงดิ่งไปนั่งสมาธิต่อกับคุณยายทันที จนกระทั่งถึง 2 ทุ่มจึงเลิก และกลับถึงมหาวิทยาลัยราว 4 ทุ่ม หรือแม้แต่ในช่วงดึกสงัด ประมาณตี 3 อันเป็นเวลาหลับสนิทของเพื่อน ๆ ท่านก็จะลุกขึ้นมานั่งสมาธิ เพราะเป็นเวลาที่เงียบสงบ และร่างกายได้พักผ่อนจนหายเหน็ดเหนื่อยแล้ว และเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เพื่อน ๆ พบเห็น แต่กระนั้นก็ยังมีบางครั้งที่เพื่อนบางคนตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนดึก เมื่อเห็นคนนั่งเอาผ้าห่มคลุมโปงอยู่ก็ตกใจ แต่เมื่อทราบว่าท่านกำลังนั่งสมาธิอยู่ ก็มิได้ล้อเลียนแต่ประการใด เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ เริ่มคุ้นเคย จึงได้เริ่มชวนเพื่อนๆ ในกลุ่มที่สนิท ไปนั่งสมาธิกับคุณยายอาจารย์ที่วัดปากน้ำ ในเวลาต่อมาก็มีเริ่มมี รุ่นพี่ รุ่นน้อง ติดตามไปด้วยอีกหลายคน แม้จะเอาจริงเอาจังกับการทำสมาธิเพียงใด แต่เรื่องการเรียนก็สามารถสอบผ่านไปได้ด้วยดีทุกภาคการศึกษา เพราะเป็นธรรมดาของบัณฑิตผู้มีปัญญาที่ตระหนักว่า การศึกษาที่สมบูรณ์จำเป็นต้องควบคู่กันไปทั้งทางโลกและทางธรรม ความรู้ทางโลก มีความจำเป็นต้องเรียนเพื่อหาเลี้ยงชีพ ส่วนความรู้ทางธรรม เรียนไปเพื่อกล่อมเกลาจิตใจให้ดีงาม และที่สำคัญทำให้ท่านคลายความสงสัยในเรื่องที่เป็นความลับของชีวิต ที่ว่า คนเราตายแล้วไปไหน ? นรก สวรรค์ มีจริงหรือไม่ ? จะพิสูจน์ได้อย่างไร ความรู้ที่ลึกซึ้งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัยใดๆ นอกจากความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเป็นเหตุให้จิตใจของท่านเอนเอียงมาในการศึกษาทางธรรมมากกว่า เพราะแม้กระทั่งในเวลาสอบ ถ้าสอบเช้า ตอนบ่ายก็จะนั่งรถเมล์ไปปฏิบัติธรรมที่วัดปากน้ำ และทำอยู่เช่นนี้อย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด จนกระทั่งเรียนจบ ด้วยความตั้งใจจริงในการปฏิบัติธรรม ประกอบกับความเคารพอ่อนน้อม อยู่ในโอวาทของครูบาอาจารย์ ทำให้ผลการปฏิบัติธรรมของท่านมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นที่พอใจของคุณยายอาจารย์ยิ่งนัก กล่าวกันว่า แม้แต่คนเก่าแก่ที่เคยมาปฏิบัติธรรมกับคุณยายก่อนหน้านี้ ก็ยังยอมรับในความเชี่ยวชาญแห่งผลการปฏิบัติธรรมของท่าน ทำให้ท่านได้รับความไว้วางใจจากคุณยายให้เป็นพี่เลี้ยง ช่วยแนะนำธรรมปฏิบัติแก่ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมร่วมกันเสมอ ๆ ความสุขภายในที่ได้รับจากการนั่งสมาธิ ทำให้ท่านยิ่งมีความเชื่อมั่นในวิชาความรู้ที่มีอยู่ในพระพุทธศาสนา และเห็นคุณค่าของการปฏิบัติธรรมว่า สามารถช่วยมนุษย์ให้พ้นทุกข์ได้ อีกทั้งยังตอบคำถามต่าง ๆ ที่เคยค้างคาใจ ได้อย่างแจ่มแจ้ง</p>
<h5>เข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์</h5>
