<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา - วัดพระธรรมกาย</title>
	<atom:link href="https://dhammakaya.com/category/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B9%88-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<description>&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;&#34;สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระแท้ สร้างคนให้เป็นคนดี&#34;</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 Sep 2023 14:28:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>

<image>
	<url>https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/07/cropped-fl2-32x32.png</url>
	<title>อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา - วัดพระธรรมกาย</title>
	<link>https://dhammakaya.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อานิสงส์การหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำแท้</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4727</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:40:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4727</guid>

					<description><![CDATA[<p>อารยธรรมการสร้างและหล่อสิ่งที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4727">อานิสงส์การหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำแท้</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;">อารยธรรมการสร้างและหล่อสิ่งที่เป็นที่เคารพสักการะไว้บูชาไม่ใช่มีเฉพาะในพุทธศาสนาเท่านั้น แต่มีมาตั้งแต่บรรพกาล เช่น การหล่อรูปเทพเจ้า หน้ากากฟาโรห์ของอียิปต์ ซึ่งวัสดุที่นำมาหล่อ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงอารยธรรม ความเจริญ ภูมิปัญญา และความสูงส่งในจิตใจของมนุษย์ในยุคนั้น ๆ</p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับชาวพุทธที่ปรารถนาจะสร้างมหากุศลใหญ่ก็เช่นกันจะนิยมหล่อพระกันมาก เพราะถือว่ามีอานิสงส์แรงกว่าบุญทั่วไป ดังมีหลักฐานให้เห็นจากพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง พระในโบสถ์ พระประจำวันเกิด พระประจำตระกูล พระประจำตัว หรือแม้แต่รูปหล่อพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง</p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งพระที่หล่อขึ้นนั้น จะหล่อด้วยวัสดุต่าง ๆ เช่น ปูน สำริดแก้ว ทองเหลือง เงิน นาค ทองคำ หรือนำรัตนชาติมาแกะสลักเป็นต้น</p>
<p style="text-align: justify;">แต่ที่นิยมมากที่สุด ในทุกยุคทุกสมัยจะเป็นการหล่อพระด้วยสำริด ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างทองแดงและดีบุก เพราะราคาไม่สูงจนเกินไปนัก</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" class="aligncenter wp-image-986 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48.jpg" alt="" width="1200" height="797" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48.jpg 1200w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48-1024x680.jpg 1024w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/48-1068x709.jpg 1068w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p style="text-align: justify;">ดังนั้นการหล่อพระด้วยทองคำ จึงได้รับความนิยมในการหล่อน้อยมาก เพราะเป็นวัตถุธาตุที่มีค่าสูงมาก อีกทั้งราคายังแพงมากจึงเป็นเหตุให้มีคนจำนวนน้อย ที่คิดจะหล่อพระองค์ใหญ่ ๆ ด้วยทองคำ</p>
<p style="text-align: justify;">ฉะนั้นการหล่อรูปเหมือนของหลวงปู่ด้วยทองคำแท้ขนาดเท่าครึ่งขององค์จริง จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยาก และการทำในสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากนี่เอง จะทำให้ผู้ที่มีโอกาสหล่อได้อานิสงส์มากอย่างจะนับจะประมาณมิได้ ดังมีรายละเอียดโดยย่อดังนี้</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">1. เมื่อไปเกิดในภพใดชาติใด</span> </strong>เราจะเป็นผู้ได้ครอบครองสมบัติที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเลิศที่สุดเท่าที่มนุษย์พึงมีในยุคนั้น เพราะได้เคยประกอบเหตุด้วยการทำบุญด้วยทองคำ ซึ่งขึ้นชื่อว่า เป็นธาตุที่เลิศที่สุด</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">2. สามารถเข้าถึงฐานะแห่งความเป็นมหาเศรษฐี</span></strong> ที่ถึงพร้อมด้วยโภคทรัพย์สมบัติอันมากมาย เพราะได้บริจาคทรัพย์ไว้ในพระพุทธศาสนาและเนื้อนาบุญอันเลิศ</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">3. จะเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยรูปสมบัติอันงดงาม</span></strong> ตั้งแต่เกิดจนสิ้นอายุขัย เพราะได้เคยประกอบเหตุด้วยการทำบุญด้วยทองคำซึ่งเป็นธาตุที่งามอยู่ในตัวเองตั้งแต่แรเริ่ม และมีความงามที่เป็นอมตะ ไม่หมองคลํ้า ผุกร่อน แม้กาลเวลาจะผ่านไปเป็นพันๆ ปี</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">4. จะเป็นผู้มีผิวพรรณวรรณะ</span></strong> สว่างงดงามดุจทองคำ เพราะได้สร้างเหตุโดยการหล่อพระด้วยทองคำเอาไว้</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">5. จะได้เกิดในตระกูลสูง</span></strong> เข้าถึงฐานะอันสูงส่ง เป็นที่เคารพนับถือเกรงใจของเหล่ามนุษย์และเทวาทั้งหลาย เพราะการนำทองคำมาหล่อพระ ถือเป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชา ซึ่งถือเป็นมงคลอันสูงสุด</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">6. จะเป็นผู้มีเกียรติยศชื่อเสียงขจรขจาย</span></strong> เป็นที่รู้จักของมหาชนทั้งหลาย เพราะการหล่อพระให้เหล่ามนุษย์และเทวามากราบไหว้ เท่ากับเป็นการประกาศคุณของพระรัตนตรัย</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"><strong>7. จะมีบุตรและบริวารที่อยู่ในโอวาท</strong> </span>ให้ความเคารพเชื่อฟังมีความกตัญญูกตเวที เพราะได้ถวายทานด้วยความเคารพ และความกตัญญู ที่มีต่อพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากนํ้า</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">8. จะเป็นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ</span> </strong>เพราะได้ถวายทานที่ประกอบไปดว้ ยปญั ญา และบูชาผูท้ มี่ ปี ญั ญา ทถี่ งึ พรอ้ มดว้ ยวิชชาและจรณะและเป็นทักขิไณยบุคคล</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">9. จะขึ้นชื่อว่ามีสายบุญเชื่อมกับพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากนํ้า</span></strong> และธรรมใดที่ท่านบรรลุ ก็จะสามารถบรรลุตามอย่างท่านได้โดยง่าย สามารถเข้าถึงนิพพาน และที่สุดแห่งธรรมได้โดยง่าย</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"><strong>10.</strong> <strong>จะเป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ</strong></span> เกิดในปฏิรูปเทส ในดินแดนที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง เพราะได้สร้างเหตุแห่งความเจริญรุ่งเรืองไว้ในพระพุทธศาสนา</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">11.</span></strong> <span style="color: #dd3333;"><strong>จะเป็นผู้ที่มีอายุขัยยืนยาว</strong></span> เพราะได้หล่อพระ เพื่อให้มนุษย์และเทวากราบไหว้ ซึ่งเท่ากับเป็นการต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวยิ่ง ๆ ขึ้นไป</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 12pt;"><strong><span style="color: #dd3333;">12. หลังจากละโลกแล้ว</span></strong></span> <strong><span style="color: #dd3333;">จะได้ไปเสวยทิพยสมบัติอันเป็นเลิศ</span></strong> ถึงพร้อมด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ สุข และอธิปไตยในทิพยวิมานอันใหญ่โตโอฬารฯลฯ</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4727">อานิสงส์การหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำแท้</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สถานที่ประดิษฐาน รูปเหมือนหลวงปู่ทองคำ ในประเทศไทยทั้ง 6 แห่ง</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4725</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:38:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4725</guid>