<p>เมื่อความสุขที่แท้จริงและความจริงของชีวิตถูกเปิดเผยขึ้น ทำให้ท่านรู้ว่าคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือวิชชาที่แท้จริงที่มนุษย์ทุกคนต้องศึกษา ท่านจึงอยากจะทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิต ศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงตัดสินใจขออนุญาตคุณยายเพื่ออุปสมบทเป็นพระภิกษุ แต่นอกจากคุณยายจะไม่อนุญาตแล้ว ยังกำชับให้เรียนจนจบปริญญาเสียก่อน โดยให้เหตุผลว่า “ต้องเป็นบัณฑิตในทางโลก และเป็นนักปราชญ์ในทางธรรม เพื่อว่าเมื่อบวชแล้วจะได้เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา มิใช่พึ่งพระศาสนาเพียงฝ่ายเดียว” กระทั่งในวันคล้ายวันเกิดของคุณยายในปี พ.ศ.2511 ท่านจึงแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อคุณยาย ด้วยการตั้งสัจจะอธิษฐานขอประพฤติพรหมจรรย์ไปตลอดชีวิต เป็นของขวัญวันเกิดแด่คุณยายอาจารย์ซึ่งถือเป็นของขวัญอันล้ำค่ายิ่ง จนกระทั่งปี พ.ศ.2512 ท่านก็ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์เกษตร หลังจากรับปริญญาแล้ว ก็แจ้งความจำนงต่อโยมพ่อทันทีว่า จะขอบวชไม่สึกตลอดชีวิต โยมพ่อก็อนุญาตและอนุโมทนาด้วย เพราะลูกชายได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ว่าจะเรียนให้ได้ปริญญาเสียก่อนจึงจะบวช ส่วนโยมแม่ก็อนุโมทนาด้วยความปลื้มปีติและเต็มใจ ในทันทีที่ลูกชายมาขออนุญาตลาบวช เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนาต่อไป วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2512 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 9 เป็นวันมหามงคลยิ่ง เพราะเป็นวันที่ท่าน ได้ก้าวเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์เป็นพระภิกษุสงฆ์สมดังความปรารถนา ที่พระอุโบสถวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ โดยมีพระเทพวรเวที (สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในปัจจุบัน) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า “ธัมมชโย” แปลว่า “ผู้ชนะโดยธรรม” หลังจากบวชแล้วท่านได้กล่าวถึงอุดมการณ์ในการออกบวช ไว้ตอนหนึ่งว่า&#8230;</p>
<p>&#8220;การบวชเป็นพระไม่ใช่ของง่าย หาใช่ครองผ้ากาสาวพัสตร์แล้วจะเป็นพระได้ จะต้องปฏิบัติกิจวัตรของสงฆ์ซึ่งมีศีล 227 ข้อ ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย… การบวชนั้นถ้าจะให้ได้บุญกุศล ควรจะเป็นที่พึ่งของพระศาสนาได้ด้วย ไม่ใช่บวชมาเพื่อพึ่งพระศาสนาอย่างเดียว&#8221;</p>
<p>อุดมการณ์อันมั่นคงเช่นนี้ มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยง่าย หากจะเกิดได้ต้องอาศัยการศึกษาและปฏิบัติ จนรู้ซึ้งถึงคุณค่าของพุทธธรรมด้วยตนเองอย่างถ่องแท้เท่านั้น ดังที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า อำนาจพุทธธรรมนั้นยิ่งใหญ่ลึกซึ้ง จนทำให้เกิดความตั้งใจอันมั่นคงว่า จะสละชีวิตนี้แก่พระพุทธศาสนา ครองผ้ากาสาวพัสตร์ไปตราบสิ้นอายุขัย การบวชของท่าน จึงเป็นการบวชอุทิศชีวิตแก่พระพุทธศาสนา ด้วยมโนปณิธานที่จะเผยแผ่พุทธธรรมให้กว้างไกลไปสู่ชาวโลก และการบวชอุทิศชีวิตของท่านก็ได้เป็นแบบอย่าง ให้หมู่คณะที่ปฏิบัติธรรมร่วมกัน ได้ติดตามเข้ามาสู่เส้นทางแห่งร่มผ้ากาสาวพัตร์อย่างต่อเนื่อง</p>
<h5>พลิกทุ่งนาฟ้าโล่งสู่บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์</h5>
<p>ชีวิตใหม่ในเพศบรรพชิต พระธัมมชโย เป็นพระภิกษุผู้เคร่งครัดในศีลาจารวัตร มุ่งศึกษาธรรมะทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติ พร้อมกันนั้นท่านยังทำหน้าที่สอนธรรมปฏิบัติแก่สาธุชน ณ บ้านธรรมประสิทธิ์แทนคุณยายเป็นประจำ จนกระทั่งมีสาธุชนมาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นมากมายจนเต็มพื้นที่บ้านธรรมประสิทธิ์ทั้งในบ้าน ชานบ้าน และล้นออกไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน โดยเฉพาะในวันอาทิตย์นั้นต้องเปิดประตูรั้วทิ้งไว้เพราะมีคนส่วนหนึ่งต้องนั่งอยู่นอกรั้ว หมู่คณะทุกคน จึงเห็นพ้องต้องกันว่า ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องสร้างวัด เพราะขณะนี้ท่านมีคณะทำงานที่เข้มแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตหนุ่มสาวผู้มีความรู้ความสามารถ และผ่านการฝึกอบรมคุณธรรมต่าง ๆ จากท่านอย่างใกล้ชิด เมื่อทุกคนมีความพร้อมทั้งกายและใจ การสร้างวัดพระธรรมกายจึงได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2513 ซึ่ง ตรงกับวันมาฆบูชา เงินทุนเริ่มต้นของการสร้างวัดมีอยู่เพียง 3,200 บาท กับที่นา 196 ไร่ ที่ได้รับบริจาคมาจากคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี หมู่คณะทุกคน จึงต้องตรากตรำทำงานหนักและดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายยิ่ง มีเพียงน้ำพริกผักจิ้มเป็นอาหารหลัก โดยอาศัยเก็บผักที่ขึ้นอยู่ตามท้องนาบริเวณนั้น แต่ทุกคนก็เต็มเปี่ยมด้วยขวัญและกำลังใจ ทั้งเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่าจะต้องสำเร็จ แม้ว่าขณะนั้นจะยังมองไม่เห็นทางเลยก็ตาม ปัญหาหนักเรื่องหนึ่ง ก็คือ การจัดหาทุน ในเรื่องนี้ หลวงพ่อธัมมชโยจะให้โอวาทแก่คณะทำงานเสมอว่า “ปัจจัยทุกอย่างที่สาธุชนทำบุญมานั้น เป็นปัจจัยที่ผู้ทำบุญได้อธิษฐานจบท่วมหัวถวายพระศาสนา จะต้องช่วยกันดูแลรักษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด” ด้วยเหตุนี้ถาวรวัตถุทุกอย่างของวัดพระธรรมกาย จึงสร้างอย่างแข็งแรงเพื่อใช้ประโยชน์ได้ยาวนานที่สุด ขณะเดียวกันก็มีรูปทรงที่เรียบง่าย ไม่สิ้นเปลืองในการดูแลรักษา แต่ทว่าก็ต้องประณีต สง่างาม บ่งบอกถึงความเคารพในพระพุทธศาสนา ดังเช่นอุโบสถ ทุกขั้นตอนการก่อสร้างเป็นไปอย่างละเอียด ประณีต ทุกอย่างต้องผ่านการคัดเลือก อย่างชนิดที่เรียกว่า ดีที่สุด แต่ก็ต้องประหยัดสุดประโยชน์สูงสุดด้วย</p>
<p>แม้แต่การผสมคอนกรีต มิใช่ว่าจะเอาหินเอาทรายมาผสมกันได้เลย หากต้องนำหินมาร่อนในน้ำ เพื่อทำความสะอาดแล้วคัดเอาเฉพาะหินเนื้อดีมาใช้ ส่วนทรายที่จะนำมาผสมก็ต้องไปสั่งจองไว้ที่ท่าทรายล่วงหน้า ว่าต้องการทรายที่คุณภาพดีจริงๆ เมื่อเขานำทรายมาส่งก็ทดสอบคุณภาพด้วยการเอามือล้วงลงไปในกองทราย แล้วดึงขึ้นมา ถ้าพบว่ามีคราบดินติดผิวหนังมาก ก็เป็นอันว่าทรายนั้นใช้ไม่ได้ เพราะมีการปนเปื้อนมาก หากนำมาผสมปูนความแข็งแรงจะลดลงไป</p>
<p>หรือในการฉาบผนังอุโบสถภายนอก ซึ่งจะใช้หินเกร็ดเม็ดโตกว่าเมล็ดข่าวสารเล็กน้อยมาฉาบที่ผนัง แล้วเอาน้ำราดปูนที่ผิวออก ให้หินเกร็ดโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง ซึ่งหินเกร็ดโดยทั่วไปนั้น จะมีหลากหลายสีคละกัน แต่หินเกร็ดที่จะใช้ฉาบผนังอุโบสถนั้นต้องการเฉพาะสีขาวล้วน จึงต้องคัดเลือกกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยอาศัยแรงศรัทธาของชาวบ้านย่านใกล้เคียงและสาธุชนที่มาวัด ช่วยกันคัดเลือกทีละเม็ดๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จนได้หินเกร็ดสีขาวบริสุทธิ์ประดับผนังอุโบสถทั้งหลังอย่างงดงาม</p>