					<description><![CDATA[<p>1. สถานที่เกิด  ตั้งอยู่บนแผ่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4725">สถานที่ประดิษฐาน รูปเหมือนหลวงปู่ทองคำ ในประเทศไทยทั้ง 6 แห่ง</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #dd3333;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>1.</strong></span> <span style="font-size: 18pt;"><strong>สถานที่เกิด</strong></span> </span> ตั้งอยู่บนแผ่นดินรูปดอกบัว ณ อ.สองพี่น้อง  จ.สุพรรณบุรี ปัจจุบันคณะศิษยานุศิษย์ได้ทำการก่อสร้าง อนุสรณ์สถานพระมงคลเทพมุนี ไว้ ณ ที่แห่งนี้</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-3476 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj1.jpg" alt="" width="600" height="500" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj1.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj1-300x250.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj1-150x125.jpg 150w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>2.</strong> <strong>สถานที่ออกบวช</strong></span> คือ วัดสองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง  จ.สุพรรณบุรี</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter wp-image-3481 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj3.jpg" alt="" width="600" height="500" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj3.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj3-300x250.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj3-150x125.jpg 150w" sizes="(max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #dd3333;"><span style="font-size: 18pt;"><strong>3.</strong></span> <span style="font-size: 18pt;"><strong>สถานที่บรรลุธรรม</strong></span></span> คือ  วัดโบสถ์ (บน) ต.บางคูเวียง   อ.บางกรวย  จ.นนทบุรี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3477 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj4.jpg" alt="" width="600" height="500" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj4.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj4-300x250.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj4-150x125.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>4. สถานที่ที่มีผู้บรรลุธรรมตามหลวงปู่เป็นครั้งแรก</strong></span> คือ  วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3475 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj5.jpg" alt="" width="600" height="500" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj5.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj5-300x250.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj5-150x125.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>5.</strong><strong> สถานที่ปักหลักเผยแผ่วิชชาธรรมกาย</strong> </span>คือ วัดปากนํ้าภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3480 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj6.jpg" alt="" width="600" height="500" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj6.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj6-300x250.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj6-150x125.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>6.</strong><strong> สถานที่สืบสานวิชชาธรรมกาย</strong></span>  คือ วัดพระธรรมกาย  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3478 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj7.jpg" alt="" width="600" height="500" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj7.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj7-300x250.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/12/rdaj7-150x125.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p>(สถานที่สานต่อมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่ ด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย<br />
ไปทั่วโลก)</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4725">สถานที่ประดิษฐาน รูปเหมือนหลวงปู่ทองคำ ในประเทศไทยทั้ง 6 แห่ง</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหตุแห่งความยาก.. ในการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4723</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:35:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4723</guid>

					<description><![CDATA[<p>การหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ วัดปาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4723">เหตุแห่งความยาก.. ในการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>การหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ </strong></span>วัดปากนํ้า ภาษีเจริญ ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นง่าย ๆ<span style="color: #dd3333;"> <strong>ดังนั้นสาธุชนผู้มีบุญทุกท่านไม่ควรพลาด</strong><strong>โอกาสในการสงั่ สมบุญนี้</strong></span> เพราะการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางเหตุแห่งความยาก ดังต่อไปนี้ คือ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-484 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_27.jpg" alt="" width="600" height="450" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_27.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_27-300x225.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_27-150x113.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>1.</strong></span> พระภิกษุที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรม คุณวิเศษ และเป็นเนื้อนาบุญที่มีความบริสุทธิ์ บริบูรณ์ เช่น หลวงปู่วัดปากนํ้า <span style="color: #dd3333;"><strong>เป็น</strong><strong>บุคคลที่บังเกิดขึ้นได้ยากมาก</strong></span> อีกทั้งท่านต้องมีบุญที่สั่งสมมาทางด้านนี้มาก หรือมีคุณธรรมมากพอที่จะดลใจให้มนุษย์ยุคนี้ เกิดมหาศรัทธาอย่างแรงกล้า คิดหล่อท่านด้วยวัตถุธาตุอันเลิศ เช่น ทองคำแท้</p>
<p><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>2.</strong></span> ทองคำเป็นวัสดุที่มีราคาสูงลิบ อย่าว่าแต่การหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำจะเป็นเรื่องยากแสนยากเลย แค่จะหาบุคคล  ผู้ดำริหรือคิดริเริ่มในการหล่อ ก็นับว่าเป็นการยากมากแล้ว ดังนั้น การหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำแท้ จึงเป็นโอกาส ที่เกิดได้ยากยิ่ง</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong><span style="color: #dd3333;">3.</span></strong></span> ในโลกนี้มีน้อยคนนักที่สามารถเป็นศูนย์รวมใจในการรวบรวมทองคำแท้จำนวนมหาศาล มาหล่อพระ</p>
<p><strong><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;">4.</span></strong> ผู้ที่คิดจะหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ต้องมีบุญที่เคยสั่งสมมากับท่าน หรือแม้ไม่เคยสั่งสมบุญมากับท่าน ก็ต้องมีบุญพิเศษอื่น ๆ ที่เคยสั่งสมมาในอดีต ไปดลจิตดลใจให้เกิดปัญญาคิดสร้างบุญใหญ่ เพื่อต่อบุญให้กับตนเองได้</p>
<p><span style="color: #dd3333; font-size: 18pt;"><strong>5.</strong> </span>หากเราเป็นผู้มีทรัพย์น้อย แต่เกิดมหาศรัทธาคิดอยากจะหล่อพระขนาดใหญ่ ด้วยทองคำแท้ทั้งองค์ตามลำพัง ตลอดชีวิตนี้..เราก็คงหมดโอกาสที่จะได้บุญใหญ่นี้ไป เนื่องจากมีทรัพย์ไม่พอ</p>
<p><span style="font-size: 18pt;"><strong><span style="color: #dd3333;">6.</span> </strong></span>แม้คนที่มีทรัพย์มาก สามารถหล่อพระทั้งองค์ตามลำพังด้วยทรัพย์ส่วนตัวได้ <span style="color: #dd3333;"><strong>การหล่อก็จะไม่ทรงพลานุภาพเท่ากับการ</strong><strong>หล่อพระที่เกิดจากพลังของคลื่นมหาชน ที่มีกำลังศรัทธาอย่างแรงกล้า มารวมกัน</strong></span>  อีกทั้งในอนาคตถ้าผู้มีรัพย์มากนั้น สิ้น อายุขัยแล้ว ก็จะหาผู้ดูแลรักษาองค์พระที่หล่อขึ้นตามลำพังนั้น ได้ยาก เพราะพระที่หล่อนั้นไม่ได้เป็นสมบัติของส่วนรวม และเมื่อเป็นดังนี้ ความรู้สึกร่วมจากการที่มหาชนต้องช่วยกันดูแลรักษาก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับการหล่อพระที่เกิดจากพลังของคลื่นมหาชน</p>
<p><strong><span style="color: #dd3333; font-size: 18pt;">7.</span></strong> หากมีการหล่อองค์หลวงปู่เสร็จไปแลว้ แต่เราเพิ่งเกิดศรัทธาหรือมาทราบข่าวบุญนี้ทีหลัง และเกิดจิตศรัทธาอยากจะหล่อขึ้นมาโอกาสนั้นก็หมดไปแล้ว</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4723">เหตุแห่งความยาก.. ในการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมต้องหล่อหลวงปู่..ด้วยทองคำแท้ ?</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4721</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:34:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4721</guid>

					<description><![CDATA[<p>พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ผู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4721">ทำไมต้องหล่อหลวงปู่..ด้วยทองคำแท้ ?</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 18pt;"><strong><span style="color: #dd3333;">พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) </span><span style="font-size: 12pt;"><span style="color: #dd3333;">ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย</span></span></strong></span><br />