<h5>ขยายสันติภาพด้วยพลังศรัทธาของมหาชน</h5>
<p>วัดพระธรรมกายเติบโตจากน้ำใจและศรัทธาของมหาชนมาโดยตลอด จึงสามารถเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งชักชวนกันมาปากต่อปาก และเป็นเหตุให้ต้องช่วยกันขยับขยายสถานที่ครั้งแล้วครั้งเล่า จากพื้นที่วัด 196 ไร่ จึงกลายมาเป็นพื้นที่ 2,500 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมของชาวโลก จากศาลาหลังแรกซึ่งจุคนได้ 500 คน ใช้ได้เพียงไม่ถึง 5 ปี ก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับบ้านธรรมประสิทธิ์ คือ มีสาธุชนมากันอย่างล้นหลาม จนต้องไปนั่งตามสนามหญ้า ตามโคนต้นไม้ คราใดฝนตกก็เปียกปอนไปตามๆ กัน ครั้นต่อมาสร้างศาลาหลังคามุงจาก ซึ่งจุคนได้ถึงหนึ่งหมื่นคน ก็ปรากฏว่าเพียงไม่นาน เหตุการณ์ก็เป็นเช่นเดิม ในที่สุด สาธุชนจึงร่วมใจกันสร้างศาลาสภาธรรมกายสากลซึ่งมีพื้นที่โดยรวมถึง 500,000 ตารางเมตร สามารถรองรับคนได้ถึง 300,000 คน และทั้งที่การก่อสร้างในรายละเอียดยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ก็ต้องเปิดใช้งานอย่างเต็มพื้นที่แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 เมื่อได้เห็นแนวโน้มการเติบโตของงานเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด หลวงพ่อธัมมชโยจึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับงานก้าวต่อไปด้วยการสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์แห่งพระรัตนตรัย ซึ่งจะคงทนถาวรไปกว่า 1,000 ปี และมหารัตนวิหารคด โดยรอบมหาธรรมกายเจดีย์ คือสถานที่ที่สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้พร้อมกันถึง 1 ล้านคน เมื่อใดก็ตามที่การปฏิบัติธรรมของคน 1 ล้านคนบังเกิดขึ้น กระแสใจอันบริสุทธิ์ของทุกคน จะรวมพลังกันปรับเปลี่ยนบรรยากาศของโลก ให้สงบร่มเย็นได้ และภาพการปฏิบัติธรรมนี้ จะได้รับการถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก ด้วยระบบการสื่อสารแห่งยุคโลกไร้พรมแดน เมื่อนั้นชาวโลกก็จะพากันค้นหาคำตอบว่า เหตุใดคนนับล้าน ผู้มีความพร้อมเพรียงงดงามเหล่านั้น จึงพร้อมใจกันหลับตา สงบนิ่ง สิ่งนี้ย่อมจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการปฏิบัติธรรมไปอย่างกว้างขวาง ทั่วทุกภูมิภาคของโลก นอกจากนี้ ยังได้สร้างปูชนียสถานที่สำคัญ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจเหล่าศิษยานุศิษย์ และเป็นการแสดงความกตัญญูแด่มหาปูชนียาจารย์ คือ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี มหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง รวมทั้งได้สร้างหอฉันขึ้นเพื่อเลี้ยงภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณรนับพันรูป</p>
<p style="text-align: center;">********************</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/260">หลวงพ่อธัมมชโย</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://dhammakaya.com/260/feed</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