<span style="font-size: 12pt; color: #dd3333;"><strong>หรือหลวงปู่วัดปากนํ้า ภาษีเจริญ</strong></span> เป็นพระภิกษุที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรมและคุณวิเศษอย่างจะนับจะประมาณมิได้ ดังนั้นศิษยานุศิษย์ผู้เคารพศรัทธาเลื่อมใสท่านจากทั่วทุกมุมโลก จึงพร้อมใจกันหล่อรูปเหมือนท่านด้วยทองคำแท้</p>
<p style="text-align: justify;"><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-624 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_66.jpg" alt="" width="600" height="450" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_66.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_66-300x225.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_66-150x113.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"><strong>การหล่อรูปเหมือนของหลวงปู่ด้วยทองคำ เป็นการ</strong><strong>ประกาศให้โลกรับรู้ถึง คุณความดีของท่านด้วยวิธีอันชาญฉลาด</strong></span><br />
เพราะการหล่อท่านด้วยทองคำ จะทำให้ชาวโลกต่างสงสัย และเกิดคำถามตามมาอย่างนับไม่ถ้วนว่า <span style="color: #dd3333;"><strong>“ทำไมต้องหล่อท่านด้วย</strong><strong>ทองคำ?”</strong></span> และนั่นก็เป็นโอกาสที่ เหล่าศิษยานุศิษย์จะได้เล่าถึงประวัติ คุณธรรม คุณวิเศษ และมโนปณิธานของท่าน และชักชวน ให้บุคคลเหล่านั้น ทำตามข้อวัตรปฏิบัติอันดีงามของท่าน</p>
<p style="text-align: justify;">อีกทั้งเมื่อระยะเวลาผ่านไป จนเข้าสู่ยุคที่ทองคำหายากและ ราคาสูงมากกว่านี้ หรืออีก 1,000 ปีข้างหน้า ก็จะเกิดคำถามให้โจษขานซํ้า ๆ อย่างไม่รู้จบว่า.. <span style="color: #dd3333;"><strong>ทำไมชาวโลกยุคหนึ่งจึงเกิด</strong><strong>มหาศรัทธาอย่างแรงกล้า ร่วมใจกันหล่อรูปเหมือนท่านด้วย</strong></span><span style="color: #dd3333;"><strong>ทองคำแท้ ซึ่งเป็นวัสดุที่มีมูลค่ามหาศาลขนาดนั้น..!!! และ</strong><strong>ปริศนาตรงนี้เองจะตรึงให้ชาวโลกมุ่งค้นหาคำตอบว่า.. ท่าน</strong></span><span style="color: #dd3333;"><strong>เป็นใคร ? สำคัญอย่างไร ?</strong></span> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่กำลังประสบความทุกข์และดิ้นรน เพื่อแสวงหาทางพ้นทุกข์อยู่ในขณะนั้นเมื่อได้มาพบรูปเหมือนหลวงที่หล่อจากวัสดุที่มีค่าสูงสุด ก็จะสนใจ หันมาศึกษาเรื่องราวของท่าน จนเกิดความเลื่อมใส รู้สึกซาบซึ้ง และหันมาปฏิบัติธรรม เพื่อหาทางพ้นทุกข์ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังเช่นหลวงปู่</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 18pt;"><strong><span style="color: #dd3333;">ดังนั้น</span></strong></span> การหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ด้วยทองคำ จึงถือเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ที่จัดว่า เป็นอามิสบูชา ที่ก่อให้เกิดการปฏิบัติบูชาอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอย่างไม่ขาดสาย เพราะเมื่อชาวโลกได้มาสักการบูชาท่านแล้ว ก็จะปฏิบัติธรรมตามอย่างท่าน และการปฏิบัติบูชานั้น เป็นสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็น การบูชาอย่างสูงสุด</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4721">ทำไมต้องหล่อหลวงปู่..ด้วยทองคำแท้ ?</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พลิกชีวิต..ด้วยบุญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ ด้วยทองคำ</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4719</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:33:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4719</guid>

					<description><![CDATA[<p>หากคุณมาเจอสามีภรรยาคู่หนึ่ง ท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4719">พลิกชีวิต..ด้วยบุญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ ด้วยทองคำ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong>หากคุณมาเจอสามีภรรยาคู่หนึ่ง</strong><br />
<strong>ที่เข้าวัดพระธรรมกาย</strong><br />
<strong>พร้อมกับมีหนี้สินท่วมตัวเหยียบ 2 ล้านบาท</strong><br />
<strong>หนำซํ้าบ้านและรถกำลังจะถูกยึด</strong><br />
<strong>คุณจะคิดไหมว่า..</strong><br />
<strong>นับจากนั้นเพียงแค่ 3 ปี</strong><br />
<strong>เขาจะผงาดขึ้นมาเป็นเศรษฐีเงินล้าน !!!</strong></p>
<p>คุณ อภิเชษฐ มดแสง ผู้เป็น สามี และคุณ สมบุญ เขตศุภโชติกุล<br />
ผู้เป็นภรรยาเล่าว่า&#8230;</p>
<p>“ปี 2551 นับเป็นช่วงที่ตกตํ่าที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ถือเป็นช่วงที่สิ้นไร้ไม้ตอกมากที่สุด เพราะเป็นหนี้บัตรเครดิตทั้งหมด 7 ใบ หนำซํ้ายังตกอยู่ในสภาพที่กำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เพราะบ้านและรถกำลังจะถูกยึด ซํ้าร้ายเรายังแอบคิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะหาทางหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้อยากไปอยู่ในที่ๆ ไม่มีใครรู้จัก เพราะเครียดมาก จนไม่รู้จะหาทางออกให้กับชีวิตที่ยากจนขนาดนี้ได้ยังไง และที่แย่หนักไปกว่านั้นก็คือ ความจน..มันไม่ได้ครอบงำเฉพาะเราสองสามีภรรยาเท่านั้น เพราะเรามีลูกชายเล็ก ๆ อายุ 5 ขวบ และแม่แท้ ๆ ที่ต้องทนตกทุกข์ได้ยาก อยู่บนความจนกับเราด้วย อย่างเช่น เวลาลูกชายร้องกินนมเย็นปั่น เราเอง..ก็ยังไม่มีปัญญาจะซื้อให้เขากิน เหมือนเด็กคนอื่น ๆ เลย อีกทั้งเรายังได้แต่มองด้วยอาการนํ้าตาซึมที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะชีวิตเราสองสามีภรรยา ไม่ได้รํ่าได้รวยมาแต่อ้อนแต่ออก คือ พอเรียนจบ ก็เป็นมนุษย์เงินเดือนที่หาเช้ากินคํ่าเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่เนื่องจากตอนหลังเราทั้งสองอกหัก จากงานประจำที่ทำอยู่ก็เลยลาออก มาทำธุรกิจขายตรงด้วยกัน ซึ่งเราทั้งสองก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในธุรกิจนี้นานถึง 7 ปี หนำซํ้าพอทำไปทำมาก็ยิ่งจนลง..จนลง จนหนี้สินท่วมหัวมากถึง 2 ล้านบาท ทำให้เราหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้</p>
<p>แต่โชคยังดี..ในช่วงที่กำลังสิ้นไร้ไม้ตอกนี่เอง ก็มีพี่คนหนึ่งชวนไปวัดพระธรรมกาย เราก็ได้แต่ปฏิเสธเขาไปหลายครั้ง จนสุดท้ายก็มาคิดใหม่ว่า ไป..ก็ไป ยอมไปตามคำชวนของเขาสักครั้ง จะได้จบ ๆ เขาจะได้ไม่ต้องมาตื๊ออะไรอีก เราก็เลยยอมไปวัดครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2551 ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีโอกาสไปกราบรูปหล่อหลวงปู่วัดปากนํ้าทองคำในมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี จนเราเกิดความรู้สึกดีและปีติมากอย่างบอกไม่ถูก แต่หลังจากนั้นเพียงแค่สัปดาหเ์ดียว เราก็ทราบว่า..ทางวัดพระธรรมกายจะมีการหล่อหลวงปู่ทองคำองค์ที่5 เลยรู้สึกดีใจแบบสุด ๆ คิดขึ้นทันทีว่า จะต้องไปร่วมพิธีนี้ให้ได้ ทั้ง ๆ ที่จากเดิมคิดว่า จะไปวัดนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น</p>
<p>แต่เนื่องจากการหล่อพระด้วยทองคำที่ใหญ่มากขนาดนี้ หาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้ว อีกทั้งตั้งแต่ออกมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็<br />
ไม่เคยทำบุญอะไรที่ให้อานิสงส์มากถึงขนาดนี้มาก่อน ทำให้พอถึงวันจริง ขณะที่หลวงพ่อกำลังทำพิธีหล่อหลวงปู่อยู่ เราเกิดเป็นอะไรไปก็ไม่ทราบคืออยู่ๆ มันก็เกิดมหาศรัทธาอย่างแรงกล้าขนลุกชูชันปีติดีใจ อะเลิร์ตจนต้องเอาเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตที่มีติดตัวอยู่แค่1,000 บาท ทำบุญหล่อหลวงปู่ทันทีซึ่งพอทำเสร็จ เราก็ไม่รู้เป็นอะไรไปอีก คือเอาแต่ร้องไห้น้ำตาไหลพราก ๆ ขนลูกชูชัน ยิ้มไม่หุบเลย จนต้องหันไปถามพี่ข้าง ๆ ว่า “พี่ ๆ ..หญิงเป็นอะไรไปไม่รู้คือตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีอาการแบบนี้ ..” ซึ่ง พี่ข้างๆ เขาก็บอกว่า เขาเรียกว่า “อาการปลื้ม” จากนั้นเราก็อธิษฐานในใจกับหลวงปู่ว่าด้วยบุญที่ลูกตั้งใจเอาเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตทำบุญหล่อหลวงปู่ไปนั้น ขอให้ตัวลูกพ้นวิกฤตชีวิตในครั้งนี่ให้ได้ ให้หมด<br />
หนี้หมดสิน สามารถกลับมาลืมตาอ้าปากได้&#8230;</p>
<p>..และนับจากนั้นเป็นต้นมา ชีวิตเราก็เริ่มพลิกเลย คือ มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นเรื่อย ๆ เพราะช่องทางดี ๆ โอกาสดี ๆ คนดี ๆ เข้ามาในชีวิตอย่างที่เราเองก็คาดไม่ถึง คือ มีคนมาแนะนำธุรกิจขายตรงตัวใหม่ให้กับเราอีก แต่เนื่องจากชีวิตเราผ่านความชอกชํ้าในธุรกิจขายตรงมาอย่างโชกโชนนานถึง 7 ปีแล้ว ก็เลยทำให้รู้สึกไม่มั่นใจเพราะกลัวจะกลับไปจนหนักกว่าเดิมเข้าไปอีก ดังนั้นเราสองคนจึงปรึกษากันว่า จะต้องเติมบุญให้ตัวเองก่อน ถึงจะเริ่มทำธุรกิจตัวใหม่<br />
ได้ โดยการส่งให้สามีไปบวชรุ่น 7,000 รูป 7,000 ตำบล ซึ่งก็โชคดีค่ะ ที่วัดพระธรรมกายเขาให้บวชฟรี เพราะตอนนั้น เราไม่มีเงินซื้อแม้กระทั่งเสื้อขาวที่ต้องใส่ก่อนบวชเลย และพอบวชเสร็จ ก็ออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับธุรกิจขายตรงตัวใหม่ โดยอธิษฐานขอหลวงปู่ว่าขอให้อย่าเป็นอย่างครั้งที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งก็อัศจรรย์อย่างเหลือเชื่อจริง ๆคือ เราได้เงินก้อนใหญ่จากธุรกิจใหม่ในระยะเวลาที่รวดเร็ว และเป็นจำนวนมากถึง 380,000 บาท จากนั้นเราก็เอามาทำบุญต่อบุญโดย<br />
การทอดกฐินปี 2552 ไป 1 S แรกของชีวิตทันที และพอทำบุญเสร็จก็อธิษฐานเอาบุญต่อบุญอีก จนมีรายได้เข้ามาอย่างอัศจรรย์ ทำให้สามารถสร้างองค์พระได้ครบทั้งครอบครัว และมีเงินมากถึงขนาดเอามาทำบุญทอดกฐินในปี 2553 ได้ถึง 2 S จากนั้นเราก็อธิษฐานเอาบุญต่อบุญอีกค่ะ จนธุรกิจของเราดีขึ้นแบบพรวดพราดก้าวกระโดด จนสามารถใช้หนี้ 2 ล้านบาท สามารถไถ่รถและบ้านคืนได้แบบหมดจด และที่น่าทึ่งที่สุด ก็คือ มีเงินทำบุญสร้างอาคารพระผู้ปราบมาร ในปี 2554 พุ่งสูงไปที่ 1 M แรกของชีวิต ซึ่งบุญที่ได้ทำ เพื่อเชื่อมสายบุญกับหลวงปู่นี่เอง ทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดและประทับใจแบบสุด ๆ เพราะอยู่ ๆ ธุรกิจของเรา ก็โตแบบพุง่ กระฉูดปรู๊ดปร๊าดมีเงินทะลักเขา้ มาจากทุกทิศทาง มรี ายได้ก้อนโตระดับ M งอกกลับคืนสู่กระเป๋าทันที หลังจากที่ทำบุญ M ไปแค่ 2 เดือนเท่านั้นเอง จนปัจจุบันเรามีเงินสดมากพอที่จะซื้อบ้านหลังใหม่ราคาหลายล้านบาทแล้วค่ะ</p>
<p>และพอถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกทุกคนว่า เราพลิกชีวิตด้วยบุญจากการหล่อทองหลวงปู่จริง ๆ เพราะตลอด 7 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้ขี้เกียจเลย อีกทั้งยังขยันอดหลับอดนอน ทำธุรกิจขายตรงเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเลย อีกทั้งยิ่งทำ ก็ยิ่งติด ลบ แต่พอเราได้ทำบุญหล่อหลวงปู่จนช่องทางบุญในตัวเราถูกเปิดขึ้น หลังจากนั้น เมื่อเราคิดจะทำอะไร มันก็ง่ายไปหมดทำให้ทุกวันนี้..ผิดกับเมื่อก่อนมาก คือ เราสองคนทำงานอยู่ที่บ้าน มีเวลาไปทำบุญ หมดหนี้หมดสิน มีบ้านหลังใหม่ราคาหลายล้าน ส่วนลูกชายและแม่ก็มีชีวิตที่สุขสบาย แถมมีเงินทำบุญเป็น M ช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ และพอถึงงานบุญหล่อหลวงปู่องค์นี้ ครอบครัวเราก็ตั้งใจที่จะทำบุญหล่อท่านด้วยทองคำ 1 กิโลกรัม เพราะบุญนี้เป็น<br />
บุญใหญ่ ที่มีอานิสงส์พลิกชีวิตคนในครอบครัวเรามาแล้ว&#8230;”</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4719">พลิกชีวิต..ด้วยบุญหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ ด้วยทองคำ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องไม่ลับ แต่คนรุ่นหลังไม่รู้ (ที่น้าองุ่นคุยกับปู่ผง)</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4717</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:30:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4717</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปู่ผง มีแก้วน้อย ปูมหลัง: เป็น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4717">เรื่องไม่ลับ แต่คนรุ่นหลังไม่รู้ (ที่น้าองุ่นคุยกับปู่ผง)</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5009 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/590321-dd-3.jpg" alt="" width="474" height="608" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/590321-dd-3.jpg 474w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/590321-dd-3-234x300.jpg 234w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/590321-dd-3-150x192.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/590321-dd-3-300x385.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 474px) 100vw, 474px" /></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>ปู่ผง มีแก้วน้อย</strong></span><br />
<span style="color: #dd3333;"><strong>ปูมหลัง: </strong></span>เป็นหนึ่งในอุปัฏฐากใกล้ชิดหลวงปู่วัดปากนํ้า ภาษีเจริญ และมี<br />
ศักดิ์เป็นน้องชายหลวงปู่ เพราะพ่อปู่ผงเป็นโยมน้าของหลวงปู่<br />
<span style="color: #dd3333;"><strong>ปัจจุบัน: </strong></span>ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 90 ปี</p>
<p style="text-align: justify;"><img loading="lazy" decoding="async" class="wp-image-5011 size-full aligncenter" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/580630_ab401.jpg" alt="" width="500" height="342" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/580630_ab401.jpg 500w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/580630_ab401-300x205.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/580630_ab401-150x103.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/580630_ab401-218x150.jpg 218w" sizes="auto, (max-width: 500px) 100vw, 500px" /></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>น้าองุ่น สุขเจริญ</strong></span><br />
<span style="color: #dd3333;"><strong>ปูมหลัง: </strong></span>มีศักดิ์เป็นหลานของหลวงปู่วัดปากนํ้า ภาษีเจริญ เพราะทวดของ<br />
น้าองุ่นเป็นพี่สาวของโยมแม่หลวงปู่<br />
<span style="color: #dd3333;"><strong>ปัจจุบัน: </strong></span>อายุ 67 ปี อยู่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;">การตายของมนุษย์</span></strong> อาจทำให้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์คนนั้นดับลงไปด้วย แต่ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะเลือนรางไปมากกว่านี้ เราจึงตัดสินใจเดินทางไปยังบ้านเกิดของหลวงปู่วัดปากน้ำ เพื่อไปพบกับน้าองุ่นที่ จ.สพุรรณบุรี เพื่อมาสืบค้น ถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ แม้ท่านจะจากโลกนี้ไปนานแล้ว ก็ตาม โดยมีน้าองุ่นเป็นคนเล่า และเรื่องที่เล่าก็ไม่ใช่ความลับ แต่เป็นเรื่องที่คนรุ่นหลังไม่รู้ หรือรู้ไม่หมด</p>
<p style="text-align: justify;">ในวันนี้&#8230; เรากำลังเปิดเผยให้ท่านรู้เรื่องราวทั้งหมด ประดุจอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้นด้วยกัน</p>
<p style="text-align: justify;">น้าองุ่นเป็นหลานของหลวงปู่ ที่ไปมาหาสู่กับปู่ผงบ่อย ๆ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตปู่ผง เรื่องที่น้าองุ่นเล่าเป็นเรื่องราวที่ได้พูดคุยกันตามประสาญาติสนิทกับปู่ผง ซึ่งได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำ ที่ชัดเจนของน้าองุ่น และจะมาถ่ายทอดให้เราได้รับรู้กัน</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333; font-size: 12pt;"><strong>ปู่ผง</strong></span> เป็นคนสุพรรณบุรีโดยกำเนิด มีอาชีพค้าไม้คํ้าต้นส้ม ปู่ผงจะหอบเอาไม้คํ้าต้นส้มไปขายแถวบางมด พอไปบางมดทีไรก็แวะไปหาหลวงปู่ที่วัดปากนํ้า ซึ่งตอนที่หลวงปู่เริ่มป่วย ญาติ ๆ ของท่านต่างส่งลูก ๆ ของตัวเองไปคอยช่วยอุปัฏฐาก รวมแล้วทั้งหมด6 คน <span style="color: #dd3333;"><strong>หนึ่งในนั้นก็คือ ปู่ผง</strong></span> ซึ่งเป็นอุปัฏฐากคนสำคัญ ผู้มีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องของหลวงปู่ที่ได้อุปัฏฐากรับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่ก่อนที่ท่านจะมรณภาพเป็นเวลาถึง 2 ปีเต็ม ปู่ผงเล่าให้น้าองุ่นฟังว่า ได้ไปอุปัฏฐากหลวงปู่วัดปากนํ้า ตอนอายุ 40 กว่า ๆ ตอนนั้นหลวงปู่ อายุประมาณ 70 กว่าปี อุปัฏฐากจนกระทั่งท่านมรณภาพ ช่วงที่หลวงปู่ป่วยท่านไม่เอาใคร หมอที่โรงพยาบาลถามท่านว่า ทำไมไม่เอาพระลูกวัดมาดูแล ท่านบอกไม่เอา เอาน้องชายดีกว่า คนอื่น<br />
ไม่เอา นี่ท่านพูดเอง</p>
<p style="text-align: justify;">ถึงแม้ท่านจะป่วย แต่ท่านตื่นตี 4 เป็นประจำ ปู่ผงก็จะเอานํ้ามาให้ท่านล้างหน้าล้างตา หลวงปู่มีเก้าอี้หวายอยู่ตัวหนึ่ง ท่านนั่งอยู่บนนั้น ปู่ผงก็นั่งอยู่ตรงนั้น คอยจนกว่าอาหารจะมา ประมาณตี 5 กว่า ๆ อาหารมาแล้ว ก็เอามาจัดเตรียม ท่านก็จะฉัน เวลาฉันท่านจะตะล่อมข้าวให้กลมอยู่กลางจาน แล้วตักทีละช้อน ๆ ท่านจะทำให้ข้าวในจานกลมตลอด พอฉันเสร็จท่านก็นั่งรับแขก เมื่อหมดเวลารับแขก ท่านก็ไปทำงานของท่าน คือนั่งวิปัสสนา พอ5โมง ถึงจะออกมาฉันเพล เสร็จแล้วก็รับแขกต่อเลย พอรับแขกเสร็จ ก็ไปทำงานของท่านต่อ</p>
<p style="text-align: justify;">ตอนหลังท่านป่วยมากทำอะไรไม่สะดวก เวลาจับอะไรมือก็จะสั่น เวลาตักข้าวก็สั่นหกหมด ปู่ผงต้องป้อนท่าน ความอดทนของท่านเด็ดขาดเลย ยิ่งช่วงที่ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลศิริราช นอนอยู่ที่นั่น 6 เดือน ท่านไม่เคยบ่นว่ากูเมื่อยตรงนั้น เมื่อยตรงนี้เลย ไม่เคยบ่นเจ็บปวดอะไรเลย อดทนจริง ๆ แถมขนาดป่วยท่านก็ยังรับแขก แต่ทางโรงพยาบาลให้เข้าเยี่ยมเป็นเวลา ไปกันเยอะแยะเลย หลวงปู่ท่านก็นั่งหลับตาบนเก้าอี้ พวกญาติโยมก็นั่งสมาธิล้อมท่านอยู่ เป็นอย่างนี้ทุกวัน วันพฤหัสบดีจะมากกว่าเพื่อน</p>
<p style="text-align: justify;">ช่วงที่ปู่ผงอุปัฏฐากหลวงปู่อยู่ ช่วงท่านสบาย ๆ ท่านก็ออกมา นั่งเก้าอี้คุยกับปู่ผงว่า  <strong><span style="color: #dd3333;">“ไอ้ผง..ที่พวกมึงมาพยาบาลกูน่ะ พวกมึงเบื่อกันไหม”</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ปู่ผงก็ตอบท่านไปว่า ไม่เบื่อ หลวงปู่ท่านก็พูด ว่า<br />
<strong><span style="color: #dd3333;">“ ที่พวกมึงพยาบาลกูน่ะ มึงรู้ไหมว่า มันดีร้อยดีพันแล้วนา ที่มึงปฏิบัติกูเนี่ย.. มึงปฏิบัติพระอื่น 10 องค์ ยังไม่เท่าปฏิบัติกูองค์หนึ่งหรอก”</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5006 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/original-1444820299891.jpg" alt="" width="447" height="600" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/original-1444820299891.jpg 447w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/original-1444820299891-224x300.jpg 224w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/original-1444820299891-150x201.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/original-1444820299891-300x403.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 447px) 100vw, 447px" /></p>
<p style="text-align: justify;">ตอนนั้น..แม่ชีถนอม ก็นั่งอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย แม่ชีถนอม เป็นแม่ชีที่เข้าถึงพระธรรมกาย หลวงปู่จึงให้ไปดูว่า ผู้ปฏิบัติหลวงปู่ตายแล้วจะไปไหน แม่ชีถนอมนั่งเข้าที่ดูอยู่พักหนึ่งแล้วตอบว่า <strong><span style="color: #dd3333;">“คนปฏิบัติหลวงพ่อต้องขึ้นสวรรค์เจ้าค่ะ..อย่างน้อยก็ดาวดึงส์”</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ที่กุฏิของหลวงปู่ท่านไม่มีสมบัติอะไรเลย ไม่มีอะไรเลยจริง ๆ ถ้าเป็นพระอื่นต้องมีบ้าง ความจริงท่านจะซื้ออะไรก็ได้ เงินท่านถมถืดเยอะแยะไป แต่ท่านไม่เอาเลย มีแต่อัฐบริขารและที่นอนที่ท่านใช้ อยู่เท่านั้น อย่างอื่นไม่มีเลย เพราะท่านไม่สะสม มีคนไปทักท่านว่า <strong><span style="color: #dd3333;">&#8220;โอ้โฮ! หลวงพ่อสร้างตึกอะไรให้พระอยู่ แล้วหลวงพ่อมาอยู่อย่างนี้</span></strong><strong><span style="color: #dd3333;">ทำไมหลวงพ่อไม่สร้างที่อยู่ให้มันดีบ้างล่ะ&#8221;</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ท่านบอกว่าไม่เอา<strong><span style="color: #dd3333;"> “เราให้เขามีความสุขก็พอใจแล้ว เราจะอยู่ยังไงก็อยู่ได้ จะกินยังไงก็กินได้ ให้เขามีความสุขก็แล้วกัน เขามาอยู่กับเรา ต้องให้ความสุขแก่เขา อย่าให้เดือดร้อน ให้ได้รับความร่มเย็น โรงเรียนมี ครูมี อยากเรียนก็เรียนเลย ใครอยากบิณฑบาตก็ไป ใครไม่ไป ก็มีข้าวให้”</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">จากนั้นน้าองุ่นก็เล่าถึงชีวิตส่วนตัวของปู่ผงว่า “ตั้งแต่น้ารู้จักปู่ผงมา น้าก็เห็นชีวิตแกลำบากมาก ตั้งแต่ยังไม่มีครอบครัว หรือตอนมีครอบครัวแล้วก็ลำบาก บ้านที่ปู่ผงอยู่ น้าไม่อยากให้ใครไปเลย เพราะสภาพมันแย่เหลือเกิน เป็นกระต๊อบไม้เก่า ๆ เล็ก ๆ พื้นที่กิน ที่นอน ครัว ทุกสิ่งทุกอย่างใช้พื้นที่เดียวกันหมด ใต้ถุนบ้านก็สกปรก ยงุ ชุมเป็น น้ำ ครำเหม็น ๆ ปู่ผงมีชีวตที่ลำบากยากจนถึงขนาดหลวงปู่ท่านต้องเอ่ยปากให้ปู่ผงทำบุญ</p>
<p style="text-align: justify;">ตรงจุดนี้..ปู่ผงเคยเล่าให้น้าฟังถึง ตอนที่หลวงปู่พูดกับปู่ผงไว้ว่า<br />
<strong><span style="color: #dd3333;">“ ไอ้ผง..มึงเอาเงินมาทำบุญสร้างโรงเรียนปริยัติกับกู” </span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งปู่ผงก็ตอบท่านไปว่า<br />
<strong><span style="color: #dd3333;">“ทำไมจะต้องมาเอาเงินกับผมด้วยล่ะ หลวงพี่ ก็รู้ว่าผมไม่มี ให้ไปเอากับนายห้างสวัสดิ์หรือคุณนายล้อมสิ เขาก็สร้างให้แล้ว ” </span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">หลวงปู่ก็บอกปู่ผงว่า  <strong><span style="color: #dd3333;">“ไอ้ผง..ที่มึงยากจนอยู่ทุกวันนี้ เพราะมึงไม่มีสายสมบัติติดตัวมาเลย มันถึงได้ยากจน ถ้ามึงเอาเงินมาทำบุญกับกู 25 บาทเนี่ย เท่ากับมึงจะมีสมบัติพันล้านติดตัวเชียวนะ ภพชาติต่อไปมึงจะไม่จนแบบนี้&#8221;</span> </strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-5010 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/43a54098901fff25330ab54e47774842.jpg" alt="" width="400" height="251" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/43a54098901fff25330ab54e47774842.jpg 400w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/43a54098901fff25330ab54e47774842-300x188.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/43a54098901fff25330ab54e47774842-150x94.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p style="text-align: justify;">จากนั้นปู่ผงก็เลยไปหาเงินมา 25 บาท มาทำบุญสร้างโรงเรียนปริยัติกับหลวงปู่ และหลวงปู่ก็บอกต่อว่า  <span style="color: #dd3333;"><strong>“ที่มึงทำบุญกับกูน่ะ ถูกพระธรรมกายนับอสงไขยองค์ไม่ถ้วนทีเดียว ต่อไปคำว่าจนไม่ต้องพูดกันล่ะ ต่อไป อีกกี่ภพกี่ชาติก็มีสายสมบัติติดตัวไป จะไม่ยากไม่จนอีก”</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">พอน้าฟังปู่ผงเล่าเรื่องนี้จบ แล้วได้มารู้ถึงบุพกรรมของแกทีหลังว่า ที่ปู่ผงจนมาก ก็เพราะอดีตชาติแกเคยเกิดเป็นมหาดเล็กที่ไม่ชอบทำทาน และคิดเสียดายทรัพย์ที่พระราชาเอามาบริจาค และมัก คิดในใจกลัวว่า สมบัติพระราชาจะหมด ด้วยกรรมนี้เอง ทำให้ปู่ผงเกิดมาชาตินี้ ทั้งจน ทั้งลำบาก นี่ขนาดแกแค่คิดเสียดายแทนนะแล้วคนที่ห้ามทำบุญกับหลวงปู่ หรือขวางการทำบุญกับท่าน น้าไม่อยากจะนึกเลยว่าชาติหน้าเขาจะลำบากยากจนขนาดไหน</p>
<p style="text-align: justify;">น้าว่าเรื่องนี้มันให้ข้อคิด..เพราะจริง ๆ หลวงปู่ท่านไม่ได้อยากได้เงินของปู่ผงเลยสักนิด เพราะมีคนแห่ไปทำบุญกับท่านเหลือเฟือ และท่านจะช่วยปู่ผง โดยให้เงินปู่ผงไว้ใช้โดยไม่ต้องลำบากก็ยังได้ แต่หากใช้วิธีนี้ ชาติหน้าปู่ผงก็ยังลำบากยากจนอยู่ดี แต่ท่านคิดช่วยปู่ผงโดยบอกให้ปู่ผงทำบุญ ทั้ง ๆ ที่เงิน 25 บาท มันมากสำหรับปู่ผง จริง ๆ แต่ท่านก็ยังให้ปู่ผง ทำ เพื่อไม่ให้ปู่ผงต้องเกิดมาจนอีกชาติหน้า</p>
<p style="text-align: justify;">หลังจากที่ปู่ผงทำบุญกับหลวงปู่ไปแล้ว ท่านได้มอบพระของขวัญให้ปู่ผงองค์หนึ่ง ท่านบอกว่า <strong><span style="color: #dd3333;">“ให้เก็บพระของขวัญไว้ให้ดี มึงรู้ไหม ถ้าใครเอาไปบูชาเท่ากับมีสมบัติเป็นพันล้านทีเดียว ถ้าบูชาดี ๆ ก็เท่ากับมีสมบัติจักรพรรดิเลยทีเดียว”</span></strong> ซึ่งปู่ผงก็ได้ทำตามที่หลวงปู่แนะนำและนำพระของขวัญพกติดตัว จนได้พบกับอานุภาพ ในวันที่ขึ้นรถเมล์จากสุพรรณมานครปฐม พอรถเมล์วิ่งมาถึงสามแยก ก็ควํ่าทั้งคัน คนในรถ 11 คน หัวร้างข้างแตก แขนหัก เลือดออก แต่ปู่ผงไม่เป็นอะไรเลย ซึ่งปู่ผงอัศจรรย์ใจมาก อีกหนครั้งที่หลานชายแกขับแท็กซี่ไปชนมา รถพังหมด ใครเห็นก็นึกว่าไม่รอด พอถามว่า.. <strong><span style="color: #dd3333;">“มึงรอดมาได้ยังไงวะ”</span> </strong>หลานชายก็บอกว่า <span style="color: #dd3333;"><strong>“เหมือนมีคนจับอุ้มออกไป”</strong></span>  ซึ่งในรถมีรูปหลวงปู่วัดปากน้ำแปะอยู่หน้ารถ ทาํ ให้รอดมาได้</p>
<p style="text-align: justify;">ตั้งแต่ปู่ผงรู้จักวัดพระธรรมกาย แกก็ได้ไปวัด แต่ก็ไปไม่ค่อยไหว เพราะชรามากแล้ว ถ้าจะไปต้องให้คนพาไป แต่น้าสังเกตเห็นว่า ปู่ผงปีติดีใจในทุกครั้ง ไม่ว่าวัดจะมีการทำบุญอะไร โดยเฉพาะบุญที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่ น้ายังชวนแกไปวัดพระธรรมกายเลย น้าบอกแกว่า หลวงพ่อธัมมชโยท่านจะสร้างวิหารเอาไว้ประดิษฐานรูปหล่อทองคำของหลวงปู่ ปู่..ไปเอาบุญกันไหม ปู่ผงแกตอบว่า กู..อยากไป แต่กูขี้เยี่ยวลำบาก ที่กูอยากไป</p>
<p style="text-align: justify;">เพราะหลวงพี่เคยบอก กูว่า <strong><span style="color: #dd3333;">“ใครทำอะไรให้หลวงพี่ไม่ว่าท่านตายแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ ได้บุญไม่ต้องพูดกันละวะ ” </span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">น้าก็ถามปู่ผงว่า<br />
<strong><span style="color: #dd3333;">“ทำไมไม่ต้องพูดล่ะ”</span></strong><br />
ปู่ผงบอกว่า<br />
<strong><span style="color: #dd3333;">“ก็ได้บุญมากน่ะสิ” </span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">น้าก็ถามต่อว่า<br />
<span style="color: #dd3333;"><strong>“ได้บุญขนาดไหน”</strong></span><br />
ปู่ผงบอกว่า<br />
<strong><span style="color: #dd3333;">“บอกไม่ถูก ประมาณไม่ได้ หลวงพี่ท่านว่า..เป็นไขย ๆกัป ๆ ทีเดียว” </span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">แล้วสุดท้าย น้าก็ถามปู่ผงว่า<strong> <span style="color: #dd3333;">“ตกลงจะไปแน่หรือเปลา่ ”<br />
</span></strong>ปู่ผงบอกว่า <span style="color: #dd3333;"><strong>“แน่&#8221;</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">แล้ว ปู่ผงก็ถามว่า <span style="color: #dd3333;"> <strong>“มึงจะมารับกูหรือเปลา่ ”</strong></span><br />
น้าก็บอกว่า<strong> <span style="color: #dd3333;"> “มา&#8230;”</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ปู่ผงมักจะพูดเสมอว่า หลวงปู่ท่านเป็นคนจริง ทำอะไรแล้วทำจริง อย่างที่หลวงปู่เคยพูดให้ปู่ผงฟังว่า<span style="color: #dd3333;"><strong> ถ้าไม่ชนะมาร จะไม่ไปไหน ยอมตายอยู่ที่วัดปากนำ้ ถ้าสู้ไม่ได้ท่านไม่ยอม ถึงตายแล้วเกิดใหม่ ท่านก็ต้องปราบมารให้สิ้นเชื้อ  ตอนที่หลวงปู่สู้ กับ มารมันถามหลวงปู่ว่า จะปราบหรือจะโปรด หลวงปู่บอกว่าปราบ มารมันบอกหลวงปู่ว่า มีแต่เขาจะโปรด หลวงปู่เก่งขนาดไหนจะปราบ หลวงปู่บอกปราบอย่างเดียวไม่โปรด</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #dd3333;">ด้วยความที่เราเป็นลูกหลานแท้ ๆ ของหลวงปู่ สิ่งหนึ่งที่เราห่วงกันมาก</span></strong> ก็คือ กลัววิชชาธรรมกายที่หลวงปู่อุตส่าห์ค้นพบจะไม่มีผู้สืบทอด เรื่องนี้ น้าเคยได้ยินปู่ผงคุยกับปู่ใส (หลานหลวงปู) คุยเรื่องนี้กันเป็นปี ถามกันไปถามกันมาอยู่หลายครั้ง ปู่ใสพูดกับปู่ผงว่า ถ้าหลวงพี่เป็นอะไรไป ก็ห่วงแต่วัดปากนํ้าว่าพระเถรเณรชีจะพากันอดปู่ผงก็ตอบว่า หลวงพี่น่ะ..ไม่ห่วงหรอกวัดปากนํ้า ท่านห่วงวิชชาธรรมกายของท่าน</p>
<p style="text-align: justify;">แต่ในช่วงหลังปู่ผงก็มาบอกปู่ใสว่า <span style="color: #dd3333;"><strong>ตอนนี้หลวงพี่ท่านไม่ห่วงแล้วนะ</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">ปู่ใสถามว่า <strong><span style="color: #dd3333;">ทำไม<br />
</span></strong>ปู่ผงก็ตอบอีกว่า <strong><span style="color: #dd3333;">หลวงพี่ท่านบอกว่าผู้สืบทอดวิชชาน่ะ..เกิดแล้ว </span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ปู่ใสก็ถามว่า  <strong><span style="color: #dd3333;">ใช่ญาติเราหรือคนในวงศ์วานของเรารึเปล่า</span></strong><br />
ปู่ผงก็ตอบวา่ <strong><span style="color: #dd3333;">เปล่า ..เป็นคนสิงห์บุรี่!</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">เรื่องผู้สืบทอดนี้ เป็นเรื่องที่อยู่ในใจน้ามาตลอด จนกระทั่ง น้าได้มีโอกาสมาทราบประวัติหลวงพ่อธัมมชโยจากหนังสือโลกทิพย์เมื่อ 20 กว่าปีก่อนนี้ ว่าท่านเป็นคนสิงห์บุรี แล้วได้ศึกษาวิชชาธรรมกายของหลวงปู่จากคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง พอน้าและญาติ ๆ อ่านเสร็จ ตอนหลังก็จ้างรถชวนญาติ ๆ หลวงปู่มาวัดพระธรรมกาย มากราบหลวงพ่อธัมมชโยกัน 10 กว่าคน พอเจอท่านเท่านั้นแหละ ป้าละออ หลานสาวแท้ ๆ ของหลวงปู่ท่านก็ปล่อยโฮ ร้องไห้ใหญ่ เลย บอกพวกเรามาถูกทางแลว้ เพราะหลวงปู่ เคยบอกไว้ว่า คนได้ธรรมกายจะสว่างแบบนี้ และนับจากนั้น น้าก็ไปวัดไปสร้างบารมีเรื่อยมา และได้ย้อนกลับไปหาปู่ผงใหม่ให้แกช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับผู้สืบทอดให้น้าฟังอีก แกบอกว่าเคยถามหลวงปู่เรื่องนี้หลายครั้ง และแกก็ยังยํ้าอีกในครั้งล่าสุดว่า หลวงพี่เคยบอกอีกในช่วงที่อาพาธมาก ๆ ใกล้มรณภาพว่า    <span style="color: #dd3333;"><strong>&#8220;คนดีเขามาแล้ว จะมาแทน มาจากทางสิงห์บุรี คนนั้นเขาดี เขามีวิชชาธรรมกายเด่นมาก บุญบารมีของเขามาก เขาจะเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก&#8230;”</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">ต่อมาในบั้นปลายชีวิต ปู่ผงมองไม่เห็น มีอาการเหมือนเป็นตาต้อ จึงได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อธัมมชโยให้หมอไปรักษาตาให้ แต่หมอบอกว่าประสาทตาตายหลายปีแล้ว ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ต่อมาปู่ผงเสียชีวิตด้วยโรคอัมพฤกษ์ ขณะที่อายุได้ 90 ปี</p>
<p style="text-align: justify;">ยังมีอีกมากที่เกี่ยวกับหลวงปู่และคุณวิเศษของท่าน จะให้เล่าต่อเดี๋ยวจะไม่จบ แต่สิ่งหนึ่งที่น้าอยากจะบอกคือ การที่น้าได้มาเป็น ลูกหลานหลวงปู่แท้ๆ เป็นสิ่งที่ทำให้น้าภูมิใจที่สุด เพราะหลวงปู่ท่านจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ไปจนกว่าจะถึงที่สุด       แห่งธรรม น้าจึงได้อธิษฐานตอกยํ้าทุกครั้งขอให้ได้เกิดเป็นสายเลือดเป็นเชื้อสายของท่านอีกทุกภพทุกชาติ และขอให้ได้มาเล่าเรื่องราวของท่าน เรื่องอะไร ที่เกี่ยวกับท่านถ้าน้าไม่รู้ก็ขอให้รู้ที่รู้แล้วก็ขอให้จำได้แม่นยำ เพื่อเอาไว้ถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังฟัง</p>
<p style="text-align: justify;">เพื่อช่วยท่านธำรงไว้ซึ่งวิชชาธรรมกายงานใดที่ใครทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ เมื่อมาถึงมือน้าจะขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันทำให้สำเร็จทุกอย่าง และสุดท้ายนี้..ก็ใกล้วันหล่อหลวงปู่ด้วยทองคำเข้ามาทุกวัน ๆ แล้ว อย่าลืมชวนกันไปเอาบุญกับท่านเยอะ ๆ นะ&#8230;</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4717">เรื่องไม่ลับ แต่คนรุ่นหลังไม่รู้ (ที่น้าองุ่นคุยกับปู่ผง)</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชื่อรอด..แต่ไม่รอด</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4715</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:25:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4715</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิชชาธรรมกาย เป็นวิชชาของพระสั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4715">ชื่อรอด..แต่ไม่รอด</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>วิชชาธรรมกาย </strong></span>เป็นวิชชาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่หายสาบสูญไปหลังจากพุทธปรินิพพานประมาณ 500 ปี ซึ่งหลวงปู่ท่านได้ปฏิบัติธรรมอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน และค้นพบขึ้นมาใหม่ วิชชานี้มีคุณวิเศษอันไม่มีประมาณ และได้สร้างความอัศจรรย์ให้กับวงการพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก หากคนไม่ได้มาปฏิบัติ หรือไม่ได้เห็นอานุภาพกับตาตัวเองจริง ๆ ก็จะเชื่อได้ยาก เช่น วิชชาการระลึกชาติ การรู้วาระจิต การดับเดือนดับดาว การปัดลูกระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การรักษาโรค ฯลฯ</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-984 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46.jpg" alt="" width="1200" height="797" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46.jpg 1200w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46-1024x680.jpg 1024w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/46-1068x709.jpg 1068w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งความมหัศจรรย์อันไม่มีประมาณนี้ ทำให้คนที่ไม่ได้มาศึกษา มักจะกล่าวหาว่า หลวงปู่อวดอุตริมนุสธรรม ทั้งๆที่ <strong><span style="color: #dd3333;">คำว่าธรรมกาย ก็มียืนยันไว้ในพระไตรปิฎกอย่างชัดเจนหลายแห่ง</span></strong> แต่หลวงปู่ท่านก็ไม่หวั่นไหว และยิ่งไปกว่านั้น.. ท่านยังทำการสอนและเผยแผ่วิชชาธรรมกายจนกลายเป็นที่ยอมรับ และมีคนหันมา นับถือศรัทธาท่านเป็นจำนวนมหาศาล</p>
<p style="text-align: justify;">แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่ง ที่รู้สึกไม่พอใจหลวงปู่ถึงขนาดพูดเหยียดหยามถึงขั้นรุนแรงว่า <span style="color: #dd3333;"><strong>“ใครอยากเป็นอสุรกาย จงไปเรียนธรรมกายที่วัดปากนํ้า”</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งข่าวนี้ก็ได้ทราบถึงหลวงปู่ จึงทำให้ท่านได้พูดว่า<br />
<span style="color: #dd3333;"><strong>“คนเช่นเราไม่ใช่ไร้ปัญญา ชั่วก็รู้ ดีก็เห็น เราจะฆ่าตัว</strong><strong>เราเองเพราะความปรารถนาทำไม ที่เขาพูดหาว่าเราอย่างนั้น </strong><strong>บางคนคงจะไม่รู้จักคำว่า </strong><strong>“ธรรมกาย” มีอยู่ที่ไหน หมายเอา</strong><strong>ใคร เขาอาศัยความไม่รู้มาว่าเราผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ</strong><strong>เมื่อผู้ไม่รู้มาติเตียนเรา ความไม่รู้ของเขาจะลบล้างสัจธรรม</strong><strong>ของพระพุทธศาสนาได้อย่างไร ถ้าจะกลบก็กลบได้เพียงชั่วคราว</strong><strong>ไม่ช้าดวงแก้วของพระพุทธศาสนาก็จะเปล่งรัศมีให้ผู้มีปัญญา </strong><strong>เห็นด้วยสายตาของตนเอง&#8230;”</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">ด้วยความที่มีคนไม่เข้าใจหลวงปู่หลายเรื่อง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดคิดขึ้น คือ เกิดอาชญากรรมขึ้นในวัด ซึ่งวันนั้น พระกมลศิษย์ที่ถูกใจของหลวงปู่ในด้านเทศนา ใช้ปฏิภาณ และด้านปฏิบัติชั้นดี เทศนาหัวข้อธรรมเกี่ยวกับพระกรรมฐาน ซึ่งหลวงปู่ก็ฟังอยู่ด้วย และเมื่อเทศนเ์สร็จแลว้ ในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ต่างคนก็ต่างแยกย้ายเตรียมกลับที่พักของตน</p>
<p style="text-align: justify;">แต่ทันใดนั้นเอง.!!! มีผู้ร้ายเข้ามาลอบสังหารหลวงปู่วัดปากน้ำ ที่หน้าศาลาการเปรียญ ขณะที่หลวงปู่กำลังออกมาจากศาลาเพื่อกลับกุฏิ โดยผู้ร้ายได้ใช้ปืนยิงหลวงปู่ ทำให้กระสุนถูกจีวรท่านทะลุ 2 รู และผู้ร้ายก็เอาปืนยิงนายพร้อม    ซึ่งเป็นอุปัฏฐากผู้ติดตามทำให้กระสุนถูกปากนายพร้อมทะลุแก้ม เป็นแผลสาหัส แต่ไม่ ถึงแก่กรรม</p>
<p style="text-align: justify;">ครั้นภายหลังก็จับผู้ยิงได้ <span style="color: #dd3333;"><strong>ชื่อนายรอด</strong></span> แต่หลวงปู่ท่านก็เมตตา ไม่ถือโทษโกรธ ไม่เอาเรื่องเอาความอะไรเลย แต่เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีด้านกฎหมายไม่ยอม จึงกราบเรียนหลวงปู่ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย เพราะหากไม่ทำตามกฎหมาย อีกหน่อยกฎหมายจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นนายรอดที่ลอบยิงหลวงปู่ก็ติดคุกอยู่นานจนกระทั่ง ถึงกำหนดวันที่นายรอดจะต้องออกจากคุก ซึ่งหลวงปู่ท่านได้เห็นในที่ และทักขึ้นว่า <span style="color: #dd3333;"><strong>วันนี้นายรอดออกจากคุก แต่จะไม่</strong><strong>รอด</strong> </span>ซึ่งก็จริง ๆ คือ เมื่อนายรอดออกจากคุกมาแล้ว ก็โดนคู่อริยิงตายทันที</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;"><strong>นับจากนั้น&#8230;</strong></span> ชื่อเสียงของหลวงปู่ก็โด่งดังขึ้นไปอีก จนมีศิษยานุศิษย์หันมาให้ความเคารพนับถือท่านอย่างล้นหลาม แต่คนไม่ชอบท่านก็ยังมีอยู่ <span style="color: #dd3333;"><strong>จึงทำให้มีคนลอบวางยาพิษหลวงปู่โดย</strong><strong>แอบใส่ในภัตตาหารของท่าน</strong></span> <strong><span style="color: #dd3333;">แต่หลวงปู่ท่านก็เห็นในญาณ ท่านจึงรู้ล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง และถ้าสำรับอาหารไหนมียาพิษ หลวงปู่ท่านจะเอาช้อนเงินจุ่มลงไปเพื่อพิสูจน์ให้ดู แล้วช้อนเงินก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำทันที</span></strong></p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-966 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28.jpg" alt="" width="1200" height="797" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28.jpg 1200w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28-1024x680.jpg 1024w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/28-1068x709.jpg 1068w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p style="text-align: justify;">ตรงนี้ปู่ผง (น้องชายที่เป็นอุปัฏฐากของหลวงปู่) เคยเล่าให้น้าองุ่นฟังว่า มีครั้งหนึ่งหลวงปู่ท่านไม่ยอมบอก อยู่ ๆ ก็บอกแค่ว่า..ให้เอาอาหารในสำรับไปทิ้ง ทำให้อุปัฏฐากนึกเสียดาย ไม่ยอมทิ้ง เลยเอาไปวางไว้ก่อน แต่พอดีมีหมาแมวมากิน ทำให้หมาแมวตายทันที หลวงปู่จึงตำหนิ&#8230; พร้อมทั้งพูดว่า..ก็ในสำรับมันมียาพิษ !!</p>
<p style="text-align: justify;">สิ่งที่น่าทึ่งมากก็คือ ผู้ที่แอบลอบวางยาพิษเพื่อทำร้ายหลวงปู่ไม่เคยทำสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งยังไม่มีใครทำอะไรท่านได้เลย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้หลวงปู่มีชื่อเสียงขจรขจายเลื่องลือขึ้นไปอีก คือ ดังอย่างไม่ต้องโหมโรง ทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหาเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคณู <span style="color: #dd3333;"><strong>จนมีแต่คนบอกว่า หลวงปู่ท่านศักดิ์สิทธิ์จริง </strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">แต่หลวงปู่กลับบอกว่า <strong><span style="color: #dd3333;">“ธรรมกายต่างหากล่ะ..ที่ศักดิ์สิทธิ์” </span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งถ้าพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวิชชาธรรมกายแล้ว มีเรื่องหนึงที่ปู่ผงเล่าให้น้าองุ่นฟัง ในช่วงหลวงปู่ทำวิชชาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า&#8230;อยู่ ๆ ก็มีลูกระเบิดตกลงกลางวงฉัน ทำให้ทุกคนตระหนกตกใจกันมาก</p>
<p style="text-align: justify;">แต่หลวงปู่ท่านก็นิ่ง ๆ แล้วบอกว่า <strong><span style="color: #dd3333;">“ไหนให้ลองเอาระเบิดลูกนี้ไปพิสูจน์ดูสิว่า มันด้านรึเปล่า..?”</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งปรากฏว่ามันไม่ด้าน..!! จึงเป็นเหตุทำให้เกิดความฮือฮาและแปลกใจกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดชว่า แล้วทำไมมันถึงไม่ระเบิด!!! ซึ่งปู่ผงก็พูดว่า.. <strong><span style="color: #dd3333;">“ก็บุญและอานุภาพวิชชาธรรมกายล่ะซิ..”</span></strong> จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และหลังจากนั้นวิชชาธรรมกายก็ได้เผยแผ่อย่างกว้างไกลขึ้นไปอีก จนมีผู้หันมาสนใจนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมกันมาก และเข้าถึงพระธรรมกายจนเกิดพยานทางศาสนาขึ้นอย่างมากมาย และกลายเป็นที่ยอมรับ มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่บัดนั้น&#8230;</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"><strong>ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า หากวิชชาธรรมกายของหลวงปู่เป็นของเทียม คือ มิใช่ของแท้ หรือไม่ประกอบด้วยเหตุและ</strong><strong>ผล หรือไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติแล้ว ถึงแม้จะโด่งดังได้..ก็จะโด่งดังเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แล้วก็จะดับไปในที่สุด</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"><strong>แต่ตรงกันข้ามวิชชานี้กลับสืบทอดกันมาเป็นมรดกอย่างช้านาน อีกทั้งยังรุ่งเรื่องขึ้นตามลำดับ ทำให้มีผู้สนใจและปฏิบัติธรรมตามอย่างท่านมายาวนานกว่า 95 ปีแล้ว</strong></span> (เริ่มนับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 ซึ่งเป็นปีที่หลวงปู่บรรลุธรรม ค้นพบวิชชาธรรมกาย)</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4715">ชื่อรอด..แต่ไม่รอด</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พระตาย..จะเลี้ยงพระเป็น</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4713</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:22:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4713</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนหลวงปู่มรณภาพ ท่านสั่งไว้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4713">พระตาย..จะเลี้ยงพระเป็น</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"><strong><span style="font-size: 18pt;">ก่อนหลวงปู่มรณภาพ</span></strong></span> ท่านสั่งไว้ว่าอย่าเผาศพท่าน เพราะท่านบอกว่า <strong><span style="color: #dd3333;">“พระตาย..จะเลี้ยงพระเป็น ให้คอยดูต่อไป”</span></strong> เพราะจะมีคนไปทำบุญ สวดพระอภิธรรมร่างของท่าน เรื่อย ๆ และเขาก็จะไปทำบุญที่วัดปากนํ้า ซึ่งก็เป็นอย่างที่หลวงปู่พูดไว้ไม่มีผิด คือ ปัจจุบัน วัดปากนา้ํ เจริญรุ่งเรืองมาก มีสิ่งปลูกสร้างเพื่องานพระพุทธศาสนา จนแน่นขนัดทั่วทั้งพื้นที่ มีเจ้าภาพไปทำบุญที่วัดปากนํ้า ไม่ขาดสาย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-1436 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/11/610118_55.jpg" alt="" width="600" height="368" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/11/610118_55.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/11/610118_55-300x184.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/11/610118_55-150x92.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"> <strong>ซึ่งปัจจุบันมีคนไปจองเป็นประธานกฐินพระราชทานล่วงหน้านานถึง 454 </strong><strong>ปี</strong></span> นับเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก ซึ่งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ท่านได้เมตตาเล่าว่า ทางสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากนํ้าได้เป็นผู้ริเริ่มทำตรงนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ซึ่งก็มีพุทธศาสนิกชนจองเป็นประธานเอกในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ในปัจจุบัน มียอดผู้ที่จองเป็นประธานเอก ยาวนานไปจนถึงปี พ.ศ. 3008 คือ จองล่วงหน้า<br />
นานถึง 454 ปี ซึ่งผู้ที่จองคนล่าสุด ซึ่งจะได้เป็นประธานเอกใน พ.ศ. 3008 เป็นแม่ชีภายในวัดปากนํ้า ชื่อว่า <span style="color: #dd3333;"><strong>แม่ชีปัทมา วงศ์สุนทร</strong></span> ส่วนผู้ที่ได้เป็นประธานเอกในปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2554) คือ <strong><span style="color: #dd3333;">นายชนะ กาญจนวัฒน์</span></strong> อายุ 65 ปี นักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่จองเป็นประธานเอกล่วงหน้านานถึง 37 ปี</p>
<p style="text-align: justify;">และสำหรับปัจจัยที่ได้จากการ ทอดกฐินในปี พ.ศ. 2554 นี้ จะนำไปสมทบทุนจัดสร้าง พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล ที่จะมีพิธีสมโภชในปี พ.ศ. 2555 อีกทั้งจะมี คณะพระธุดงค์มากถึง 1,500 รูป เดินธุดงค์อัญเชิญรูปหล่อทองคำแท้ของหลวงปู่วัดปากนำ้ ขนาดเท่าครึ่ง ขององค์จริง จากวัดพระธรรมกายไปวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ ระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน พ.ศ. 2555 เพื่อไปประดิษฐาน ณ วัดปากนํ้า ภาษีเจริญด้วย&#8230;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-496 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_31.jpg" alt="" width="600" height="400" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_31.jpg 600w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_31-300x200.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/09/610118_31-150x100.jpg 150w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4713">พระตาย..จะเลี้ยงพระเป็น</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>บอกเวลามรณภาพ</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4710</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:22:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4710</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลวงปู่ท่านเป็นผู้มีญาณทัสสนะแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4710">บอกเวลามรณภาพ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 18pt; color: #dd3333;">หลวงปู่</span></strong>ท่านเป็นผู้มีญาณทัสสนะแม่นยำ จึงทำให้ท่านรู้เวลามรณภาพของตัวท่านเอง ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2497 ก่อนที่หลวงปู่จะมรณภาพ 5 ปี ท่านจึงเรียกประชุมลูกศิษย์ ทั้งในวัดและนอกวัด เป็นกรณีพิเศษ ณ ศาลาการเปรียญ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าท่านจะถึงกาลมรณภาพใน อีก 5 ปีข้างหน้า</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-976 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38.jpg" alt="" width="1200" height="797" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38.jpg 1200w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38-1024x680.jpg 1024w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38-768x510.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38-150x100.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38-696x462.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2022/10/38-1068x709.jpg 1068w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งท่านก็ได้สั่งลูกศิษย์ลูกหาไว้ว่า</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #dd3333;"><strong>ภารกิจการงานใด ที่ท่านได้ดำเนินไว้ดีแล้ว ก็ขอให้ช่วยกันสานต่อทำภารกิจนั้น ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ โดยอย่าทอดทิ้ง อีกทั้งหลวงปู่ยังได้ชี้แจง โครงการพัฒนาวัดปากนํ้า ในอนาคต ว่าให้คณะศิษย์ช่วยกันทำต่อไปให้สำเร็จ</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">ซึ่งต่อจากนั้นอีก 2 ปี คือ ในช่วง เดือนมีนาคม พ.ศ. 2499 หลวงปู่ท่านก็เริ่ม อาพาธ จากนั้น ท่านก็ตัดสินใจเผาศพโยมแม่ของท่าน ในปี พ.ศ. 2500</p>
<p style="text-align: justify;">หลวงพ่อสุบิน แห่งวัดหัวเขา จ.สุพรรณบุรี หรือ พระพุทธศาสนโสภณ ที่เคยทำวิชชาอยู่กับหลวงปู่ได้เล่าให้ฟังว่า ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ซึ่งหลวงปู่ท่านเห็นในที่ว่า ในไม่ช้าท่าน จะต้องมรณภาพแน่ ๆ ท่านจึงเรียกพระ เณร แม่ชี ที่ได้ธรรมกายมารวมกันหมด ในโรงงานทำวิชชา และหนึ่งในนั้น ก็มีหลวงพ่อสุบินอยู่ด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-3597 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig.jpg" alt="" width="2100" height="1390" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig.jpg 2100w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-300x199.jpg 300w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-1024x678.jpg 1024w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-768x508.jpg 768w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-1536x1017.jpg 1536w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-2048x1356.jpg 2048w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-150x99.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-696x461.jpg 696w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-1068x707.jpg 1068w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/03/kyaybig-1920x1271.jpg 1920w" sizes="auto, (max-width: 2100px) 100vw, 2100px" /></p>
<p style="text-align: justify;">จากนั้น..หลวงปู่ท่านก็สั่งงานในขณะที่ท่านเอนหลังลืมตาว่า <strong><span style="color: #dd3333;">“เออ..พระ เณร ชีปุก ชีญานี ตรีธา ทองแท้ ให้อยู่ในโรงงาน ทำโรงงาน แต่ชีลูกจันทร์ (ขนนกยูง) ต่อไปจะต้องทำงานใหญ่แทนหลวงพ่อ ต้องทำงานนอกโรงงานอย่างโด่งดังที่สุด ใหญ่ที่สุด สายธาตุสาย</span></strong><strong><span style="color: #dd3333;">ธรรมเขาสั่งอย่างนั้น”</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">จากนั้นท่านก็นิ่ง และพอวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ท่านก็พูดน้อยลง จนกระทั่งวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502  เวลา15.05 น. ท่านก็มรณภาพด้วยอาการสงบ&#8230;</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4710">บอกเวลามรณภาพ</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้าวหลวงปู่..ทำให้อิ่มทิพย์</title>
		<link>https://dhammakaya.com/4707</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[เอกอนงค์ สิริเดชกุล]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Apr 2023 14:21:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อานุภาพหลวงปู่..ยุคต้นวิชชา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://dhammakaya.com/?p=4707</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุงฉลอม มีแก้วน้อย หลานชาย ผู้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4707">ข้าวหลวงปู่..ทำให้อิ่มทิพย์</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #dd3333;"><strong>ลุงฉลอม</strong> </span>มีแก้วน้อย หลานชาย ผู้เป็นอุปัฏฐากของหลวงปู่ท่านเล่าให้ฟังว่า ขณะที่หลวงปู่อาพาธ จะมีน้อง ๆ หลาน ๆ ของท่านมาคอยดูแลอุปัฏฐาก คือ จอง อาผง อาแบน อาแกละ อาเทพ พี่เริง และตัวลุงฉลอมเอง รวมแล้ว 7 คน ซึ่งอุปัฏฐากทั้ง 7 คน จะกินอาหารที่เหลือจากหลวงปู่ทุกวัน</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter wp-image-4995 size-full" src="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/551008-m400.jpg" alt="" width="400" height="550" srcset="https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/551008-m400.jpg 400w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/551008-m400-218x300.jpg 218w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/551008-m400-150x206.jpg 150w, https://dhammakaya.com/wp-content/uploads/2023/04/551008-m400-300x413.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่เป็นที่อัศจรรย์มาก <span style="color: #dd3333;"><strong>คือ อาหารที่เหลือ</strong><strong>จากหลวงปู่ก็ไม่ได้หลือเยอะแยะอะไรเลย และก่อนที่ทุกคนจะ</strong><strong>มานั่งกินรวมกัน ต่างก็คิดตรงกันว่า ถ้าไม่อิ่ม ค่อยไปซื้อข้าวข้าง</strong><strong>นอกมากินเพิ่ม</strong> </span>และเมื่อคิดดังนั้น</p>
<p>ต่างคนก็ต่างกินข้าวที่เหลือจากหลวงปู่กันแค่คนละคำสองคำ แต่พอกินเข้าไปแล้วทุกคนก็แปลกใจว่า ทำไมถึงรู้สึกอิ่มและไม่หิวอีก หนำซํ้าบางวัน ลุงประยูรและแม่ชีท้วม ซึ่งมาเยี่ยมหลวงปู่ที่โรงพยาบาล ก็จะมานั่งกินด้วย ซึ่งรวมแล้ว  เป็น 9 คน ซึ่งแม้จะมีตัวหารเพิ่ม</p>
<p>แต่กินแล้วก็ยังอิ่มอยู่ดี ซึ่งพวกอุปัฏฐากของหลวงปู่ทั้ง 7-9 คนนี้ กินกันแบบนี้เป็นแรมปี ก็ไม่รู้สึกหิว แถมนํ้าหนักยังไม่ลดอีกด้วย จนทุกคนได้แต่นั่งแปลกใจกันเองและพยายามถามกันไปกันมาว่า อิ่มไหม ซึ่งทุกคนก็ยืนยันว่าอิ่มอย่างไม่น่าเชื่อ&#8230;</p><p>The post <a href="https://dhammakaya.com/4707">ข้าวหลวงปู่..ทำให้อิ่มทิพย์</a> first appeared on <a href="https://dhammakaya.com">วัดพระธรรมกาย</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
